×

‘โออาร์’ ทบทวนแผนลงทุนต่างประเทศ ปรับโฟกัสเน้นธุรกิจในไทย เตรียมเปิดโรงแรมในปั๊มปี 70 นำร่อง 6 แห่ง

18.02.2026
  • LOADING...
ภาพประกอบข่าว: OR ปรับแผนธุรกิจ ทบทวนลงทุนต่างประเทศ เน้นไทย เตรียมเปิดโรงแรมในปั๊มน้ำมัน

ซีอีโอ ‘โออาร์’ เผยทิศทางธุรกิจปี 2569 ปรับพอร์ตลงทุนต่างประเทศหลังเจอปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์กดดัน โดยเฉพาะกัมพูชา พร้อมเดินหน้าลงทุนในไทยเต็มสูบ เตรียมรุกธุรกิจโรงแรมราคาประหยัดร่วมกับเซ็นทารา นำร่อง 6 แห่ง คาดเปิดให้บริการปี 2570

 

ทบทวนแผนลงทุนต่างประเทศ

 

หม่อมหลวง (ม.ล.) ปีกทอง ทองใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เปิดเผยถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจในต่างประเทศว่า ประเทศที่บริษัทเคยลงไปแล้ว ต้องมาทบทวนว่าจะเดินหน้าอย่างไรต่อไป อย่างแผน 5 ปี ที่จะมีการลงทุนหลากหลายอาจจะมีการปรับ แต่ยืนยันว่าจะไม่หยุดการลงทุนต่างประเทศไปทั้งหมด

 

“ถามว่าจะเลิกลงทุนต่างประเทศหรือเปล่า ก็ไม่ เพราะว่าโอกาสการลงทุนในประเทศไทยมีจำกัด แต่ก็ต้องเลือกประเทศที่จะไปโต อย่างประเทศเพื่อนบ้านที่มีปัญหาตอนนี้ก็ชะลอโครงการลงทุนไปก่อน” ม.ล.ปีกทองกล่าว

 

การลงทุนในต่างประเทศที่ผ่านมามีเหตุการณ์เกิดขึ้นมากมาย อย่างครึ่งปีแรกของปีก่อน บริษัทมองว่ากัมพูชาเป็นฮีโร่ ก่อนที่จะมีปัญหาเกิดขึ้น ปัจจุบันยอดขายลดลงเหลือประมาณ 40% ของที่ผ่านมา อันนี้ก็ต้องบอกว่าเราก็มีแผนนะ ภายในครึ่งปีเนี้ยจะต้องรู้ว่าจะทำยังไงกันต่อไปกับการลงทุนของต่างประเทศนะครับ

 

“ต้องลดต้นทุนให้พออยู่ได้ ถ้ายังยืดเยื้อต้องหาวิธีออกจากการลงทุนนั้นให้เจ็บตัวน้อยที่สุด ปัจจุบันการหาโอกาสลงทุนต่างประเทศจะให้ความสำคัญเรื่องเสถียรภาพของระบบกฎหมาย และความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุการณ์แบบกัมพูชา หรือในเมียนมาร์ที่เรามองว่ามีโอกาสลงทุนสูง แต่เมื่อเกิดการปฏิวัติ ภาพก็เปลี่ยนภายในข้ามคืน เป็นบทเรียนหนึ่งว่าถ้าเราจะไปลงทุนต่างประเทศ ควรจะเข้าไปร่วมทุน หรือเอาแบรนด์ของเราไปนำเสนอ”​

 

ม.ล. ปีทอง กล่าวต่อว่า ปีนี้ชะลอการลงทุนต่างประเทศ หันมาลงทุนในประเทศมากขึ้น พร้อมประเมินว่าธุรกิจในแต่ละประเทศ ส่วนไหนแก้ไขได้หรือไม่ได้ อย่างธุรกิจอเมซอนในเวียดนาม ประเมินว่าแก้ไขไม่ได้ การปิดธุรกิจก็ดีกว่า แต่ก็ต้องพิจารณาให้ดี เพราะการจะออกจากประเทศต่างๆ ก็มีต้นทุน

 

ลุยเปิดโรงแรมในปั๊ม เริ่ม 6 แห่ง ปี 2570

 

ส่วนธุรกิจใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นล่าสุดคือ การร่วมทุนกับ บมจ.โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา (CENTEL) เพื่อลงทุนธุรกิจโรงแรมราคาประหยัด (Budget Hotel)

 

ม.ล.ปีกทอง เปิดเผยถึงที่มาของโครงการนี้ว่า OR มีสถานีบริการน้ำมันกว่า 2,000 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งหลายแห่งตั้งอยู่ในทำเลศักยภาพ (Prime Area) ใกล้สนามบินหรือแหล่งท่องเที่ยว โดยเฉพาะในต่างจังหวัดที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ 5-10 ไร่ บริษัทจึงเล็งเห็นโอกาสในการนำที่ดินเหล่านี้มาสร้างมูลค่าเพิ่ม

 

“เรามองว่าโรงแรมคือสิ่งที่ขาดในการดึงคนเข้ามาในสถานีบริการ เมื่อลูกค้าเข้ามาพัก ก็สามารถใช้บริการอื่นๆ ใน Ecosystem ของเราได้ทันที เช่น อยากดื่มกาแฟก็มี Café Amazon อยากซื้อของกินของใช้ก็มี 7-Eleven หรืออยากซักผ้าก็มีร้านสะดวกซัก Otteri รองรับ โดยที่เราไม่จำเป็นต้องสร้างร้านอาหารในโรงแรมเพิ่ม เพราะในปั๊มมีครบอยู่แล้ว” ซีอีโอ OR กล่าว

 

แม้ OR จะมีความเชี่ยวชาญในธุรกิจน้ำมันและค้าปลีกมายาวนานกว่า 40-50 ปี แต่ผู้บริหารยอมรับว่าไม่มีความชำนาญในการบริหารโรงแรม จึงตัดสินใจจับมือกับ กลุ่มเซ็นทรัล ซึ่งเป็นมืออาชีพในด้านนี้ และมีวัฒนธรรมองค์กรที่เข้ากันได้ดีกับ OR

 

ปั๊มน้ำมันของ OR กว่า 80% บริหารงานโดยดีลเลอร์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักธุรกิจท้องถิ่นที่มีศักยภาพและมีที่ดินทำเลทองอยู่ในมือ การร่วมมือกับเซ็นทรัลที่มีแบรนด์โรงแรม GO Hotel จึงเป็นการดึงจุดแข็งของทั้งสองฝ่ายมาผสานกัน ทั้งเรื่องทำเลและการบริหารจัดการ

 

ทั้งนี้ OR ใช้งบลงทุน 700 ล้านบาท สำหรับธุกิจ Budget Hotel เทียบเคียงได้กับแบรนด์ Hop Inn ในตลาด โดยจะมีโรงแรมนำร่อง 6 แห่ง ใน 6 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร, ภูเก็ต, สงขลา (หาดใหญ่), อยุธยา, ชลบุรี และกาญจนบุรี แบ่งเป็นโรงแรมในสถานีบริการน้ำมัน 5 แห่ง และนอกสถานีบริการน้ำมัน 1 แห่ง ขนาด 70-80 ห้องต่อแห่ง ค่าก่อสร้างประมาณไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อห้อง ราคาห้องพัก ประมาณ 800 – 1,000 บาทต่อคืน ขึ้นอยู่กับทำเล เริ่มทยอยก่อสร้างและคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในปี 2570

 

OR ระบุว่าจะใช้ผลการดำเนินงานของ 6 แห่งแรกนี้เป็นเกณฑ์วัดผล (KPI) เพื่อดูความเป็นไปได้ทางธุรกิจ ก่อนที่จะตัดสินใจขยายผลปูพรมเปิดสาขาเพิ่มทั่วประเทศในอนาคต หากผลตอบรับเป็นไปตามเป้าหมาย โรงแรมในปั๊มน้ำมันจะกลายเป็นอีกหนึ่งจิ๊กซอว์สำคัญที่เปลี่ยนปั๊มน้ำมันให้กลายเป็น “Community Hub” อย่างแท้จริง

 

คาดรายได้ปี 2569 โตตาม GDP

 

สำหรับเป้าหมายทางการเงินในปี 2569 บริษัทตั้งเป้างบลงทุนไว้ที่ 18,700 ล้านบาท แบ่งเป็นกลุ่ม Mobility (สถานีบริการ, EV Station) 10,300 ล้านบาท, กลุ่ม Lifestyle (Café Amazon, โรงคั่ว, ระบบหลังบ้าน) 4,300 ล้านบาท โดยมุ่งเน้นการสร้างประสิทธิภาพ และลดต้นทุน, กลุ่ม Global (ปั๊ม ปตท., คาเฟ่ อเมซอน ในต่างประเทศ) 1,400 ล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นกลุ่ม Innovation และ New Business (Virtual Bank, ดิจิทัลและไอที) อีก 2,700 ล้านบาท

 

วิไลวรรณ กาญจนกันติ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านบริหารการเงิน OR ประเมินว่า รายได้ของ OR จะเติบโตล้อไปกับตัวเลข GDP ของประเทศไทย เนื่องจากโครงสร้างธุรกิจกว่าครึ่งมาจากค้าปลีกและ Mobility ในประเทศ

 

โดยปัจจัยบวกสำคัญในปี 2569 คือภาคการท่องเที่ยวที่คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจะฟื้นตัวแตะระดับ 35 ล้านคน ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อยอดจำหน่าย น้ำมันอากาศยานให้เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงช่วยกระตุ้นยอดขายในธุรกิจค้าปลีก ทั้งร้านสะดวกซื้อและร้านกาแฟในแหล่งท่องเที่ยว

 

ทั้งนี้ OR ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนผู้เข้าใช้บริการสถานีจาก 3.9 ล้านคน เป็น 5 ล้านคนต่อวัน และเพิ่มสมาชิก Blue Plus App จาก 9.3 ล้านราย ให้ถึง 14 ล้านราย เพื่อสร้างรายได้จากบริการ Non-oil ให้มากขึ้น

 
  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising