×

มาครงในลุคสวมแว่นตาดำ ชวนจีนลงทุนยุโรปบนเวที WEF

21.01.2026
  • LOADING...
มาครงในลุคสวมแว่นตาดำ ชวน จีน ลงทุน ยุโรป บนเวที WEF

กลายเป็นจุดสนใจทันทีบนเวทีการประชุม World Economic Forum ณ เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ หลังค่ำวานนี้ (20 มกราคม) ประธานาธิบดี เอมมานูเอล มาครง แห่งฝรั่งเศส ปรากฏตัวในลุคสวมแว่นตาดำแปลกตาจนสื่อทั่วโลกจับจ้อง ก่อนจะมีการเฉลยในภายหลังว่า ลุคนี้เกิดจากปัญหาสุขภาพ เนื่องจากเส้นเลือดฝอยในตาแตก ทำให้เขาจำเป็นต้องสวมแว่นเพื่อป้องกันดวงตาที่กำลังบาดเจ็บ

 

แต่ภายใต้เลนส์สีเข้มนั้น เขาได้กล่าวถึงวิสัยทัศน์ของฝรั่งเศสที่น่าสนใจ โดยเฉพาะสปีชที่ส่งสัญญาณตรงถึงมหาอำนาจตะวันออกอย่างจีน ให้เข้ามามีบทบาทในเศรษฐกิจยุโรปมากขึ้น

 

  • China is welcome

 

มาครงใช้โอกาสนี้เชิญชวนให้จีนเพิ่มการลงทุนโดยตรง (FDI) ในอุตสาหกรรมสำคัญของยุโรป ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการพยายาม ‘ปรับสมดุล’ (Rebalancing) ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ ท่ามกลางสถานการณ์ท้าทายมากมาย รวมถึงความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นกับสหรัฐฯ

 

“เรายินดีต้อนรับจีน แต่สิ่งที่เราต้องการคือการลงทุนโดยตรงในภาคส่วนสำคัญของยุโรป เพื่อยกระดับการเติบโตทางเศรษฐกิจ และเกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยี และไม่ใช่แค่การส่งออกอุปกรณ์หรือผลิตภัณฑ์บางอย่างไปยังยุโรป ซึ่งบางครั้งอาจไม่ได้มาตรฐานเดียวกัน หรือได้รับการอุดหนุนมากกว่าที่ผลิตในยุโรป นี่ไม่ใช่การกีดกันทางการค้า แต่เป็นการฟื้นฟูสภาพการแข่งขันที่เป็นธรรมและปกป้องอุตสาหกรรมของเรา”

 

  • ผู้เชี่ยวชาญจีนมองอย่างไร

 

เจียน จุนป๋อ (Jian Junbo) ผู้อำนวยการศูนย์ความสัมพันธ์จีน-ยุโรป สถาบันการต่างประเทศ มหาวิทยาลัยฟู่ตั้น ให้สัมภาษณ์กับ Global Times ว่า ท่าทีต่อจีนในลักษณะนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ หรือเป็นการตอบโต้กรณีที่สหรัฐฯ ขึ้นภาษีชาติยุโรปเพื่อบีบให้ขายกรีนแลนด์ แต่อันที่จริงแล้ว มันแสดงให้เห็นว่าสหภาพยุโรปพยายามปรับสมดุลแนวทางที่มีต่อจีน เพื่อรับมือกับการกีดกันทางการค้าที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงการผลักดันอำนาจครอบงำของสหรัฐฯ

 

นอกจากนี้ มาครงยังกล่าวอีกว่า ท่ามกลางการแข่งขันจากจีนอันเป็นชาติมีกำลังการผลิตส่วนเกินจำนวนมหาศาลและแนวปฏิบัติที่บิดเบือนตลาด ซึ่งเสี่ยงจะทำลายภาคอุตสาหกรรมและพาณิชย์ทั้งหมด “คำตอบในการแก้ไขปัญหานี้ คือความร่วมมือที่มากขึ้น และการสร้างแนวทางใหม่ๆ”

 

เจียนมองว่า ในสายตาของจีนนั้น “ไม่มีอุปสรรคพื้นฐาน” ในการขยายการลงทุน และวิสาหกิจจีนก็พร้อมจะลุยตลาดยุโรปอยู่แล้ว แต่บอลตอนนี้ไปตกอยู่ที่ฝั่งสหภาพยุโรปว่าจะ ‘จริงใจ’ แค่ไหนในการทลายกำแพงอุปสรรคทางการลงทุนที่มีอยู่

 

  • วิจารณ์สหรัฐฯ ลั่นยุโรปจะไม่ยอมถูกรังแก

 

ที่น่าสังเกตอีกประการหนึ่งคือ ในสุนทรพจน์ของมาครง เขาได้วิพากษ์วิจารณ์สหรัฐฯ อย่างตรงไปตรงมาในประเด็นภาษีศุลกากรและเรื่องอื่นๆ โดยกล่าวว่า “การแข่งขันจากสหรัฐอเมริกาผ่านข้อตกลงทางการค้าที่บ่อนทำลายผลประโยชน์การส่งออกของเรา เรียกร้องสัมปทานสูงสุดและมีเป้าหมายอย่างเปิดเผยที่จะทำให้ยุโรปอ่อนแอและตกอยู่ภายใต้อิทธิพล ควบคู่ไปกับการปรับขึ้นภาษีศุลกากรใหม่อย่างไม่หยุดหย่อน เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้โดยพื้นฐาน ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือต่อรองกับอธิปไตยทางดินแดนด้วยแล้ว”

 

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้น ท่ามกลางช่วงเวลาที่ความสัมพันธ์ระหว่างสหภาพยุโรปและสหรัฐฯ กำลังเผชิญความตึงเครียด และอาจนำไปสู่สงครามการค้า หลังจากที่สหรัฐฯ ประกาศเก็บภาษีนำเข้าจาก 8 ประเทศในยุโรป เพื่อบีบให้ขายกรีนแลนด์

 

รายงานจากสำนักข่าว AP ระบุว่า มาครงกล่าวว่าสหภาพยุโรปอาจตอบโต้ด้วยการใช้เครื่องมือทางเศรษฐกิจที่ทรงพลังที่สุดอย่างหนึ่ง ซึ่งก็คือ “บาซูก้า” ทางการค้า

 

เขาทิ้งท้ายด้วยประโยคที่สะท้อนจุดยืนของยุโรปในยุคใหม่ว่า “เราเลือกที่จะได้รับการเคารพมากกว่าการถูกรังแก เราเลือกที่จะเชื่อในวิทยาศาสตร์มากกว่าทฤษฎีสมคบคิด และเราเลือกที่จะเชื่อในหลักนิติธรรมมากกว่าการใช้กำลังที่โหดร้าย”

 

ภาพ: REUTERS / Denis Balibouse

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising