วันนี้ (3 เมษายน) ที่อาคารรัฐสภา สส. พรรคเพื่อไทย นำโดย สุทิน คลังแสง สส. แบบบัญชีรายชื่อ, อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สส. แบบบัญชีรายชื่อ และ ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ สส. แบบบัญชีรายชื่อ ร่วมแถลงภายหลังที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติเลื่อนระเบียบวาระร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ เป็นเรื่องด่วนที่จะพิจารณา ในวันที่ 9 เมษายน
โดยอนุสรณ์ ในฐานะผู้เสนอญัตติเลื่อนวาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจรขึ้นมา กล่าวว่า ไม่ได้หมายความว่า จะพิจารณาในวันนี้ แต่พิจารณาในการประชุมครั้งต่อไป ในวันที่ 9 เมษายน ซึ่งการเสนอเรื่องนี้เป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามข้อบังคับ แต่มีการสื่อสารเข้าใจผิดจาก สส. ฝ่ายค้าน
อนุสรณ์ยืนยันว่า ตั้งใจที่จะพิจารณาญัตติเกี่ยวกับแผ่นดินไหวตามที่ฝ่ายค้านได้เสนอญัตติ เพื่อหาสาเหตุตึกสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่ม และพรรคเพื่อไทยยืนยันชัดว่า ทุกความเดือดร้อนของประชาชนจากเหตุแผ่นดินไหว เป็นเรื่องที่รัฐบาล และพรรคเพื่อไทยให้ความใส่ใจ และเตรียมการอภิปรายอย่างเต็มที่
“ไม่มีความจำเป็นที่พรรคเพื่อไทยจะเลื่อนนำกฎหมายสถานบันเทิงครบวงจรมาพิจารณาตัดหน้าเหตุการณ์แผ่นดินไหว ส่วนการเลื่อนกฎหมายไปพิจารณาสัปดาห์หน้า เนื่องจากเป็นนโยบายเรือธงของรัฐบาล หวังสร้างรายได้ใหม่ให้กับคนไทย” อนุสรณ์กล่าว
ด้านสุทินชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า เรื่องเล็กทำเป็นเรื่องใหญ่ ไม่มีเรื่อง แต่ทำให้เป็นเรื่อง ตนยืนยันเจตนาที่ตรงกันของทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล ที่จะพูดญัตติเรื่องแผ่นดินไหว แต่มีความจำเป็นที่จะต้องเสนอญัตติเลื่อนวาระ เพื่อพิจารณาในสัปดาห์หน้าให้เกิดความชัดเจน และเป็นไปตามข้อบังคับ ที่ระบุว่า หากเป็นเรื่องเกี่ยวกับพระราชบัญญัติแล้วจะเลื่อนอภิปราย จะต้องเลื่อนล่วงหน้า 1 สัปดาห์ ซึ่งใช้เวลาไม่เกิน 10 นาที ในการเสนอญัตติ
“แต่ฝ่ายค้านไม่รู้เข้าใจหรือไม่เข้าใจ บอกว่าในทำนองเราจะแซงหน้าแผ่นดินไหว ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นคนละเรื่อง เราไม่มีเจตนาที่จะไปแซงหน้าแผ่นดินไหว หากจะมองว่าแซงก็คือแซง 5 นาที เพื่อขอจัดการเรื่องสัปดาห์หน้าเท่านั้น ซึ่งวันนี้กว่าจะจบได้ ก็เสียเวลาไปเป็น 3 ชั่วโมง ฝ่ายค้านบอกว่าอยากพูดเรื่องแผ่นดินไหวเร็วๆ แต่การกระทำของฝ่ายค้านเอง ทำให้การพิจารณาเรื่องแผ่นดินไหวช้าไป 3 ชั่วโมง” สุทินกล่าว
สุทินยังชี้แจงเหตุผลที่นำเรื่องร่างกฎหมายเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์มาพิจารณาในสัปดาห์หน้าว่า เพราะจะต้องกระตุ้นเศรษฐกิจปากท้องเป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งหากยังหารายได้ตามกรอบเดิม ไม่กล้าหาตามสิ่งใหม่ ก็จะไม่มีรายได้ใหม่เข้ามา ไม่มีทางฟื้นฟูเศรษฐกิจ ซึ่งเรื่องนี้มีการศึกษามานานถึง 20 ปีแล้ว
สุทินมั่นใจว่า ในการพิจารณาสัปดาห์หน้าจะสามารถแล้วเสร็จ และเข้าสู่การตั้งกรรมาธิการพิจารณาได้ ส่วนในวาระที่ 2 จะไปพิจารณาช่วงปิดสมัยประชุม ย้ำว่า การผลักดันร่างกฎหมายเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์มาพิจารณาในสัปดาห์หน้า เพื่อเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งกว่ากฎหมายจะบังคับใช้ ต้องใช้ระยะเวลาอีกนาน ภายใต้เวลาที่จำกัดอายุรัฐบาลอีก 2 ปี
