วันนี้ (9 เมษายน) จักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการกำจัดมูลฝอยด้วยวิธีการเผาไหม้เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า ขนาดไม่น้อยกว่า 1,000 ตันต่อวัน ที่ ศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช เขตประเวศ ซึ่งการลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการติดตามความต่อเนื่อง หลังจากโครงการได้เริ่มเปิดรับขยะเข้ามาเพื่อทดสอบระบบการทำงานเบื้องต้นตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา
รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมคณะผู้บริหาร ได้เดินตรวจความเรียบร้อยของการติดตั้งอุปกรณ์และระบบการทำงานต่างๆ ภายในศูนย์ฯ อาทิ ห้องควบคุมระบบส่วนกลาง และห้องขับเครนคีบขยะ โดยได้มอบหมายให้สำนักสิ่งแวดล้อมติดตามความคืบหน้าของโครงการอย่างใกล้ชิด พร้อมให้รายงานผลการดำเนินงาน ปัญหา และอุปสรรคเป็นระยะ นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำถึงมาตรการสำคัญในการควบคุมและกำจัดกลิ่นขยะมูลฝอยอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขอนามัยต่อชุมชนโดยรอบ
จากการรายงานของบริษัทผู้รับจ้าง ปัจจุบันโครงการมีความคืบหน้าสะสมอยู่ที่ร้อยละ 89.10 ซึ่งถือว่าเป็นไปตามแผนงานที่วางไว้ โดยในช่วงการรับขยะเพื่อทดสอบระบบนั้น เป็นการทดสอบในส่วนของเครื่องชั่งน้ำหนัก ระบบแรงดันลบในบ่อพักขยะ ระบบบำบัดน้ำเสีย ระบบเตาเผา รวมถึงการเตรียมความพร้อมเพื่อเชื่อมต่อกระแสไฟฟ้าเข้ากับระบบของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ขณะเดียวกันก็ยังดำเนินการก่อสร้างอาคารและระบบควบคุมมลพิษต่างๆ ควบคู่กันไป ซึ่งคาดว่าโครงการทั้งหมดจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ตามกำหนดสัญญาภายในปี 2569
สำหรับโครงการกำจัดมูลฝอยด้วยวิธีการเผาไหม้ฯ แห่งนี้ ตั้งอยู่บนพื้นที่ 30 ไร่ ดำเนินการโดยบริษัท นิวสกาย เอ็นเนอร์จี (แบงค็อก) จำกัด เริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2567 และมีกำหนดแล้วเสร็จในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2569 (รวมระยะเวลาก่อสร้าง 1,000 วัน) ภายใต้รูปแบบการลงทุน BOT (Build-Operate-Transfer) ที่เอกชนเป็นผู้รับผิดชอบการลงทุน ออกแบบ ก่อสร้าง และบริหารจัดการระบบเป็นระยะเวลา 20 ปี
กระบวนการทำงานของโรงไฟฟ้าขยะแห่งนี้ จะรองรับมูลฝอยที่จัดเก็บมาพักไว้ในบ่อระบบปิดประมาณ 3-5 วัน เพื่อลดความชื้น ก่อนใช้เครนคีบขยะเข้าสู่เตาเผาแบบตะกรับ (Stoker Type) ที่ควบคุมอุณหภูมิความร้อนไว้ที่ 850-1,100 องศาเซลเซียส โดยจะนำความร้อนที่ได้ไปต้มน้ำจนเกิดไอน้ำแรงดันสูง ผ่านกังหันไอน้ำเพื่อขับเคลื่อนเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ซึ่งสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ถึง 30 เมกะวัตต์ ถือเป็นการตอบสนองแผนยุทธศาสตร์ของ กทม. ในการลดปริมาณการกำจัดขยะด้วยวิธีการฝังกลบ และหันมาใช้เทคโนโลยีแปรรูปขยะเป็นพลังงานทางเลือกแทน
ทั้งนี้ การลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการดังกล่าว มีคณะผู้บริหารระดับสูงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง นำโดย พรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้บริหารด้านความยั่งยืนของ กทม., วรนุช สวยค้าข้าว ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม, ปาจริยา มหากาญจนะ รองผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักสิ่งแวดล้อม และตัวแทนจากบริษัท นิวสกาย เอ็นเนอร์จี (แบงค็อก) จำกัด ร่วมให้ข้อมูลและรับฟังข้อเสนอแนะ


