×

ภัทรพงษ์ชี้ อนุทินไม่ขาดอำนาจ แต่ ‘ขลาด’ กลัวการตัดสินใจแก้ปัญหา ทิ้งคนเหนือจมฝุ่นพิษ จวกเงินซื้อเสียงยังจ่ายเยอะกว่าค่าดับไฟป่า

โดย THE STANDARD TEAM
10.04.2026
  • LOADING...
ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.พรรคประชาชน กำลังอภิปรายในที่ประชุมรัฐสภาเกี่ยวกับปัญหาฝุ่น PM 2.5

ปัญหาเรื่องสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือถูกหยิบยกมาอภิปรายในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาอีกครั้ง ในวาระการแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อรัฐสภาวันที่ 2 ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส. เชียงใหม่ พรรคประชาชน ได้ลุกขึ้นอภิปรายการแก้ไขปัญหาเรื่องฝุ่น PM 2.5 ของรัฐบาลอย่างรุนแรง รวมถึงพุ่งเป้าไปที่ สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

 

ตำหนิ ‘สุชาติ’ เพิกเฉย จนวิกฤตฝุ่นพิษรุนแรงขึ้น

 

ภัทรพงศ์เริ่มต้นด้วยการย้อนความหลังถึงการแถลงนโยบายเมื่อปี 2568 ที่เคยเตือนให้รัฐบาลเตรียมรับมือวิกฤตมลพิษ แต่รัฐบาลกลับละเลยจนกลายเป็นมลพิษเสียเอง หนำซ้ำ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ยังแต่งตั้ง สุชาติ ชมกลิ่น เข้ามาดูแลปัญหาต่อ ซึ่งภัทรพงศ์มองว่าเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด เขาเปิดเผยว่าเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว ได้เตือนสุชาติแล้วว่างบประมาณปี 2569 ไม่เพียงพอ โดยเฉพาะเรื่องการจัดการไฟป่า และขอให้เร่งอัดฉีดงบกลางให้ท้องถิ่นภายในเดือนตุลาคม แต่สุชาติกลับเพิกเฉย จนกระทั่งวิกฤตฝุ่นพิษในภาคเหนือรุนแรงขึ้น สุชาติกลับอ้างว่าไม่สามารถแก้ปัญหาไฟป่าได้เพราะไม่มีเงินงบกลาง

 

“ลืมไปหรือเปล่าว่าคุณคือรัฐมนตรี นี่คือหน้าที่ของคุณ… ตอนนี้พวกเราชาวเหนือต้องเจอฝุ่นพิษอย่างหนักและไม่มีเงินมาช่วยพวกเราเลย นี่คือภัยจากรัฐบาลที่ทำงานไม่เป็น ขาดไปจากคำแถลงนโยบายเล่มนี้” ภัทรพงศ์กล่าว

 

นอกจากนี้ ยังวิจารณ์การประกาศเขตควบคุมมลพิษที่ล่าช้าและไร้ประสิทธิภาพ ปัจจุบันมีเพียง 4 จาก 9 จังหวัดที่ประกาศเขตควบคุมมลพิษ ทั้งที่ค่าฝุ่นพุ่งเข้าเกณฑ์ภัยพิบัติตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม 2569 ยกตัวอย่างจังหวัดเชียงใหม่ที่ทำแผนของบกลางตั้งแต่พฤศจิกายน 2568 แต่ไม่ได้รับงบประมาณแม้แต่บาทเดียว ทำให้การประกาศเขตควบคุมมลพิษกลายเป็นเพียงกระดาษ A4 ที่แก้ปัญหาอะไรไม่ได้

 

ภัทรพงศ์ยังวิจารณ์ข้ออ้างของสุชาติที่ไม่ยอมประกาศเขตภัยพิบัติเพราะกลัวกระทบการท่องเที่ยว โดยตั้งคำถามกลับว่าหากค่าฝุ่นทะลุ 500 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร จะไม่กระทบการท่องเที่ยวหรืออย่างไร และวิจารณ์การสื่อสารของกระทรวงฯ ที่ระบุว่าฝุ่นปีนี้ดีกว่าปีที่แล้ว 45% ว่าเป็นการสื่อสารที่หลุดโลก เพราะในความเป็นจริงคนเชียงใหม่เลือดกำเดาไหลกันทั้งเมืองแล้ว

 

โต้ ‘ศุภจี’ คนเหนือไม่ได้รวยพอจะย้ายบ้านหนีฝุ่น 365 วัน**

 

ภัทรพงศ์ยังได้ตอบโต้ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ชี้แจงเมื่อคืนวานนี้ (9 เมษายน) ว่าไม่ได้คาดหวังให้มีคนมาเที่ยวภาคเหนือตลอด 365 วัน

 

ภัทรพงศ์ชี้ว่า มุมมองนี้สะท้อนความไม่เข้าใจความทุกข์ของคนในพื้นที่ เพราะปัญหานี้ไม่ได้กระทบแค่การท่องเที่ยว แต่กระทบกับชีวิตประจำวันของคนเหนือโดยตรง

 

“พวกเราไม่ได้มีเงินรวยเหมือนพวกท่านที่จะย้ายบ้าน ย้ายที่ทำงาน ย้ายครอบครัวหนีฝุ่นได้ พวกเราอยู่ที่นั่น 365 วัน ถ้ารัฐบาลลงมาอยู่ข้างประชาชน รัฐบาลจะไม่กล้าพูดแบบนี้”

 

ซัดรัฐบาลจ่ายค่าดับไฟป่า 240 บาท แต่ซื้อเสียงจ่ายเป็นพัน

 

ภัทรพงศ์ยังยกประเด็นค่าตอบแทนชุดดับไฟป่าเพียง 240 บาทต่อคนต่อวัน ซึ่งเขาเคยอภิปรายมาแล้วถึง 3 รัฐบาลแต่ยังไม่มีการปรับปรุง

 

“เวลาซื้อเสียงยังต้องจ่าย 500 บาท 1,000 บาท 2,000 บาทต่อคน จ้างคนไปกากบาทเพื่อให้ได้อำนาจ เรื่องต่ำๆ ยังทำกันได้ การจ้างคนที่เสี่ยงชีวิตไปดับไฟป่าเพียงแค่นี้ทำไม่ได้”

 

เขาย้ำว่าการขาดงบประมาณและอำนาจของท้องถิ่น ทำให้การบัญชาการล้มเหลว เกิดเหตุไฟล้อมทีมดับไฟของกรมอุทยานฯ ซึ่งในสัปดาห์ที่ผ่านมาต้องสูญเสียเจ้าหน้าที่ดับไฟป่าไปถึง 4 ราย พร้อมแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต

 

“ขอถามอนุทินตรงๆ ว่าจะแก้ปัญหานี้ได้เมื่อไร ปีนี้หรือปีหน้า เพราะถ้าตั้งนายสุชาติคงชาติหน้าแน่นอน”

 

แฉช่องโหว่นำเข้าข้าวโพดเผา-ปล่อยคนไทยกินสารพิษ

 

สำหรับการจัดการมลพิษทางน้ำและอากาศข้ามแดน ภัทรพงศ์วิจารณ์มาตรการควบคุมการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของรัฐบาลว่ามีช่องโหว่ โดยปล่อยให้ผู้นำเข้าออกแบบวิธีการรับรองตนเองได้ ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบห่วงโซ่อุปทานได้อย่างแท้จริงว่าข้าวโพดเหล่านั้นมาจากกระบวนการเผาหรือไม่ ขณะที่กระทรวงพาณิชย์กลับอ้างว่าเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านเพื่อรอ พ.ร.บ.อากาศสะอาด ซึ่งนายภัทรพงศ์มองว่าเป็นการผลักภาระ เพราะมีแนวโน้มว่ารัฐบาลอาจไม่สนับสนุนร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้แล้ว

 

นอกจากนี้ การทำเหมืองในประเทศเพื่อนบ้านยังส่งผลให้น้ำและอาหารในไทยปนเปื้อนสารพิษอย่างหนัก ทั้งข้าวปนเปื้อนสารหนู ปลาปนเปื้อนปรอท และผักปนเปื้อนแคดเมียม ซึ่งกระทบต่อคนทั้งประเทศ แต่รัฐบาลกลับไม่ขยับตัวแก้ไขใดๆ

 

วิจารณ์ ‘อนุทิน’ ขลาดกลัวไม่กล้าแก้ปัญหา

 

ภัทรพงศ์ทวงถามความชัดเจนเรื่องร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ที่เคยผ่านสภาฯ อย่างเป็นเอกฉันท์และทุกพรรคเคยรับปากในช่วงหาเสียง แต่หลังเลือกตั้งกลับไม่มีตัวแทนรัฐบาลคนใดยืนยันสนับสนุน โดยอ้างเหตุผลว่าการเก็บค่าธรรมเนียมผู้ก่อมลพิษจะเพิ่มต้นทุนและกระทบขีดความสามารถการแข่งขัน ซึ่งขัดแย้งกับคำแถลงนโยบายที่รัฐบาลประกาศจะพาไทยเข้าเป็นสมาชิก OECD ภายในปี 2571 ซึ่งมีหลักการ ‘ผู้ก่อมลพิษต้องเป็นผู้จ่าย’ เป็นแกนหลัก

 

ภัทรพงศ์ตั้งคำถามว่านี่คือการโกหกประชาชนหรือไม่ พร้อมเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเลิกหลบเลี่ยง และออกมายืนยันจุดยืนต่อกฎหมายฉบับนี้ให้ชัดเจน

 

“สิ่งที่เห็นชัดเจนคือวันนี้คุณอนุทินไม่ได้ขาดอำนาจ แต่คุณขลาด คุณกลัวที่ต้องตัดสินใจสิ่งสำคัญที่ส่งผลกระทบกับชีวิตประชาชน คุณหนีปัญหาและผลักความรับผิดชอบให้คนอื่นทุกครั้งทุกภัยพิบัติ มีใครเคยเห็นคนที่ชื่อ อนุทิน ชาญวีรกูล มานั่งหัวโต๊ะบัญชาการเป็นผู้นำอย่างเด็ดขาดแล้วพาประเทศพ้นวิกฤติบ้าง นี่คือต้นเหตุที่ทำให้ประเทศเจอกับภัย 5 ด้าน ได้แก่ ภัยเศรษฐกิจ ภัยสังคม ภัยสิ่งแวดล้อม ภัยความมั่นคง และภัยจากรัฐบาลอนุทินที่ทำงานไม่เป็น” ภัทรพงษ์กล่าว

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising