วันนี้ (21 มกราคม) สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) บูรณาการกำลังร่วมกับ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.), สถานีตำรวจภูธรคลองลึก และ กองกำลังบูรพา ลงพื้นที่ตำบลท่าข้าม อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ตรวจสอบจุดเชื่อมต่อโครงข่ายอินเทอร์เน็ต เพื่อสกัดกั้นการลักลอบส่งสัญญาณข้ามพรมแดน
ไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. เปิดเผยว่า ปฏิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องจาก กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตรวจพบความผิดปกติของหมายเลขไอพี (IP Address) ที่จดทะเบียนในประเทศไทย แต่ถูกนำไปใช้งานในประเทศกัมพูชา เพื่อทำธุรกรรมโอนเงินผ่านแอปพลิเคชันธนาคารของบัญชีม้าแถวที่ 1 ซึ่งเชื่อมโยงกับคดีหลอกลวงประชาชนของแก๊งคอลเซ็นเตอร์
สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ย้ำว่าการนำ IP Address ของไทยไปให้บริการในต่างประเทศ เป็นการฝ่าฝืนมาตรการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หากพบผู้รับใบอนุญาตรายใดฝ่าฝืน จะดำเนินการตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2568 มาตรา 67 มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 10 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
”สำนักงาน กสทช. จะเดินหน้าตรวจสอบและลงพื้นที่อย่างเข้มข้น เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ และตัดวงจรการใช้โครงข่ายโทรคมนาคมที่ผิดกฎหมาย” ไตรรัตน์ กล่าว


