วันนี้ (14 มกราคม) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นำคณะผู้บริหารระดับสูงลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และเยี่ยมผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุเครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงล้มทับขบวนรถด่วนพิเศษที่ 21 ที่ จังหวัดนครราชสีมา สั่งการเร่งเยียวยาผู้ประสบภัยในอัตราพิเศษและดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องถึงที่สุด
อนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) รายงานว่า อุบัติเหตุเกิดขึ้นเมื่อเวลา 09.13 น. ของวันนี้ ขณะที่ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 21 (กรุงเทพอภิวัฒน์ – อุบลราชธานี) กำลังแล่นผ่านช่วงสถานีหนองน้ำขุ่น – สถานีสีคิ้ว ได้ถูกเครนก่อสร้างของบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินงานโยธาสัญญาที่ 3-4 โครงการรถไฟความเร็วสูง หล่นทับตู้โดยสารที่ 2 และ 3 ส่งผลให้รถไฟตกรางและเกิดเพลิงไหม้
ความสูญเสียเบื้องต้น ณ เวลา 19.40 น. มีผู้เสียชีวิต 32 ราย บาดเจ็บ 66 ราย (เข้ารับการรักษา ณ รพ.สีคิ้ว, รพ.สูงเนิน และ รพ.ปากช่องนานา)
นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มีคำสั่งการในพื้นที่ ดังนี้:
1. ด้านการเยียวยา: ให้ รฟท. หารือร่วมกับคณะกรรมการ (บอร์ด) เพื่อทบทวนระเบียบการเยียวยา โดยให้พิจารณาเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมมากกว่าอัตราปัจจุบัน รวมถึงให้บริษัทผู้รับจ้างร่วมรับผิดชอบค่าเสียหายอย่างเต็มกำลัง
2. ด้านการฟื้นฟูเส้นทาง: มอบหมายให้กรมทางหลวงสนับสนุนเครื่องจักรหนักเพื่อเร่งเปิดทางการเดินรถให้เร็วที่สุด โดยต้องยึดถือมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด
3. ด้านการอำนวยความสะดวก: จัดรถยนต์นำส่งผู้บาดเจ็บและร่างผู้เสียชีวิตกลับภูมิลำเนา พร้อมดูแลญาติผู้ประสบเหตุอย่างใกล้ชิดในทุกมิติ
ในส่วนของการดำเนินคดีและมาตรการป้องกัน รักษาการผู้ว่าการรถไฟฯ ได้ดำเนินการดังนี้:
- คำสั่งหยุดงาน: ให้บริษัทผู้รับเหมาหยุดการก่อสร้างในพื้นที่ดังกล่าวทันทีจนกว่าการสอบสวนจะเสร็จสิ้น
- ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง: ต้องทราบผลสรุปภายใน 15 วัน พร้อมแจ้งความดำเนินคดีอาญาและแพ่งกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องให้ถึงที่สุด
- ศูนย์ประสานงาน 24 ชม.: จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่เกิดเหตุเพื่อรายงานสถานการณ์และประสานงานญาติผู้เสียชีวิตตลอด 24 ชั่วโมง
ทั้งนี้การรถไฟแห่งประเทศไทย ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อความสูญเสียในครั้งนี้ และยืนยันว่าจะดำเนินการดูแลผู้ได้รับผลกระทบทุกคนอย่างเป็นธรรมและดีที่สุด พร้อมทั้งจะถอดบทเรียนเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต













