เมื่อวันที่ 20 มีนาคม ดร.คุรุจิต นาครทรรพ อดีตปลัดกระทรวงพลังงาน ในฐานะผู้อำนวยการสถาบันปิโตรเลียมและพลังงานแห่งประเทศไทย ให้สัมภาษณ์ในรายการ THE STANDARD NOW ดำเนินรายการโดย อ๊อฟ-ชัยนนท์ หาญคีรีรัตน์ ถึงกรณีเหตุระเบิดในแหล่งผลิตก๊าซธรรมชาติของประเทศกาตาร์หลักที่ ราส ลัฟฟาน ซึ่งถูกโจมตีโดยประเทศอิหร่าน ส่งผลกระทบต่อราคาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ในตลาดโลก ทะยานขึ้นอย่างรุนแรง
ดร.คุรุจิต กล่าวว่า ช่องแคบฮอร์มุซ เป็นทางผ่านสำคัญของก๊าซธรรมชาติเหลว โดยประเทศกาตาร์ เป็นผู้ส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลวรายใหญ่ที่สุดของโลก มีกำลังการผลิตและส่งออกประมาณ 80 ล้านตันต่อปี คิดเป็นสัดส่วน 18% ของอุปทานก๊าซธรรมชาติทั่วโลก ซึ่งลำเลียงผ่านช่องแคบฮอร์มุซ 20 ล้านตันต่อไป
โดยราคาก๊าซธรรมชาติเหลวในตลาดจร (Spot LNG) ปรับขึ้นมากกว่า 100% จากวันที่ 27 ก.พ. 69 (ช่วงก่อนสงคราม) อยู่ที่ 10 เหรียญสหรัฐฯ ต่อล้านบีทียู แต่วันที่ 20 มี.ค. 69 กลายเป็น 21 เหรียญสหรัฐฯ ต่อล้านบีทียู
ดร.คุรุจิต กล่าวอีกว่า ประเทศไทยนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลวจากกาตาร์ถึง 30% ของความต้องการใช้ทั้งหมด แถมโครงสร้างการผลิตไฟฟ้าของไทย พึ่งพาก๊าซธรรมชาติเหลวเป็นหลัก ดังนั้น จะส่งผลกระทบต่อการคำนวณค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (Ft) งวดที่ 2 ของปี 2569 (เดือนพฤษภาคม- สิงหาคม) ที่กำลังจะประกาศในเร็วๆ นี้
นอกจากนั้น ประเทศไทยยังได้รับผลกระทบจากก๊าซหุงต้ม (LPG) ซึ่งใช้ราคา
“ผมดูแล้ววิกฤตนี้คงไม่จบเดือนนี้แน่นอน เผลอๆ เดือนหน้าก็ไม่น่าจะจบ เพราะอิหร่านเหมือนคนหลังชนฝา ต่อให้ช่องแคบฮอร์มุซเปิด แต่กาตาร์ก็ประกาศแล้วว่าไม่สามารถส่งก๊าซได้ เพราะโรงงานเสียหาย ตั้งแต่ผมทำงานมา ครั้งนี้น่าจะหนักที่สุด” ดร.คุรุจิต กล่าวทิ้งท้าย