สุทินชี้แจงอีกว่า ภาพการปะทะกันนั้น ฝ่ายรัฐบาลไม่ต้องการให้เกิดขึ้น แต่เชื่อว่าประชาชนสามารถเข้าใจได้ หากมองในมุมบวกจะเห็นว่า ทุกคนต่างทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ซึ่งเป็นธรรมชาติการทำงานในสภาผู้แทนราษฎร
ส่วนกรณีมีผู้ชุมนุมคัดค้าน สุทินระบุว่า ความเห็นต่างเกิดขึ้นได้ เพราะเป็นเรื่องที่ริเริ่มใหม่ จึงมีความท้าทายในความขัดแย้ง ยืนยันจะมีการหาข้อยุติร่วมกัน ผ่านกลไกสภา หากทุกคนให้ความเคารพ เชื่อว่าความขัดแย้งจะลดลง แต่ก็เป็นไปได้ที่จะมีคนตั้งข้อสังเกต ว่าการเร่งรีบผลักดันร่างกฎหมาย อาจมีผลประโยชน์แอบแฝงหรือไม่
“คนที่คิดโดยสุจริตใจก็คิดได้ คนที่ไม่สุจริตใจก็คิดได้ แต่ว่าเรื่องนี้ จะต้องมีเหตุผลที่พูดคุยกัน และรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง หรือพรรคการเมืองที่อยู่จากนั้น ก็ต้องรับผิดชอบอนาคต ใครคิดทำเรื่องไม่ดีไม่งาม ไปเป็นผลประโยชน์ส่วนตัว มันไปไม่รอด สังคมตามอยู่ คือหนึ่งสามารถอธิบายได้ และสองต้องใช้เวลาพิสูจน์ตัวเอง” สุทินกล่าว
เมื่อถามว่า ท้ายที่สุดการพิจารณาร่างกฎหมายเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ จะซ้ำรอยกรณีการพิจารณาร่างกฎหมายนิรโทษกรรมสุดซอยหรือไม่ สุทินระบุว่า ไม่เป็นเช่นนั้น ยืนอยู่ผลประโยชน์ของประชาชน ส่วนเรื่องนี้มีการศึกษามานานมาก ทุกยุคทุกสมัย ซึ่งประเทศเพื่อนบ้านมีหมดแล้ว ส่วนประเทศไทยช้าด้วยซ้ำไป ส่วนตัวเห็นว่า เมื่อเรื่องนี้คุยมานานมากแล้ว ประเทศไทยควรที่จะลองดูสักที จะเป็นอะไร หากลองแล้วไม่ดีก็ยกเลิกกฎหมายได้ ถ้าไม่ลองเลย จะเป็นเรื่องคาใจ ยืนยันว่า เรื่องนี้ไม่ได้สุกเอาเผากิน และผ่านการศึกษามาแล้ว ทั้งฝ่ายนิติบัญญัติ และนักวิชาการ เชื่อว่า จะฟื้นเศรษฐกิจได้ เพราะในเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ไม่ได้มีคาสิโน แต่ยังมีโรงแรม และศูนย์กีฬาด้วย
เมื่อถามว่า แม้ สส. จะตีกัน แต่ สว. ไม่เห็นด้วย และเตรียมตั้งกรรมาธิการคัดค้าน รวมถึง สว. ชุดเก่าไม่เห็นด้วย จะเป็นอุปสรรคในการผลักดันหรือไม่ สุทินระบุว่า ไปแลกเปลี่ยนความรู้ความเห็น วันนี้หลายส่วนอาจเข้าใจว่า ยังไม่ได้ลงรายละเอียด หากดูแล้วก็อาจจะเปลี่ยนใจได้
เมื่อถามว่า สว. ถูกมองว่า เป็นตัวแทนกลุ่มเดียวกับพรรคร่วมรัฐบาล จะกลายเป็นเกมการเมืองหรือไม่ สุทินระบุว่า ไม่เป็น ในที่สุดแล้ว เรื่องนี้อยู่ในความสนใจของประชาชน สว. ต้องพิสูจน์ตัวเอง ยืนอยู่บนจุดยืนของของตัวเอง จะทำเหมือนเดิมไม่ได้แล้ว ตอนนี้บริบทและบทเรียนหลายอย่างเกิดขึ้นกับ สว. เชื่อว่า สว. จะต้องคิดเรื่องนี้อย่างรอบคอบ
ขณะที่ลิณธิภรณ์กล่าวเสริมถึงความจำเป็นในการพิจารณาร่างกฎหมายเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ว่า นอกจากการกระตุ้นเศรษฐกิจแล้ว ยังมีประเด็นที่เป็นข้อถกเถียงเยอะ ดังนั้น การพิจารณาในวาระที่ 1 เพื่อการตั้งกรรมาธิการเพื่อพิจารณาในช่วงปิดสมัยประชุมจึงเป็นเรื่องจำเป็น เชื่อว่าจะทำให้กรรมาธิการพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะในการพิจารณาเรื่องนี้จะต้องมีตัวแทน สส. ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล และตัวแทนภาคประชาชนมาร่วมพิจารณา เพื่อให้ผลการศึกษานำไปสู่ข้อสรุปที่ชัดเจน