สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เร่งติดตามและกำกับการจ่ายค่าสินไหมทดแทนจากอุบัติภัยใหญ่ กรณีเครนในโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงของการรถไฟแห่งประเทศไทย พังถล่มทับขบวนรถไฟด่วนพิเศษ ขบวนที่ 21 เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก
อดิศร พิพัฒน์วรพงศ์ รองเลขาธิการ คปภ. ด้านกฎหมายและตรวจสอบ ได้ประชุมและหารือกับบริษัทประกันภัยที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้แทนจากการรถไฟแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 15 มกราคมที่ผ่านมา เพื่อประสานข้อมูลและกำหนดแนวทางการช่วยเหลือร่วมกัน
โดยรองเลขาธิการ คปภ. เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบข้อมูลด้านการประกันภัยพบว่า บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ได้ทำประกันภัยประเภท Contractor All Risks (CAR) ซึ่งมีความคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอกวงเงิน 583 ล้านบาท โดยมีบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เป็นผู้รับประกันภัยหลักในสัดส่วน 60% ขณะที่บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) และบริษัท อินทรประกันภัย จำกัด (มหาชน) รับประกันภัยรายละ 20%
เพื่อให้การชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ประชาชนเป็นไปอย่างถูกต้อง รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ สำนักงาน คปภ. จึงใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. 2535 เชิญบริษัทประกันภัยที่เกี่ยวข้องมาหารือ เพื่อกำหนดแนวทางการจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้มีความชัดเจนและเป็นไปในแนวทางเดียวกัน
ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติให้บริษัท ทิพยประกันภัย ซึ่งเป็นผู้รับประกันภัยหลัก ดำเนินการจ่ายเงินเยียวยาเบื้องต้นแก่ผู้เสียชีวิตรายละ 1 ล้านบาท พร้อมพิจารณาการเยียวยาเพิ่มเติมตามหลักความเป็นธรรมและความเหมาะสมในลำดับถัดไป ขณะเดียวกันได้กำชับให้บริษัทประกันภัยทุกแห่งเร่งรัดการจ่ายเงินเยียวยาและค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ได้รับผลกระทบโดยเร็ว ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บให้สามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลตามจริง ตามสิทธิและความคุ้มครองที่เกี่ยวข้อง
สำนักงาน คปภ. ย้ำว่า จะกำกับติดตามการดำเนินงานของบริษัทประกันภัยอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างทันท่วงที โปร่งใส และเป็นธรรม พร้อมขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้


