เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ศาลจังหวัดสระบุรีได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อ1131/2568 และคดีหมายเลขแดงที่ อ124/2569 ซึ่งเป็นคดีความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 โดยมีคำพิพากษาตัดสินลงโทษจำคุก พีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค อดีตหัวหน้าพรรคไทรักธรรม เป็นเวลา 5 ปี อย่างไรก็ตาม เนื่องจากจำเลยให้การรับสารภาพในชั้นศาล จึงมีเหตุให้บรรเทาโทษ ลดโทษลงกึ่งหนึ่ง คงเหลือจำคุก 2 ปี 6 เดือน
คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากการตรวจสอบพบพฤติการณ์ทุจริตภายในพรรคไทรักธรรม โดยพีระวิทย์และพวก ได้กระทำการนำเงินหรือทรัพย์สินของพรรคการเมืองไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัวหรือวัตถุประสงค์อื่น อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 87 ประกอบมาตรา 132 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 นอกจากนี้ ยังพบว่าพรรคไทรักธรรมได้จัดทำรายงานการใช้จ่ายเงินอุดหนุนพรรคการเมืองด้วยข้อความอันเป็นเท็จ ส่งผลให้เกิดความเสียหายเป็นทุนทรัพย์รวมทั้งสิ้น 18,797,824.59 บาท
จากความผิดดังกล่าว นายทะเบียนพรรคการเมืองโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จึงได้มีมติให้ดำเนินคดีทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด ทั้งการฟ้องร้องเป็นคดีแพ่งเพื่อเรียกคืนเงินอุดหนุนจำนวนดังกล่าวกลับคืนสู่รัฐ และการดำเนินคดีอาญากับหัวหน้าพรรคพร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารพรรคไทรักธรรม
ทว่าในระหว่างกระบวนการสืบสวนดำเนินคดีอาญา พบว่าผู้ต้องหาได้หลบหนีการจับกุมออกนอกประเทศไปยังสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) สำนักงาน กกต. จึงได้ประสานความร่วมมือเชิงรุกกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เพื่อติดตามตัว กระทั่งสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้สำเร็จเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2568 นำไปสู่การที่อัยการจังหวัดสระบุรีเป็นโจทก์ยื่นฟ้องต่อศาลจังหวัดสระบุรีเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 และนำมาสู่บทสรุปคำพิพากษาจำคุกในที่สุด


