วันนี้ (15 มกราคม) ศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรคเพื่อไทย แสดงความกังวลต่อวุฒิภาวะและภาวะผู้นำของนายกรัฐมนตรี ภายหลังเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงที่มีพี่น้องประชาชนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต และยังเกี่ยวข้องกับโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่เป็นความหวังของอนาคตประเทศอย่างรถไฟความเร็วสูง
ศึกษิษฏ์ระบุว่า การให้สัมภาษณ์ของนายกรัฐมนตรีในครั้งเดียวกันมีความย้อนแย้งในตัวเองอย่างชัดเจน โดยประโยคแรกขอไม่ให้นำเหตุการณ์มาเล่นการเมือง แต่ประโยคถัดมากลับอ้างถึงจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับสาระของการบริหารจัดการความปลอดภัยหรือความรับผิดชอบของฝ่ายบริหาร พร้อมตั้งคำถามว่า การสื่อสารเช่นนี้กำลังสะท้อนว่าหากเป็นจังหวัดที่มี สส. จากฝ่ายค้าน รัฐบาลจะไม่ต้องรับผิดชอบต่อความสูญเสียของประชาชนหรือไม่
โฆษกพรรคเพื่อไทย ยังตั้งข้อสังเกตถึงการโยนความรับผิดชอบ โดยเฉพาะการไล่ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ทั้งที่ผู้ว่าฯ คนปัจจุบันเป็นผู้ที่รัฐบาลชุดนี้แต่งตั้งขึ้นเอง และก่อนหน้านี้ผู้ว่าการคนเดิมถูกกดดันให้ออกจากตำแหน่งจากกรณีการดำเนินคดีที่ดินเขากระโดง จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องตั้งคำถามถึงบทบาทการกำกับดูแลของกระทรวงคมนาคมว่าอยู่ในความรับผิดชอบของใครกันแน่
ศึกษิษฏ์ชี้ว่า ในสถานการณ์วิกฤตเช่นนี้ สิ่งที่นายกรัฐมนตรีควรทำคือการเร่งลงพื้นที่ ตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยของโครงการทั้งหมดอย่างรอบด้าน สั่งการสอบสวนหาสาเหตุอย่างโปร่งใส และแสดงความรับผิดชอบทางการเมืองอย่างชัดเจน ไม่ใช่การผลักภาระหรือโยนความผิดให้หน่วยงานหรือบุคคลอื่น พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า แม้นายกรัฐมนตรีเคยกล่าวว่าได้ถอดบทเรียนจากเหตุการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่มาแล้วหลายประการ แต่การให้สัมภาษณ์ครั้งนี้กลับไม่สะท้อนบทเรียนหรือวุฒิภาวะเหล่านั้นออกมาเลย
ขณะเดียวกัน โฆษกพรรคเพื่อไทย เน้นย้ำว่า ประเทศไทยในเวลานี้ต้องการความสามัคคีของคนในชาติ การส่งกำลังใจให้พี่น้องประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่หน้างาน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างขวัญกำลังใจอย่างเป็นรูปธรรม คือสิ่งที่ผู้นำประเทศควรให้ความสำคัญสูงสุด
“ก็ดีเหมือนกัน ประชาชนจะได้เห็นวุฒิภาวะที่แท้จริงของผู้นำประเทศ และเมื่อถึงเวลาลงพื้นที่พบปะประชาชน ก็จะได้เล่าให้ฟังกันได้อย่างชัดเจนว่า นายกรัฐมนตรีคนนี้มีท่าทีและความรับผิดชอบต่อความทุกข์ร้อนของประชาชนอย่างไร” ศึกษิษฏ์กล่าว


