OpenAI ตัดสินใจยุติการให้บริการแพลตฟอร์มสร้างวิดีโอสั้นด้วยปัญญาประดิษฐ์อย่าง Sora แล้ว หลังจากที่เคยสร้างกระแสไวรัลไปทั่วโลกช่วงเปิดตัวเมื่อปี 2024 ในฐานะแพลตฟอร์มแปลงข้อความเป็นวิดีโอ (Text-to-video) ที่มีฟีดโซเชียลสไตล์ TikTok เพื่อให้ผู้ใช้แชร์เนื้อหาที่สร้างจาก AI ได้
ในช่วงแรก แอปพลิเคชันนี้มียอดดาวน์โหลดทะลุ 1 ล้านครั้งภายในเวลาไม่กี่วัน และได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม โดยเฉพาะในแวดวงคริปโตบนแพลตฟอร์ม X ที่นำไปใช้สร้างวิดีโออธิบายแนวโน้มตลาด สร้างมีม และสร้างภาพจำลองเหตุการณ์ที่มีความสมจริงจนแยกแทบไม่ออก
นอกจากนี้ แซม อัลต์แมน ซีอีโอของ OpenAI ยังเคยเชิญชวนให้ผู้ใช้นำภาพของเขาไปตัดต่อเข้ากับฉากดังในป๊อปคัลเจอร์อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม ความนิยมดังกล่าวไม่ได้แปรเปลี่ยนเป็นความยั่งยืนในระยะยาว เนื่องมาจากปัญหาและอุปสรรคสำคัญหลายประการ อาทิ
ต้นทุนการประมวลผลที่มหาศาล การสร้างวิดีโอเป็นหนึ่งในแอปพลิเคชัน AI ที่ใช้ทรัพยากรมากที่สุด และมีราคาแพงมากเมื่อขยายขนาด (Scale) พนักงานของ OpenAI บางคนเคยรู้สึกประหลาดใจกับจำนวนทรัพยากรคอมพิวเตอร์ที่บริษัททุ่มเทให้กับโปรเจกต์นี้ ทั้งๆ ที่ยังไม่มีหลักฐานความต้องการของตลาดที่ชัดเจน
พฤติกรรมผู้ใช้และการแข่งขันสูง ผู้ใช้ส่วนใหญ่เพียงแค่เข้ามาทดลองสร้างวิดีโอสองสามคลิปแล้วก็เลิกใช้งานไป ไม่ได้อยู่ใช้งานเป็นประจำทุกวัน นอกจากนี้ การจะไปแข่งขันในตลาดวิดีโอสั้นที่มีเจ้าตลาดอย่าง TikTok, Instagram และ YouTube จำเป็นต้องมีระบบนิเวศของครีเอเตอร์ เครื่องมือสร้างรายได้ และระบบจัดการเนื้อหา ซึ่งต้องใช้เวลาสร้างนานหลายปี
ปัญหาลิขสิทธิ์ ในช่วงแรก Sora เปิดตัวโดยไม่มีระบบป้องกันเนื้อหาที่มีลิขสิทธิ์ จนทำให้เกิดข้อพิพาททางลิขสิทธิ์ช่วงสั้นๆ ก่อนที่บริษัทจะต้องเพิ่มระบบควบคุมให้เจ้าของผลงานสามารถบล็อกการใช้งานทรัพย์สินทางปัญญาของตนได้ในภายหลัง
การยุติบทบาทของโปรเจกต์นี้ยังทำให้ดีลการลงทุนมูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์จาก Disney ที่ประกาศเมื่อเดือนธันวาคมต้องยุติลงไปด้วย เดิมทีข้อตกลงระยะเวลา 3 ปีนี้จะอนุญาตให้ผู้ใช้สร้างวิดีโอร่วมกับตัวละครของ Disney กว่า 200 ตัว เช่น การถือไลท์เซเบอร์กับลุค สกายวอล์คเกอร์ หรือเข้าไปอยู่ในเรื่อง Toy Story โดยตัวแทนของ Disney ระบุว่าบริษัทเคารพการตัดสินใจของ OpenAI ที่จะถอนตัวจากธุรกิจสร้างวิดีโอและเปลี่ยนไปให้ความสำคัญกับเรื่องอื่นแทน
อัลต์แมนได้ประกาศการเปลี่ยนแปลงนี้กับพนักงานเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยบริษัทจะยกเลิกผลิตภัณฑ์ทั้งหมดที่ใช้โมเดลวิดีโอ ซึ่งรวมถึงแอปสำหรับผู้ใช้ทั่วไป เวอร์ชันสำหรับนักพัฒนา และจะไม่รองรับฟังก์ชันวิดีโอภายใน ChatGPT อีกต่อไป
ขณะที่บัญชี X ทางการของ Sora ได้โพสต์อำลาเมื่อวันที่ 24 มีนาคม โดยระบุว่า “เราขอบอกลาแอป Sora สิ่งที่คุณสร้างสรรค์มีความหมาย และเรารู้ว่าข่าวนี้ชวนให้ผิดหวัง” พร้อมระบุว่าจะแจ้งกำหนดการและรายละเอียดเรื่องการเก็บรักษาผลงานของผู้ใช้ให้ทราบในเร็วๆ นี้
การตัดสินใจครั้งนี้ เป็นการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ครั้งสำคัญ เพื่อนำทรัพยากรประมวลผลและบุคลากรชั้นนำกลับไปมุ่งเน้นที่เครื่องมือเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และฟังก์ชันการเขียนโค้ดสำหรับองค์กรและผู้ใช้ทั่วไป เพื่อแข่งขันกับสตาร์ทอัพคู่แข่งอย่าง Anthropic และเตรียมพร้อมสำหรับการเสนอขายหุ้น IPO ที่อาจเกิดขึ้นเร็วที่สุดในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้
ปัจจุบัน ทีมงานของ Sora จะหันไปให้ความสำคัญกับการเดิมพันระยะยาวอย่างวิทยาการหุ่นยนต์แทน โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว OpenAI เพิ่งประกาศรวมแอป ChatGPT บนเดสก์ท็อป เครื่องมือเขียนโค้ด Codex และเบราว์เซอร์เข้าด้วยกันเป็น ‘ซูเปอร์แอป’ (Superapp) ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของ ฟิดจิ ซิโม หัวหน้าฝ่ายแอปพลิเคชันของบริษัท ที่กล่าวในการประชุมเมื่อต้นเดือนว่า พนักงานไม่ควรเสียสมาธิไปกับภารกิจรอง และควรมุ่งเน้นไปที่การสร้างระบบ Agentic (ซอฟต์แวร์ AI ที่ทำงานอัตโนมัติบนคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้ เช่น การเขียนโค้ดหรือวิเคราะห์ข้อมูล) ให้กับผลิตภัณฑ์ของตนมากขึ้น
ภาพ: NurPhoto / GettyImages

