×

ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน 1 บาทต่อลิตร รัฐสูญเสียรายได้ราว 2,800 ล้านบาทต่อเดือน

17.03.2026
  • LOADING...
ภาพกราฟิกแสดงผลกระทบจากการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน 1 บาทต่อลิตร ซึ่งส่งผลให้รัฐสูญเสียรายได้ประมาณ 2,800 ล้านบาทต่อเดือน โดยมีกลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นทางเลือกสำคัญในการพิจารณา

วันนี้ (17 มีนาคม) แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เผยว่า หากลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันลง 1 บาทต่อลิตร ไม่ว่าจะน้ำมันดีเซล หรือน้ำมันเบนซิน ก็จะทำให้รัฐสูญเสียรายได้ราว 2,800 ล้านบาทต่อเดือน

 

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังยังยืนยันว่า ในการช่วยอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซล รัฐบาลจะเลือกปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเป็นทางเลือกท้ายๆ โดยจะใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ‘เป็นหลัก’ ก่อน

 

พร้อมทั้งเผยว่า รัฐบาลที่ยังไม่มีอำนาจเต็ม ไม่สามารถพิจารณาปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันได้ รวมถึงไม่สามารถอนุมัติให้กระทรวงการคลังเป็นผู้ค้ำประกันชดเชยกองทุนน้ำมันฯ ด้วย

 

“กระทรวงการคลังและกระทรวงพลังงานมีการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด โดยเบื้องต้นต้องอิงตามกลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งต้องพิจารณาความสามารถกองทุน สภาพคล่องกองทุน หนี้สินและการบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด ก่อนอาศัยการปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน”

 

ไขข้อสงสัย กองทุนน้ำมันเหลือ ‘รูม’ บริหารจัดการ-กู้เงินเท่าไร

 

ก่อนหน้านี้ ในวันเดียวกัน พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมกล่าวว่า กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไม่สามารถติดลบเกิน 40,000 ล้านบาทได้

 

โดยแหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังอธิบายเพิ่มเติมว่า สาเหตุที่ไม่สามารถติดลบเกิน 40,000 ล้านบาทได้นั้น เป็นไปตามพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562

 

ทั้งนี้ ตามมาตรา 26 ของพ.ร.บ.ดังกล่าวระบุว่า กองทุนต้องมีสภาพคล่องเพียงพอ เพื่อใช้ในการบริหารจัดการกองทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเมื่อรวมกับเงินกู้แล้วต้องไม่เกินจำนวน 40,000 ล้านบาท

 

“ตามกฎหมายของพ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง กองทุนฯ สามารถกู้ได้ที่ 40,000 ล้านบาท พอกู้ไปแล้ว 20,000 ล้านบาท ตอนนี้จึงเหลือพื้นที่ (Room) ในการกู้อีก 20,000 ล้านบาท รวมแล้วไม่เกิน 40,000 ล้านบาทก็ถูกต้องแล้ว” แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังกล่าว

 

กองทุนน้ำมัน ‘ติดลบทางบัญชี’ แต่ยังไม่กู้

 

สำหรับกองทุนน้ำมันฯ ซึ่งล่าสุด ณ วันที่ 15 มีนาคม 2569 กองทุนมีสถานะติดลบแล้ว 12,605 ล้านบาท โดยแหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังอธิบายว่า “เป็นการติดลบทางบัญชี และไม่ได้เป็นการติดลบจากการกู้เงิน”

 

เนื่องจากกองทุนมีสัญญากับคู่ค้าน้ำมัน และจะมีการเคลียร์บัญชีกันเป็นรอบในแต่ละเดือน เดือนละหนึ่งครั้ง ซึ่งรอบต่อไปจะเป็น สัปดาห์ที่สามของเดือนเมษายน ระหว่างนี้จึงเป็นการติดลบระหว่างบัญชี ซึ่งอาจมีการพลิกกลับเป็นบวกได้

 

“สมมติระหว่างนี้ ถ้าน้ำมันลง เดี๋ยวก็หมุนกลับมาได้ ค่อยไปดูตอนวันที่ Settle ว่าจริงๆ ติดลบเท่าไร อย่าไปดูรายวันเลย” แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังกล่าว

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories