×

‘ลมหายใจมังกร’ แผ่ว ไทยขึ้นแท่น ‘ราชันลักชัวรีอาเซียน’ แบรนด์เนมยักษ์ใหญ่เล็งสยามเมืองยิ้มเป็นขุมทรัพย์ใหม่

26.03.2025
  • LOADING...
Gold House

HIGHLIGHTS

  • ในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา แบรนด์ระดับลักชัวรีได้เปิดช็อปในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทั้งหมด 26 แห่งด้วยกัน ในจำนวนนี้มีช็อปแบรนด์เนมในประเทศไทยเกิดขึ้นใหม่ถึง 11 แห่ง ซึ่งรวมถึงบ้านทองของ Dior ด้วย
  • เหล่าแบรนด์หรูที่เริ่มประสบปัญหายอดขายตกต่ำในประเทศจีน ไม่ใช่เพียงแค่เศรษฐกิจภายในประเทศของจีนจะยังคงไม่ฟื้นตัวกลับมาเท่าเดิม กำลังซื้อของนักช้อปแดนมังกรเองอ่อนแรงลง สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือค่านิยมที่กำลังเริ่มเปลี่ยนแปลงไป
  • แต่การเป็นลักชัวรีฮับนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะตลาดอื่นๆ ทั่วโลกเองก็มีการพัฒนาและเติบโตเช่นกัน ตามข้อมูลจาก Bain & Co ตลาดสินค้าหรูในตะวันออกกลางนั้นมีมูลค่าถึง 1.65 หมื่นดอลลาร์สหรัฐ (5.6 แสนล้านบาท) ซึ่งเท่ากับในตลาดอาเซียน

ภาพของคนที่นั่งรอรถเมล์กับความหวังที่จะได้กลับบ้านเพื่อไปพักผ่อนก่อนจะต้องกลับมาต่อสู้ชีวิตกันต่อในวันรุ่งขึ้น ช่างเป็นภาพที่ตัดกันดีเหลือเกินกับบ้านสีทองเหลืองอร่ามที่อยู่เบื้องหลัง

 

‘บ้านทอง’ (Gold House) หลังนี้ซึ่งตั้งอยู่ในลานมรกตริมถนนเพลินจิต และอยู่ตรงกลางระหว่าง 2 ห้างที่หรูหราที่สุดของประเทศไทยอย่างเซ็นทรัล ชิดลม และเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ไม่ได้เป็นบ้านจริงๆ แต่เป็น Concept store แห่งใหม่ของ Christian Dior แบรนด์ลักชัวรีระดับโลกที่ทุ่มงบประมาณมหาศาลในการเนรมิต Dior Gold House หลังนี้ขึ้น

 

ไม่ใช่เพียงแค่เป็นหน้าร้านที่หรูหรา แต่เป็นสถานที่ที่จะมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดของแบรนด์ให้แก่ลูกค้าทุกคน ซึ่งนอกจากจะได้เข้ามาชมความหรูหราอลังการของบ้านทองซึ่งตกแต่งอย่างสวยงามทุกจุด รวมถึงกระเบื้องทองแฮนด์เมดนับล้านชิ้น และภายในยังมี Dior Cafe ที่เสิร์ฟสุดยอดอาหารโดยเชฟระดับโลกดีกรีมิชลินสตาร์

 

ไม่น่าแปลกใจที่ในแต่ละวันจะมีกลุ่มลูกค้าระดับสูงเดินเข้าเดินออกเป็นว่าเล่น และที่สำคัญคือลูกค้าเหล่านั้นไม่ได้เป็นคนไทยเพียงอย่างเดียวด้วย

 

ลูกค้าผู้มีอันจะกินชาวต่างชาติจากประเทศเพื่อนบ้านเองก็เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาเพื่อใช้จ่ายทั้งเงินทองและวันเวลาในบ้านทองแห่งนี้ด้วยเหมือนกัน

 

เรื่องนี้ไม่ได้เป็นเรื่องของความโชคดี แต่เป็นกลยุทธ์ที่ Dior มองเอาไว้เป็นอย่างดี และเป็นสิ่งที่แบรนด์หรูทุกแบรนด์ก็เห็นพ้องไปในทางเดียวกัน

 

“ไทยกำลังกลายเป็นฮับของความหรูหราที่สำคัญ” ในวันที่กำลังซื้อที่เคยแข็งแกร่งที่สุดอย่างชาวจีนให้ความสนใจในสินค้าหรูหราลดลงเรื่อยๆ

 

อุบัติการณ์ของความหรูหรา

“ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางของความหรูหราที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง”

 

ความเห็นที่น่าสนใจนี้มาจากโจนาธาน ซิโบนี (Jonathan Siboni) ซีอีโอของบริษัทที่ปรึกษา Luxurynsight ที่ตั้งอยู่ในกรุงปารีส

 

โดยความเห็นของซิโบนี ไม่ได้เป็นการคาดเดา แต่มาจากหลักฐานที่ชัดเจนตามการเก็บสถิติของ Luxurynsight ว่าในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมานั้น แบรนด์ระดับลักชัวรีได้เปิดช็อปในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทั้งหมด 26 แห่งด้วยกัน

 

ในจำนวนนี้มีช็อปแบรนด์เนมในประเทศไทยเกิดขึ้นใหม่ถึง 11 แห่ง ซึ่งรวมถึงบ้านทองของ Dior ด้วย

 

 

สยามพิวรรธน์เจ้าของห้างสรรพสินค้าระดับชั้นนำของประเทศไทย ซึ่งรวมถึงสยามพารากอน และไอคอนสยาม เปิดเผยข้อมูลกับ Bloomberg ว่าในช่วง 4 ปีที่ผ่านมายอดจำหน่ายสินค้าของแบรนด์ไฮเอนด์ โดยเฉพาะน้ำหอมและกระเป๋านั้นมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องถึง 4 เท่า

 

สัญญาณการเติบโตของความหรูหรานั้นไม่ได้จำกัดแค่นี้ Porsche AG ได้จับมือร่วมกับ Ananda Development ออกแบบ ‘Porsche Design Tower Bangkok’ คอนโดมิเนียมสุดล้ำและสุดหรูหรากลางทองหล่อ ขณะที่ Aman เชนโรงแรมระดับโลกที่มีราคาแพงที่สุดได้เปิดให้บริการ ‘Aman Nai Lert Bangkok’ ที่ถนนวิทยุ

 

เรียกได้ว่าประเทศไทยได้เพิ่มเหตุผลดีๆ สำหรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่อยากจะเดินทางมา นอกจากรอยยิ้มและไมตรีของคนไทย อาหารไทยที่อร่อย ค่าใช้จ่ายที่ไม่แพง มีครบทั้งแหล่งท่องเที่ยวและวัฒนธรรม

 

ไทยยังเป็นจุดหมายและปลายทางสำหรับคนที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์ความหรูหราด้วย

 

ลมหายใจมังกรหรูที่รวยริน

 

การเดินทางมาไทยสำหรับเพื่อนบ้านผู้มีอันจะกินในแถบอาเซียนนั้นเป็นเรื่องที่สะดวกอย่างมากเพราะใช้เวลาเดินทางไม่เกิน 4 ชั่วโมงหรือน้อยกว่า

 

ตามข้อมูลจากภาครัฐ ในรอบปีที่ผ่านมามีจำนวนนักท่องเที่ยวชาวอาเซียนมากกว่า 10 ล้านคนเดินทางมาที่ประเทศไทย เพิ่มขึ้นจากปีกลายถึง 8.5% แต่ก็ไม่ได้มีกลุ่มเดียวที่เพิ่มขึ้น นักท่องเที่ยวจากอินเดียซึ่งได้รับสิทธิพิเศษยกเว้นวีซ่าเพิ่มขึ้นมหาศาลถึง 31% เป็น 2.1 ล้านคน และนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางก็เพิ่มขึ้น 24% เป็น 742,000 คน

 

นักท่องเที่ยวหน้าใหม่เหล่านี้ (หรือบางคนอาจจะติดใจมาซ้ำ) ช่วยทดแทนนักท่องเที่ยวจากจีนที่ยังคงไม่กลับมาเที่ยวไทยเหมือนในช่วงยุคก่อนโรคระบาดโควิด และทำให้ถึงนักท่องเที่ยวจีนจะลดจำนวนลงแต่ทางการไทยยังเชื่อว่าตัวเลขนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในปี 2025 จะมากถึง 40 ล้านคน ซึ่งเป็นตัวเลขที่มากกว่าปี 2024 ที่มีจำนวน 35.5 ล้านคน

 

