วันนี้ (7 มกราคม) ธิติวัฐ อดิศรพันธ์กุล อดีตรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และ ผู้สมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เปิดผลงานรัฐบาลเพื่อไทย ปราบปรามยาเสพติด ปฎิบัติการ Seal Stop Safe บูรณาการกำลังร่วม ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ในพื้นที่ 14 จังหวัดชายแดน 51 อำเภอ สามารถสกัดยาเสพติดไม่ให้ไหลเข้าพื้นที่ชั้นในได้อย่างชัดเจน โดยในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ถึง กรกฎาคม 2568 สามารถนำกำลังสกัดจับและตรวจยึดยาเสพติดได้เพิ่มขึ้นอย่างมาก อาทิเช่น ยาบ้า สามารถตรวจยึดได้เพิ่มขึ้นถึง 50 ล้านเม็ด อีกทั้งยังสามารถตรวจจับยาไอซ์ได้เพิ่มขึ้นมากขึ้นถึง 300 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปีก่อนๆที่ผ่านมา ส่งผลทำให้ราคายาพุ่งสูงขึ้นทันที
นอกจากนี้ยังสามารถทลายเครือข่ายการลักลอบลำเลียงและค้ายาเสพติดได้ถึง 75 เครือข่าย และสามารถยึดอายัดทรัพย์ได้ถึง 1,900 ล้านบาท
ที่ผ่านมารัฐบาลเพื่อไทยเดินหน้าปราบปรามยาเสพติดอย่างเข้มข้น โดยวางเป้าหมายการสร้างให้สังคมไทยปลอดภัยจากยาเสพติด ภายใต้แนวคิด ‘ยาเสพติดต้องหมดไป คืนสังคมปลอดภัยให้ประชาชน’
ธิติวัฐ กล่าวเพิ่มเติมว่า พรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหายาเสพติดทั้งระบบอย่างจริงจัง และได้พัฒนารูปแบบการบริหารจัดการปัญหาอย่างต่อเนื่อง และได้นำเสนอนโยบายแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจร โดยใช้หลัก ‘กวาดล้างผู้ค้า รักษาผู้เสพ’ ดังนี้
1) กวดขันเข้มงวดกับการบังคับใช้กฎหมาย และเพิ่มความเข้มข้น ในการยึดทรัพย์ผู้ต้องหาคดียาเสพติด เพื่อ ป้องกันและปราบปรามผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิตและจำหน่ายอย่างเด็ดขาด
2) จัดให้มีกลไกพิเศษเพื่อเอาผิดและลงโทษกับนักการเมือง ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้ถึงที่สุด
3) จัดให้มีกฎหมายเพื่อให้ความคุ้มครองและให้รางวัลกับผู้แจ้งเบาะแสที่ให้ความร่วมมือในกับปราบปรามการกระทำผิด
4) จัดให้มี 1 จังหวัด 1 ศูนย์บำบัดฟื้นฟู เพื่อให้ผู้เสพสามารถเข้าถึงการบำบัดรักษาได้ง่ายสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น
5) ผลักดันการเจรจาความร่วมมือกับต่างประเทศ และดำเนินมาตรการอย่างเด็ดขาดกับผู้ผลิตและการค้าภายนอกประเทศที่เป็นต้นทางของการแพร่ระบาดของยาเสพติด
ธิติวัฐ กล่าวทิ้งท้ายว่า ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาเรื้อรังที่อยู่กับสังคมไทยมานาน และต้องได้รับการแก้ไขอย่างต่อเนื่องและจริงจัง หากพรรคเพื่อไทยได้รับความไว้วางใจจากประชาชนในการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นมากเพียงพอ และมีโอกาสบริหารจัดการปัญหายาเสพติด จะดำเนินมาตรการต่างๆอย่างเข้มข้น เด็ดขาด และขอย้ำว่าการแก้ไขปัญหายาเสพติดนี้ ‘ไม่จบ ไม่เลิก’


