×

สบน.ห่วงกองทุนน้ำมันติดลบหนักกระทบหนี้สาธารณะ เผยจ่อรื้อแผนการคลัง รับนโยบายรัฐบาลใหม่

16.03.2026
  • LOADING...
ภาพประกอบ สบน. แสดงความกังวลต่อสถานะกองทุนน้ำมันฯ ที่ติดลบ และอาจกระทบหนี้สาธารณะ รวมถึงการทบทวนแผนการคลัง

ผอ.สบน.ชี้ หากกองทุนน้ำมันฯ กู้เงิน 20,000 ล้าน นับเป็นหนี้สาธารณะ ย้ำไทยยังมีพื้นที่นโยบายเพียงพอ 4% เผยแผนการคลังระยะปานกลางต้องถูกทบทวนโดยรัฐบาลใหม่ ยันรักษากรอบวินัยการคลังขาดดุลไม่เกิน 3%

 

วันนี้ (16 มีนาคม) จินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เผยว่า หนี้ของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงนับเป็นหนี้สาธารณะ รวมไปถึงกรอบวงเงินกู้เพิ่มเติมตามพ.ร.ฎ. ของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงด้วย เนื่องจากสำนักงานกองทุนเชื้อเพลิงถือเป็นหน่วยงานในกำกับของรัฐ พร้อมยืนยันว่า หนี้สาธารณะยังมีพื้นที่ (Room) เหลืออยู่ประมาณ 4% ก่อนจะแตะเพดานที่ระดับ 70% ของ GDP

 

จินดารัตน์ยังระบุว่า สำหรับประมาณการหนี้สาธารณะต่อ GDP ในปีงบประมาณนี้ ต้องประเมินตามสถานการณ์อีกที จากปัจจัยต่างๆ ได้แก่ สถานะและการกู้ยืมเงินของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง รวมไปถึงการเติบโตของเศรษฐกิจไทย (GDP)

 

“ก็แล้วแต่สถานการณ์ ถ้า (กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง) ติดลบไปเรื่อยจนต้องกู้เงิน (ตัวเลขประมาณการหนี้สาธารณะต่อ GDP) ก็อาจจะเปลี่ยน แต่ถ้ามีเหตุการณ์ดีขึ้น สงครามไม่มีแล้วก็อาจจะดีขึ้น เพราะที่ผ่านมากองทุนน้ำมันฯ ก็พยายามชำระหนี้ นอกจากนี้ ถ้า GDP ไทยลดลง ตัวสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP ก็จะเพิ่มขึ้น” จินดารัตน์กล่าว

 

ทั้งนี้ ณ วันที่ 15 มีนาคม 2569 ตามข้อมูลสถานะกองทุนน้ำมันฯล่าสุด พบว่า กองทุนมีสถานะติดลบแล้วที่ 12,605 ล้านบาท แบ่งเป็น บัญชีน้ำมันที่ยังเป็นบวก 25,016 ล้านบาท แต่ถูกฉุดด้วยบัญชีก๊าซ LPG ที่ติดลบหนัก 37,621 ล้านบาท

 

พร้อมกันนี้ จินดารัตน์ยืนยันว่า จะต้องมีการทบทวนแผนการคลังระยะปานกลาง (Medium Term Fiscal Framework: MTFF) ครั้งใหม่ เมื่อได้รัฐบาลชุดใหม่ เพื่อให้สอดรับกับนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ ตลอดจนจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ซึ่งปัจจุบันได้มีการจัดทำตารางไทม์ไลน์ปรับปรุง MTFF แล้ว

 

โดยจินดารัตน์กล่าวต่อว่า เบื้องต้นสบน. ได้มีการหารือแนวทางเตรียมความพร้อมกับผู้บริหารจากหน่วยงานต่างๆ แล้ว เช่น กรมสรรพสามิต และสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)

 

“เพราะเป็นรัฐบาลชุดใหม่ จะต้องมีการปรับ MTFF และงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2570 โดยมีตารางแล้วว่าจะปรับเมื่อไร ยังไม่มีการประชุม แต่มีคุยกันบ้างกับผู้บริหาร สรรพสามิต สบน. สศค. ดูแนวทางเตรียมพร้อมไว้กันหมด” จินดารัตน์กล่าว

 

อย่างไรก็ตาม จินดารัตน์ ยืนยันว่า ต้องการให้แผนการคลังระยะปานกลางคงเป้าหมายขาดดุลการคลังไม่เกิน 3% ต่อ GDP ไว้ตามเดิม เนื่องจากเป็นมาตรฐานของสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Ratings) และเป็นสิ่งที่ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังให้ความสำคัญอย่างมากอีกด้วย

 

“3% อยากให้คงอยู่ เพราะเป็นมาตรฐานของเครดิตเรตติ้งว่าไม่ควรขาดดุลเกิน 3% ของ GDP ซึ่งท่านรัฐมนตรีมีแนวคิดคุมให้ไม่เกิน 3% และกำหนดว่าจะกลับเข้าสู่ 3% ได้ภายในเมื่อไร” จินดารัตน์กล่าว

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories