วันนี้ (27 มกราคม) ที่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค พร้อมด้วยทีมบริหารรัฐบาลประชาชน ประกอบด้วย เดชรัตน สุขกำเนิด, เพียงพนอ บุญกล่ำ, สิทธิพล วิบูลย์ธนากุล, เซีย จำปาทอง พูนศักดิ์ จันทร์จําปี, วรภพ วิริยะโรจน์, วิสุทธิ์ ตันตินันท์, ศุภโชติ ไชยสัจ และ อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ เข้าพบและร่วมหารือกับ เกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
ภายหลังการหารือ เกรียงไกรกล่าวว่า เราได้มีการแลกเปลี่ยนกับทางณัฐพงษ์และทีมบริหารของพรรคประชาชน ในเรื่องนโยบายทางด้านเศรษฐกิจในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรม รวมทั้งปัญหาเชิงโครงสร้างต่าง ๆ ที่เราเผชิญอยู่ เรามีความท้าทายมากมาย ไม่ว่าจะเรื่องการพัฒนาคน สิ่งแวดล้อม อุตสาหกรรมใหม่ ๆ ที่มีขั้นตอนและปัญหาอุปสรรคมากมายที่เรารออยู่
“เราก็อยากฟังว่าแนวทางของพรรคประชาชนในกรณีที่ หากภายหลังการเลือกตั้งจะได้มาเป็นผู้บริหารประเทศจะมีแนวทาง และวิธีการแก้ปัญหาเพื่อยกระดับ ขีดความสามารถในการแข่งขัน ทำให้ผู้ประกอบการเราไปต่อได้อย่างไร ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญ เพราะวันนี้ปัญหาปากท้องเป็นเรื่องสำคัญที่สุด การแข่งขันภายนอกที่มากมาย ซึ่งเราควบคุมไม่ได้แต่ภายในที่เราควบคุมได้จะทำอย่างไร” เกรียงไกรกล่าว
ด้าน ณัฐพงษ์ระบุว่า สิ่งสำคัญที่สุดวันนี้คือการสร้างความเชื่อมั่น พร้อมกล่าวขอบคุณเกรียงไกร ที่ให้โอกาสมาพูดคุยกัน ความเชื่อมั่นอย่างแรกคือ เชื่อว่าต่อไปในอนาคตหากเรามีโอกาสได้เข้าไปบริหารประเทศ จะมีการพูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้เห็นปัญหาอย่างรอบด้าน ไม่ทิ้งช่วงแน่นอน ทั้งกฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองแรงงาน อากาศสะอาด ที่ภาคเอกชนอาจมีข้อห่วงใยบางประการ
“วันนี้เราจึงได้มาให้ความมั่นใจว่าเราทำนโยบายไม่ได้หวังซึ่งคะแนนเสียงระยะสั้น แต่มองโจทย์ระยะยาวซึ่งเป็นทางออกของประเทศ สำคัญที่สุดคือการทำนโยบายที่รักษาสมดุลอย่างรอบด้าน ไม่ว่าสภาอุตสาหกรรมหรือใครก็ตามล้วนมีชื่อว่าประชาชนคนไทยด้วยกันทั้งสิ้นตามชื่อพรรคว่าประชาชน ทุกคนก็พร้อมสนับสนุนนโยบายที่สร้างทางออกและความเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างแท้จริง”
ณัฐพงษ์กล่าวต่อไปว่า ภาคเอกชนได้สะท้อนว่ามีปัญหาคือการปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่น ปัญหาครึ่งหนึ่งที่ภาคเอกชนเจอมีรากเหง้าจากการทุจริต หากการเข้าสู่อำนาจของเราตรงไปตรงมา ไม่ได้มีผลประโยชน์ทับซ้อน เชื่อว่าพรรคประชาชนเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุดที่จะเข้าไปดำเนินนโยบายในส่วนนี้ เพื่อขจัดปัญหาคอรัปชั่นให้กับประชาชนได้
ทั้งนี้ ณัฐพงษ์ระบุว่า โจทย์ 100 วันแรก คือการอุดรูรั่วทางเศรษฐกิจ เช่นกันปราบปรามสินค้าเถื่อนราคาถูกที่ลักลอบเข้ามา นโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ตัวแทนสภาอุตสาหกรรมฯ สะท้อนว่า นโยบายใดที่ดีอยู่แล้ว ก็อยากให้ทำต่ออย่าไปยกเลิกเพราะเหตุผลทางการเมือง ซึ่งเราก็เห็นด้วย คนละครึ่งเราก็ทำต่อ แต่เพิ่มด้วยนโยบายหวยใบเสร็จ ที่เชื่อว่าจะทำให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะยาว นอกจากนี้ยังมีการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน ส่งเสริมผู้ประกอบการ ใครที่เข้ามาสู่ระบบภาษีพานโยบายหวยใบเสร็จ เราก็มีคูปองคืนให้
“หน้าที่ของรัฐบาลคือสร้างแต้มต่อให้กับคนที่ทำถูกต้องในประเทศนี้ ส่วนใครที่ทำไม่ถูกต้อง เราก็มีหน้าที่ใช้อำนาจทางกฎหมายไปกำกับอย่างจริงจัง” ณัฐพงษ์กล่าว










เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/


