×

บช.ก. เผยคืบหน้าคดีทำร้ายร่างกาย สอบพยานเพิ่ม 10 ปาก ให้ข้อมูลพฤติกรรมซ้อมทรมาน-ข่มขู่ห้ามย้ายสังกัด ของอดีตรอง ผบ.ตร.

โดย THE STANDARD TEAM
23.01.2026
  • LOADING...
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. แถลงความคืบหน้าคดีทำร้ายร่างกาย

วันนี้ (23 มกราคม) ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีที่ พ.ต.ท.คริษฐ์ ปริยะเกตุ รอง ผกก.สส.สภ.สำโรงเหนือ และ พ.ต.อ.อาริศ คูประสิทธิ์รัตน์ ผกก.ตม.จว.ฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นอดีตผู้ใต้บังคับบัญชาคนสนิทของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ให้ดำเนินคดีในข้อหาทำร้ายร่างกาย โดยเบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้รับเรื่องและรวบรวมพยานหลักฐาน รวมถึงใบรับรองแพทย์เพื่อใช้ประกอบสำนวนคดีแล้ว

 

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวน บก.ป. ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบคดี ได้ดำเนินการสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องไปแล้วจำนวน 4 ปาก โดยทั้งหมดเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ในเหตุการณ์ และมีแผนที่จะเรียกสอบพยานที่รู้เห็นเหตุการณ์เพิ่มเติมอีกหลายปากเพื่อให้สำนวนมีความรัดกุม นอกจากนี้ พนักงานสอบสวนได้ทำหนังสือเชิญนายแพทย์ผู้ทำการตรวจรักษาและออกใบรับรองแพทย์ให้กับ พ.ต.ท.คริษฐ์ มาให้ปากคำเพื่อยืนยันผลการตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการได้ภายในวันนี้

 

รอง ผบช.ก. เปิดเผยข้อมูลสำคัญเพิ่มเติมว่า นอกเหนือจากผู้เสียหายทั้ง 2 นายแล้ว ล่าสุดได้รับการติดต่อจากกลุ่มอดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจและบุคลากรที่เคยปฏิบัติหน้าที่ภายในบ้านพักของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ จำนวนกว่า 10 นาย ซึ่งประกอบด้วย ผู้ติดตาม คนขับรถ คนรับใช้ คนเฝ้าบ้าน และคนทำสวน โดยทั้งหมดประสงค์จะเข้าให้ข้อมูลและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

 

“กลุ่มคนเหล่านี้ระบุว่า เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นมานานแล้ว และมีการถูกกระทำในลักษณะซ้อมทรมาน โดยพยานกลุ่มนี้มีทั้งผู้ที่ได้รับรู้เรื่องราวจากการบอกเล่า และผู้ที่เป็นประจักษ์พยานเห็นเหตุการณ์ขณะมีการกระทำความผิด ซึ่งทั้งหมดจะทยอยเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนในช่วงสัปดาห์หน้า” พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าว

 

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ยังระบุถึงประเด็นการข่มขู่ผู้ใต้บังคับบัญชาว่า ที่ผ่านมามีข้าราชการตำรวจบางนายที่มีความประสงค์จะขอย้ายกลับไปปฏิบัติหน้าที่ยังต้นสังกัดเดิม แต่กลับถูกข่มขู่ว่าจะดำเนินการให้ออกจากราชการหากมีการโยกย้าย ทำให้เจ้าหน้าที่เหล่านั้นจำยอมต้องอยู่ต่อในสภาวะจำกัด ไม่สามารถทำอะไรได้ ซึ่งประเด็นนี้ทราบว่า จเรตำรวจแห่งชาติเคยมีการตรวจสอบมาก่อนหน้านี้แล้ว แต่เรื่องได้ยุติลงด้วยเหตุผลบางประการ ซึ่งตนเชื่อว่าหากมีการสอบสวนรื้อฟื้นเรื่องนี้ขึ้นมาใหม่ด้วยพยานหลักฐานและเหตุผลที่ชัดเจน ก็จะสามารถคืนความเป็นธรรมให้กับผู้ถูกกระทำได้

 

ในช่วงท้าย พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ได้ฝากข้อความถึง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ในฐานะพี่น้องข้าราชการตำรวจว่า ขอให้กำลังใจในการต่อสู้คดี โดยอยากให้นำพยานหลักฐานมาหักล้างข้อกล่าวหาตามกระบวนการยุติธรรม และหากบริสุทธิ์ก็อยากให้กลับมารับราชการตามเดิม แต่ทุกอย่างต้องว่ากันไปตามพยานหลักฐานที่ปรากฏ พร้อมกันนี้ ยังได้ฝากความห่วงใยไปถึงทนายความที่เข้ามาดูแลคดีนี้ว่า ขอให้ทำหน้าที่ให้เต็มที่ แต่หากทำแล้วรู้สึกไม่สบายใจหรือมีความเสี่ยง ก็ขอให้ระมัดระวังตัวและเว้นระยะห่างเพื่อความปลอดภัย

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising