×

รักษาฝ้า กระ อย่างยั่งยืนด้วยวิธีการที่ถูกต้องผ่านมุมมอง หมอฐาแห่งรมย์รวินท์คลินิก

29.08.2025
  • LOADING...

HIGHLIGHTS

  • ฝ้าและกระเป็นสองปัญหาผิวหนังที่ ‘ไม่สามารถรักษาได้อย่างหายขาดได้ในทันที’ เพราะจะต้องใช้เวลาอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อให้เม็ดสีที่เกิดขึ้นเหล่านั้นค่อย ๆ จางลง 
  • กระบวนการรักษาให้ได้ผลลัพธ์ที่ยั่งยืนจะต้องเริ่มวิเคราะห์การรักษาเฉพาะปัญหาของบุคคล จากลักษณะของฝ้าและกระที่เกิดขึ้นบนใบหน้า โดยต้องวิเคราะห์อย่างละเอียด เพื่อแยกให้ได้ว่า ฝ้าและกระที่คนไข้เป็นนั้น อยู่ที่ชั้นผิวหนังชั้นไหน ความลึกอยู่ในระดับใด

ปัญหาผิว โดยเฉพาะ ฝ้า กระ นับรวมเป็นปัญหาที่หลีกเลี่ยงได้ยาก ในบางคนอาจไม่สามารถเลี่ยงไม่ให้เกิดขึ้นได้เลยด้วยซ้ำ เหตุผลก็เพราะ ปัจจัยที่หลากหลาย ทั้งการใช้ชีวิต ความเป็นอยู่ ลักษณะทางพันธุกรรม ฯลฯ

 

ดังนั้นในมุมมองของแพทย์ตจวิทยา (Board of dermatology) การรักษาฝ้า กระ จึงไม่ใช่เพียงแค่ทำการรักษาเพื่อให้ ‘ดีขึ้นเท่านั้น’ แต่ต้องเป็นการรักษาให้ลึกถึงต้นตอปัญหา ทั้งยังต้องช่วยวางแนวทางการป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นในอนาคตอย่างเห็นผลอีกด้วย

 

 

บทความนี้หมอฐา แพทย์หญิง ฐานิสร ธรรมลิขิตกุล (ว.10656) และ แพทย์ตจวิทยา จึงอยากอธิบายถึงการรักษาฝ้า กระ ให้เข้าใจได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น

 

ก่อนอื่นต้องบอกว่า ฝ้าและกระเป็นสองปัญหาผิวหนังที่ ‘ไม่สามารถรักษาได้อย่างหายขาดได้ในทันที’ เพราะจะต้องใช้เวลาอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อให้เม็ดสีที่เกิดขึ้นเหล่านั้นค่อย ๆ จางลง 

 

ในบางคน เมื่อบริเวณหนึ่งเม็ดสีจางลง แต่เม็ดสีในบริเวณอื่นเริ่มชัดขึ้นก็มีให้เห็น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาเช่นนั้น การวินิจฉัยที่ถูกต้อง รวมทั้งการเลือกใช้วิธีการรักษาและป้องกันการเกิดใหม่อย่างเหมาะสมจึงเป็นวิธีการรักษาฝ้า กระ อย่างยั่งยืน

 

 

รักษาฝ้า กระ อย่างยั่งยืน ต้องเริ่มต้นจากจุดไหน?

 

กระบวนการรักษาให้ได้ผลลัพธ์ที่ยั่งยืนจะต้องเริ่มวิเคราะห์การรักษาจากปัญหาและลักษณะของฝ้า กระ ที่เกิดขึ้นบนใบหน้าของแต่ละบุลคล

 

โดยจะต้องวิเคราะห์อย่างละเอียด เพื่อแยกให้ได้ว่า ฝ้าและกระที่คนไข้เป็นนั้น อยู่ที่ชั้นผิวหนังชั้นไหน ความลึกอยู่ในระดับใด ผิวชั้นหนังกำพร้าหรือชั้นผิวหนังแท้ 

 

 

ไม่เพียงเท่านั้น ยังจะต้องสอบถามข้อมูลคนไข้ให้ลึกลงไปจนถึงการใช้ชีวิตประจำวัน เพราะในบางคน ก็มีรูปแบบการใช้ชีวิตและไลฟ์สไตล์ที่ถือเป็นต้นตอหลัก ๆ ของการเกิดฝ้าและกระเลยก็ว่าได้ เช่น ผู้ที่ใบหน้ามีการสัมผัสกับแสงแดดในแต่ละวันเป็นระยะเวลานาน ฝ้าที่เกิดก็มักจะเป็นฝ้าแดด 

 

ผู้ที่อยู่ในระหว่างการตั้งครรภ์ หรือเป็นคนไข้ที่มีการใช้ยาคุมกำเนิด ฝ้าที่เกิดก็จะเป็นฝ้าที่มีความเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน หรือแม้กระทั่งการใช้เครื่องสำอางหรือยาบางชนิดก็อาจจะมีส่วนกระตุ้นให้เกิดการสร้างเม็ดสีเมลานิน ส่งผลให้เป็นฝ้า หรือกระได้

 

เมื่อทราบว่าคนไข้แต่ละคนเป็นใคร อายุเท่าไร มีลักษณะผิวแบบใด มีพฤติกรรมแบบไหน เป็นฝ้าชนิดไหน ความลึกของฝ้าอยู่ในระดับใด เราจึงนำข้อมูลทั้งหมดที่ได้มาทำการประเมินวิธีการรักษาฝ้า กระ ให้คนไข้อย่างเหมาะสม 

 

รักษาด้วยวิธีการที่เหมาะสม ทำได้ด้วยวิธีใด?

 

วิธีการรักษาหลัก ๆ แล้วสำหรับหมอฐาจะเป็นการรักษาแบบผสมผสาน คือการรักษามากกว่า 1 วิธี เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษาทำหน้าที่ส่งเสริมกัน ประกอบไปด้วยกัน 2 กลุ่มวิธีคือ

 

  1. การรักษาด้วยการทายา, การรับประทานยา 
  2. การรักษาด้วยการทำโปรแกรมเลเซอร์

 

การใช้ยาทาภายนอก เพื่อผลลัพธ์ในการรักษาที่ดี ครีมที่เลือกใช้ในการรักษาฝ้า กระ คือครีมจำพวก ลด และยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานิน ซ่อมแซมเซลล์ผิว รวมทั้งการต้านการอักเสบของผิว เป็นต้น

 

ส่วนการใช้ยารับประทาน แพทย์ผู้ดูแลจะต้องพิจารณาตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคลไป

 

สำหรับการรักษาด้วยโปรแกรมเลเซอร์ แพทย์จะพิจารณาตามความเหมาะสม เพราะปัจจุบัน เทคนิคการแพทย์ได้พัฒนาขึ้นจนทำให้มีโปรแกรมเลเซอร์ที่ใช้สำหรับรักษาฝ้า กระ อยู่หลายชนิด เช่นสำหรับฝ้าตื้น ฝ้าลึก หรือฝ้าที่มีเส้นเลือดร่วมด้วย ซึ่งเป็นโปรแกรมเลเซอร์ที่จะช่วยในการกำจัดเม็ดสีที่ไม่ต้องการ และทำการขับออกจากร่างกาย 

 

แพทย์ผิวหนัง จึงสามารถเลือกชนิดของโปรแกรมเลเซอร์ที่ใช้ในการรักษาที่เหมาะสม และเลือกระดับพลังงานที่มีความเหมาะกับผิวของคนไข้ได้ จึงทำให้การรักษาฝ้า กระ ให้ไม่ส่งผลเสียต่อผิว ไม่ไหม้ รวมทั้งยังไม่ทำให้เม็ดสีดังกล่าวมีความเข้มขึ้นด้วย

 

ไม่เพียงเท่านั้น จุดที่ถือว่าสำคัญมากๆ คือ ‘การทำการรักษาจะต้องร่วมกับการป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ’ เนื่องจากปัญหาฝ้า กระ เป็นปัญหาที่เมื่อหายหรือมีอาการดีขึ้นแล้ว จะสามารถกลับมาเป็นซ้ำ รวมทั้งอาจกลับมามีสีที่เข้ม หรือมีปริมาณที่เพิ่มมากขึ้นได้หากไม่ได้รับการดูแลที่ถูกที่ควร 

 

นั่นจึงจำเป็นต้องแนะนำคนไข้อย่างละเอียดและมีการติดตามอาการหลังจากรักษาที่ดี เพื่อเป็นการดูแลในระยะยาว ให้คนไข้กลับมามีปัญหาฝ้า กระ ใหม่ได้น้อยที่สุด หรือชะลอการเป็นใหม่ให้ได้ช้าที่สุด

 

 

นอกจากนี้หมอยังแนะนำการทาครีมกันแดดที่สามารถป้องกันได้ทั้งรังสี UVA และ UVB ซึ่งเป็นต้นตอปัญหาหลักของการเกิดปัญหาฝ้ากระ ควบคู่กับการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสีผิว

 

และสุดท้าย การรักษาฝ้าและกระให้เห็นผลแบบยั่งยืนจำเป็นจะต้องทำโดยแพทย์ที่มีความรู้ความสามารถทางด้านผิวหนังในการรักษา เพื่อให้การรักษาเป็นการรักษาที่มีประสิทธิภาพ ไม่อันตราย และยั่งยืน เลี่ยงโอกาสการเกิดปัญหาซ้ำในอนาคตได้อย่างหมดจดนั่นเอง

 

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมของการรักษาฝ้าและกระกับคุณหมอฐาและรมย์รวินท์คลินิก ได้ที่ https://www.romrawin.com/long-term-treatment-for-melasma-and-freckles/

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising