OMODA & JAECOO แบรนด์ยานยนต์พลังงานไฟฟ้าชั้นนำภายใต้บริษัท CHERY Automobile บุกงาน Bangkok International Motor Show 2026 ครั้งที่ 47 พร้อมเปิดตัวรถ EV ใหม่ แบรนด์แอมบาสเดอร์ และโชว์เทคโนโลยีอัจฉริยะที่จะเปลี่ยนแปลงประสบการณ์การขับขี่ของผู้ขับขี่
ไฮไลต์สำคัญของปีนี้คือการเปิดตัว THE NEW OMODA C5 EV MAX+ ครั้งแรกในประเทศไทย กับการประกาศราคาคาดการณ์ 7xx,xxx บาท และสำหรับภายในช่วง Motor Show 23 มีนาคม – 5 เมษายน 2026 สามารถลงทะเบียนจองสิทธิ์รับราคาพิเศษ 629,xxx บาท (ก่อนปรับเป็น 649,xxx บาท ตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2569 เป็นต้นไป) ภายใต้แนวคิดการออกแบบ ROBO SHARK Design ที่สะท้อนเส้นสายที่โฉบเฉี่ยว ปราดเปรียวและล้ำสมัย (Futuristic) พร้อมเทคโนโลยีอัจฉริยะครบครัน พร้อมเปิดรับลงทะเบียนจองสิทธิ์ได้ที่ผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ และภายในงาน Motor Show บูธ OMODA & JAECOO A24 Impact Challenger 1

นอกจากนี้ในงานนี้ OMODA & JAECOO ยังเปิดตัวแบรนด์แอมบาสเดอร์ของแบรนด์ OMODA คือ ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่ ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวแทนในการสะท้อนภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่มุ่งสื่อสารกับคนรุ่นใหม่ที่มีสไตล์ มีความมั่นใจ และกล้าแสดงออกถึงรสนิยมและไลฟ์สไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง พร้อมทั้งช่วยนำเสนอเสน่ห์ของ THE NEW OMODA C5 EV MAX+ ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายทั่วประเทศไทย
อีกไฮไลต์คือการเปิดตัว JAECOO 5 EV MAX+ รถไฟฟ้าที่มาพร้อมแบตเตอรี 50.6 kwh รุ่นใหม่ที่โดดเด่นด้านความคุ้มค่า ฟีเจอร์ครบครัน และตอบโจทย์การใช้งานจริงของครอบครัวยุคใหม่ ด้วยการประกาศราคาคาดการณ์ 6xx,xxx บาท และสำหรับภายในช่วง Motor Show ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม – 5 เมษายน 2026 ลงทะเบียนจองสิทธิ์รับราคาพิเศษ 579,xxx บาท (ก่อนปรับเป็น 6xx,xxx บาท ตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2026 เป็นต้นไป) โดยมี มาริโอ้ เมาเร่อ แบรนด์แอมบาสเดอร์ของแบรนด์ JAECOO มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์การขับขี่ที่ยอดเยี่ยมแก่ผู้เข้าชมงาน

อีกหนึ่งนวัตกรรมที่ได้รับความสนใจคือ Mornine (มอร์อีน) หุ่นยนต์อัจฉริยะจาก Chery Group ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อสะท้อนศักยภาพด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมของแบรนด์ เทคโนโลยีล้ำสมัยนี้แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ ในการขับเคลื่อนอนาคตของอุตสาหกรรมยานยนต์ ผ่านการผสานเทคโนโลยีอัจฉริยะเข้ากับประสบการณ์ของผู้ใช้งานในยุคใหม่
OMODA & JAECOO ยังได้ประกาศแผนการประกอบรถในประเทศ (KD) สำหรับ OMODA C5 EV MAX+ , JAECOO 5 EV MAX+, JAECOO 6 EV Long Range 4WD และ JAECOO 6 EV 2WD MAX ซึ่งก้าวสำคัญนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของบริษัทในการทำให้ยานยนต์ไฟฟ้าคุณภาพสูงเข้าถึงได้ง่ายขึ้นสำหรับผู้บริโภคชาวไทย โดยขณะนี้โรงงานในไทยอยู่ระหว่างการดำเนินการตามแผน และจะมีการเริ่มผลิตรถภายในเมษายน 2569 การประกอบในประเทศจะช่วยเสริมความพร้อมด้านอะไหล่ บริการหลังการขาย และการสนับสนุนลูกค้าในระยะยาว ทำให้ผู้ใช้ทั่วประเทศได้รับบริการที่เข้าถึงได้ง่ายและสะดวกสบายยิ่งขึ้น
สำหรับในปี 2025 OMODA & JAECOO ประเทศไทย ได้ส่งมอบรถให้แก่ลูกค้ากว่า 18,030 คัน สะท้อนการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและความไว้วางใจจากผู้บริโภคชาวไทย ขณะที่ระดับโลก แบรนด์ได้ขยายไปยัง 64 ประเทศ ด้วยยอดส่งมอบสะสม 800,000 คัน ภายใน 3 ปี นับตั้งแต่ก่อตั้ง สะท้อนการเติบโตที่รวดเร็วและการยอมรับในระดับสากล
บิล จาง รองประธานแบรนด์ OMODA & JAECOO ประเทศไทย และ AIMOGA กล่าวว่า “ในปีนี้ เรายังคงมุ่งมั่นนำเสนอนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวไทยอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็น OMODA C5 EV MAX+ และ JAECOO 5 EV MAX+ ที่โดดเด่นด้านดีไซน์และมาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยและความสะดวกสบายที่เข้ากับไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ การที่มีโรงงานประกอบในประเทศ ทำให้เรามั่นใจว่าจะมอบความคุ้มค่าสูงสุดให้กับลูกค้า ตอกย้ำการดูแลที่เหนือระดับกับการรับประกัน Lifetime Warranty พร้อมกับการมุ่งมั่นสร้างและพัฒนาการบริการหลังการขาย เป้าหมายสูงสุดของเราไม่ใช่เพียงการเป็นผู้นำในตลาด NEV พรีเมียม แต่คือการสร้างรากฐานที่ยั่งยืนเพื่อให้ผู้บริโภคชาวไทยได้เข้าถึงเทคโนโลยีอัจฉริยะและงานดีไซน์ที่ประณีต เพราะเราเชื่อว่ารถยนต์คือสิ่งที่บ่งบอกตัวตนและทัศนคติในการใช้ชีวิตของคุณ เราจึงตั้งใจส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุด เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการและเคียงข้างคุณในทุกเส้นทางอย่างยั่งยืน”
สำหรับรถทั้งหมดที่จัดแสดงในบูธ OMODA & JAECOO ปีนี้ ประกอบด้วย OMODA C5 EV MAX+, JAECOO 5 EV MAX+, JAECOO 6 EV, JAECOO 6T EV และ JAECOO 7 SHS ผู้เข้าชมงาน Bangkok International Motor Show 2026 สามารถแวะเยี่ยมชมได้ที่บูธ OMODA & JAECOO (บูธ A24) ณ IMPACT Challenger Hall 1 เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม 2569 ถึง 5 เมษายน 2026
[ADVERTORIAL]
ไฮไลต์ THE NEW OMODA C5 EV MAX+
- ดีไซน์ล้ำสมัย – เส้นสายคมชัด ไฟหน้า LED สายฟ้า และไฟท้ายพาดยาวเต็มคัน ที่เพิ่มความสปอร์ตและทันสมัย
- มาตรฐานความปลอดภัยระดับสูง – ระบบ ADAS 19 ฟังก์ชัน กล้องรอบทิศทาง 540° และโครงสร้างตัวถังเหล็กกล้าแรงดึงสูงถึง 78% รอบคัน ใช้แบตเตอรี่แบบ LFP ที่ทนทานต่อแรงกระแทกและความร้อน ไม่เกิดการระเบิดหรือประกายไฟ กันน้ำมาตรฐาน IP68 ลุยน้ำได้สูง 45 ซม ในระยะเวลาไม่เกิน 30 นาที พร้อมมอบความปลอดภัยที่เหนือระดับ
- ห้องโดยสารอัจฉริยะ – หน้าจอ 15.6 นิ้ว 2K HD ที่ปรับเปลี่ยนตามบรรยากาศ ระบบเสียง Sony 8 ลำโพง เบาะผู้ขับขี่ปรับไฟฟ้า 6 ทิศทางพร้อมปรับดันหลังไฟฟ้า 4 ทิศทาง มาพร้อมกับระบบนวดที่เลือกปรับความแรงและรูปแบบการนวดได้หลากหลาย เบาะคู่หน้ามาพร้อมกับระบบเบาะระบายอากาศ และยังมี Camp Mode และ Pet Mode ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่
- สมรรถนะยอดเยี่ยม – มอเตอร์ 211 แรงม้า ระยะวิ่ง 422 กม./ชาร์จ เพียงพอสำหรับการใช้งานประจำวันพร้อมรองรับรูปแบบการใช้งานทั้งในเมืองและนอกเมือง