สัญญาณการเติบโตของการท่องเที่ยวของไทยถูกจับได้โดยเหล่าแบรนด์หรูที่เริ่มประสบปัญหายอดขายตกต่ำในประเทศจีน แบรนด์อย่าง Burberry ต้องมีการโละสินค้าในราคา 50% เพื่อระบายสินค้าที่เหลือค้างสต็อก ซึ่งเป็นสัญญาณที่น่ากังวลอย่างยิ่ง

 

 

เพราะไม่ใช่เพียงแค่เศรษฐกิจภายในประเทศของจีนจะยังคงไม่ฟื้นตัวกลับมาเท่าเดิม กำลังซื้อของนักช้อปแดนมังกรเองอ่อนแรงลง สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือค่านิยมที่กำลังเริ่มเปลี่ยนแปลงไป คนจีนรุ่นใหม่ไม่ได้สนใจหรือให้ค่าอะไรกับของหรูหราที่ถูกมองว่าเป็นของฟุ่มเฟือยเหมือนก่อน

 

นั่นทำให้แบรนด์โดยเฉพาะเครือใหญ่อย่าง LVMH Moët Hennessy Louis Vuitton SE เชื่อว่าไทยคือทางเลือกใหม่ที่น่าสนใจ

 

ภาพจำใหม่ของไทย

 

ตัวเลขสถิติที่น่าสนใจตามข้อมูลที่รวบรวมโดย Knight Frank LLP คือตัวเลขของ ‘บุคคลที่มีความมั่งคั่งสูง’ (High-net-worth) ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้นคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 1.4 ล้านคนภายในปี 2027 ซึ่งจะเป็นตัวเลขที่สูงกว่าเมื่อปี 2022 ที่ 890,000 คนถึงเกือบ 2 เท่า

 

โดยที่ไทยได้เอื้อประโยชน์ให้แก่นักลงทุน นักท่องเที่ยว รวมถึงกลุ่มแรงงานทักษะสูงให้เข้ามาพักอาศัยในราชอาณาจักรได้ง่ายและสะดวกขึ้น

 

นั่นหมายถึงการหลั่งไหลของเงินมากมายมหาศาล​ซึ่งโชคดีที่ผู้ประกอบการในไทยเองก็มีการยกระดับขึ้นมาเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวกระเป๋าหนักด้วย

 

เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีกลายร้านอาหาร Sorn กลายเป็นร้านอาหารใต้ในประเทศไทยร้านแรกที่ได้รับรางวัลมิชลินสตาร์ถึง 3 ดวง ตามการตัดสินของคณะกรรมการมิชลินไกด์ ขณะที่โรงแรม Capella Bangkok ก็ได้รับการโหวตให้เป็นโรงแรมอันดับหนึ่งของโลกในเดือนกันยายน

 

ริมถนนพระราม 4 ยังมี ‘One Bangkok’ โปรเจกต์ยักษ์มหายักษ์มูลค่านับแสนล้านบาทเปิดให้บริการเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมาซึ่งนอกจากจะเป็นแหล่งช้อปปิ้ง แหล่งแฮงเอาต์ แหล่งพักผ่อนหย่อนใจ (กับพื้นที่โล่งที่อยู่ตรงกลาง) ในอาณาจักรกลางกรุงเทพแห่งนี้ยังมีโรงแรมหรูถึง 5 แห่งอยู่ด้วยกัน

 

หนึ่งในนั้นคือโรงแรม Ritz-Carlton แห่งแรกในกรุงเทพฯด้วย โดยที่ในเฟสต่อไปของการก่อสร้าง One Bangkok จะกลายเป็นอีกหนึ่งจุดหมายสำหรับนักท่องเที่ยวที่เตรียมจะได้พบกับเหล่าช็อปไฮเอนด์แบรนด์และร้านอาหารระดับเพชรเหนือมงกุฎ

 

และแน่นอนว่าการเดินช้อปปิ้งในกรุงเทพฯ เป็นหนึ่งในกิจกรรมต้องทำสำหรับนักท่องเที่ยวซึ่งไม่ได้มีเพียงแค่ Dior Gold House เท่านั้น เพราะเดินไปอีกไม่กี่ก้าวก็จะได้พบกับเซ็นทรัล ชิดลมที่รีโนเวตด้วยงบประมาณมหาศาลถึง 4,000 ล้านบาท เพื่อให้เป็นห้างที่หรูหราที่สุด

 

Prada Beauty, Christian Louboutin Bar คือประสบการณ์ใหม่ล่าสุดจากแบรนด์หรูที่ส่งตรงมาถึงไทย รวมถึง LV The Place Bangkok ซึ่งนอกจากจะเป็นพื้นที่จัดแสดง, ร้านค้า ยังเป็นคาเฟ่และร้านอาหารแห่งแรกของ Louis Vuitton ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย

 

 

 

สิ่งเหล่านี้สร้างความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก และแน่นอนว่าทั้งหมดนี้ส่งผลต่อเรื่องของภาพลักษณ์ของประเทศไทยในมิติใหม่ๆ ด้วย

 

เล่นของสูง

 

รู้ว่าเสี่ยงแต่คงต้องขอลอง รู้ว่าเหนื่อยถ้าอยากได้ของที่อยู่สูง ยังไงจะขอลองดูสักที!

 

เนื้อเพลงที่หลายคนคุ้นหูนี้เป็นตัวแทนถึงความพยายามในการทำให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลางและจุดหมายปลายทางของความหรูหราของทุกฝ่าย

 

ฝั่งเซ็นทรัลเองคาดหวังว่าทุกอย่างที่ทุ่มเทลงไปจะได้ผลตอบแทนกลับมาด้วยการเติบโต 30% ในปี 2025 ตามการเปิดเผยต่อ Bloomberg ของ ณัฐธีรา บุญศรี ซีอีโอห้างเซ็นทรัล​ซึ่งเป็นทายาทรุ่นที่ 3 ที่มองว่า “ศักยภาพของตลาดสินค้าหรูในไทยยังโดดเด่นน่าจับตามองอยู่”

 

แต่การเป็นลักชัวรีฮับนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะตลาดอื่นๆ ทั่วโลกเองก็มีการพัฒนาและเติบโตเช่นกัน ตามข้อมูลจาก Bain & Co ตลาดสินค้าหรูในตะวันออกกลางนั้นมีมูลค่าถึง 1.65 หมื่นดอลลาร์สหรัฐ (5.6 แสนล้านบาท) ซึ่งเท่ากับในตลาดอาเซียน

 

ขณะที่อินเดียเองก็เกิดปรากฏการณ์บูมของตลาดสินค้าลักชัวรีด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นรถสุดหรู เครื่องประดับเพชรนิลจินดา ไปจนถึงอสังหาริมทรัพย์ราคาแพง แม้ว่าชนชั้นกลางของประเทศจะเริ่มรัดเข็มขัดไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยเพราะการเติบโตของรายได้ช้าและเงินเฟ้อที่ทำให้มีปัญหาเรื่องค่าครองชีพ

 

ตรงนี้เองที่ไทยเองก็ต้องพึงระวัง หนี้ครัวเรือนของไทยสูงถึง 89% ของ GDP ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2024 สูงที่สุดในบรรดาประเทศอาเซียนด้วยกัน ขณะที่การเติบโตทางเศรษฐกิจต่ำกว่าชาติอื่นๆ

 

เพียงแต่หากโฟกัสเฉพาะสินค้าหรูหราแล้ว ตามข้อมูลจาก Luxurynsight การเติบโตของยอดขายที่เพิ่มขึ้นถึง 124% ในปี 2024 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แม้จะยังสู้อินเดียที่เติบโตถึง 262% ไม่ได้ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นตัวเลขที่น่าดึงดูดใจกว่า 43% ของจีน และ 30% ของญี่ปุ่น

 

ประเทศไทยดูดีและดูแพงขึ้นมาทันที และตามการประเมินของสำนักวิจัยกสิกรไทยแล้ว เกวลิน หวังพิชญสุข รองกรรมการผู้จัดการ บมจ. ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า “ประเทศไทยเป็นจุดหมายของความหรูหราที่โดดเด่น ขับเคลื่อนโดยการท่องเที่ยวและภาการบริการ”

 

หรือพูดง่ายๆ คือไทยยังโตต่อเนื่องได้อีกในเรื่องนี้ และการตัดสินใจทุ่มให้ตลาดนี้ของแบรนด์หรูจากต่างประเทศทั้งหลายคือเครื่องพิสูจน์ได้เป็นอย่างดีถึงศักยภาพอีกด้านที่กำลังเปล่งประกายของประเทศไทย

 

ภาพ: MrWinn / Shutterstock

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising