พรรคประชาชนนำโดย พริษฐ์ วัชรสินธุ สส. แบบบัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรค แสดงความพร้อมในการทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ด้วยการยื่นชุดญัตติและร่างกฎหมายจำนวนมากเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร พร้อมแถลงข่าวเรียกร้องโดยตรงไปยัง โสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร คนใหม่ ในวันนี้ (20 มีนาคม)
พริษฐ์เปิดเผยว่า พรรคประชาชนได้ยื่นญัตติรวมทั้งสิ้น 9 ญัตติ และชุดกฎหมายอีก 9 ชุด เข้าสู่กระบวนการของสภาผู้แทนราษฎรเรียบร้อยแล้ว
ทั้ง 9 ญัตติ แบ่งออกเป็น ญัตติด่วนที่กระทบต่อชีวิตประชาชนโดยตรง ได้แก่ การตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อรับมือวิกฤตพลังงานและผลกระทบจากสงครามสหรัฐ-อิหร่าน การแก้ปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตร การติดตามการเยียวยาฟื้นฟูพื้นที่ภัยพิบัติเช่นที่หาดใหญ่และภาคใต้ และการตรวจสอบโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ที่มีปัญหา โดยเฉพาะกรณีตึก สตง. ถล่มจากแผ่นดินไหวที่กำลังจะครบรอบ 1 ปี
ส่วนอีก 5 ญัตติ เป็นการเสนอตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างที่คาบเกี่ยวหลายกระทรวง ประกอบด้วย การติดตามการปฏิรูปกฎหมายและยกเลิกกฎระเบียบล้าสมัย การปฏิรูประบบราชการ การผลักดันเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050 การยกระดับทักษะคนไทย และการปฏิรูประบบภาษี
สำหรับการผลักดันด้านนิติบัญญัติ พรรคประชาชนได้ยื่นชุดกฎหมาย 9 ชุดแรก ซึ่งครอบคลุม 20 วาระ รวมทั้งสิ้น 34 ร่างกฎหมาย เริ่มตั้งแต่
- “ชุดเศรษฐกิจเพื่อทุกคน” ที่มุ่งปฏิรูปประกันสังคม ปรับสูตรค่าจ้างขั้นต่ำ และสร้างความเท่าเทียมให้ผู้ประกอบการที่พัก
- “ชุดปราบโกง” ที่เน้นความโปร่งใสของข้อมูลรัฐและปฏิรูปงบประมาณ
- “ชุดกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น” ที่เสนออัปเกรด กทม. และปลดล็อกอำนาจหารายได้ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกระดับ
- “ชุดลดค่าไฟ” ด้วยการสร้างตลาดพลังงานเสรี
- “ชุดยกระดับบริการสาธารณะ” ทั้งด้านน้ำประปาและขนส่งมวลชน
- “ชุดปกป้องสิ่งแวดล้อม” เพื่อรับมือปัญหาโลกรวนและจัดการขยะ
- – “ชุดปฏิรูปการศึกษา” เพื่อลดภาระงานครูและสร้างโรงเรียนปลอดภัย
- “ชุดคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ” ที่ชูประเด็นการป้องกันการฟ้องปิดปาก (Anti-SLAPP) การชุมนุมโดยสันติ สิทธิการประกันตัว และยุติวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิด
- “ชุดปฏิรูปการเมือง” ที่เสนอแก้รัฐธรรมนูญเพื่อเพิ่มกลไกถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและป้องกันการฮั้วกันระหว่างรัฐบาลกับ ป.ป.ช.
พร้อมกันนี้ พริษฐ์ได้ยื่น 3 ข้อเรียกร้องสำคัญถึงการทำงานของสภาฯ โดยประการแรก หวังว่าญัตติเรื่องวิกฤตพลังงานซึ่งถูกประธานสภาสั่งปิดประชุมไปก่อนเมื่อวันก่อน จะถูกนำมาบรรจุให้ สส. ได้อภิปรายในการประชุมวันพุธที่ 25 มีนาคมนี้ พร้อมจี้ให้นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีรักษาการเข้ามารับฟังและชี้แจงด้วยตนเอง
ประการที่สอง พริษฐ์ตั้งคำถามถึงการนัดประชุมสภาในสัปดาห์หน้าที่มีเพียง 1 วัน ซึ่งถือว่าผิดวิสัยจากปกติที่ต้องประชุมอย่างน้อย 2 วันต่อสัปดาห์ (พุธ-พฤหัสบดี) จึงขอให้ประธานสภาเพิ่มวันพฤหัสบดีเพื่อพิจารณาญัตติด่วนอื่นๆ
และประการสุดท้าย ขอทวงถามวิสัยทัศน์ของโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ ที่เคยให้คำมั่นว่าจะเพิ่มเวลาให้ร่างกฎหมายของ สส. และภาคประชาชน โดยเสนอว่าหากมีร่างกฎหมายคั่งค้างจำนวนมาก ควรพิจารณาเพิ่มวันประชุมพิเศษอีก 1 วันต่อสัปดาห์ เพื่อพิจารณากฎหมายจาก สส. และภาคประชาชนเป็นการเฉพาะ เพื่อผลักดันการเปลี่ยนแปลงประเทศตามที่หาเสียงไว้
และประการสุดท้าย ขอทวงถามวิสัยทัศน์ของโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ ที่เคยให้คำมั่นว่าจะเพิ่มเวลาให้ร่างกฎหมายของ สส. และภาคประชาชน โดยเสนอว่าหากมีร่างกฎหมายคั่งค้างจำนวนมาก ควรพิจารณาเพิ่มวันประชุมพิเศษอีก 1 วันต่อสัปดาห์ เพื่อพิจารณากฎหมายจาก สส. และภาคประชาชนเป็นการเฉพาะ เพื่อผลักดันการเปลี่ยนแปลงประเทศตามที่หาเสียงไว้


