And it was Beautiful
นั่นคือพ็อกเก็ตบุ๊กเล่มหนึ่งที่บอกเล่าเรื่องราวที่แสนงดงามในการกลับคืนสู่ลีกสูงสุดของลีดส์ ยูไนเต็ด สโมสรฟุตบอลที่เคยยิ่งใหญ่แห่งยอร์กเชียร์ ที่ได้ มาร์เซโล บิเอลซา ชายชาวอาร์เจนไตน์ที่แทบพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ นำสิ่งดีๆ กลับคืนสู่ทีมและเมืองแห่งนี้อีกครั้ง
ชายวัยคุณปู่ผู้เดินจากบ้านพักไปสนามฝึกซ้อมทุกวัน และทำให้ลีดส์กลายเป็นทีมฟุตบอลที่เล่นทั้งสวยงามและดุดันในเวลาเดียวกัน ทีมที่ทำให้แฟนบอลกลับมามีความสุขและภาคภูมิใจอีกครั้ง ไม่ว่าในวันนั้นทีมจะชนะหรือแพ้ก็ตาม
แต่วันนี้บิเอลซาไปจากสโมสรเป็นเวลาร่วมปีแล้วโดยที่ไม่ได้หันกลับมาอีก ส่วนลีดส์ ยูไนเต็ด ตอนนี้? พวกเขากลายเป็นทีมที่ไม่เอาอ่าวและกำลังจะตัดสินใจปลดผู้จัดการทีมอีกคน เพียงเพื่อความหวังในการเอาตัวรอดในช่วง 4 นัดสุดท้ายของฤดูกาล
ลีดส์เคยเป็นทีมที่ดีกว่านี้ เกิดอะไรขึ้นกับพวกเขา และการตัดสินใจเปลี่ยนแปลงหัวเรือในช่วงเวลานี้คือการตัดสินใจที่ถูกต้องเหมาะสมแล้วใช่ไหม?
ย้อนกลับไปในเกมพรีเมียร์ลีกสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ลีดส์ยกพลลงใต้ไปเยือนบอร์นมัธ ด้วยความหวังว่าจะสามารถคว้าแต้มกลับมาได้ แต่สุดท้ายพวกเขาพ่ายแพ้ขาดลอยถึง 1-4 ทำให้สถานการณ์ในเวลานี้แม้จะยังไม่ได้อยู่ในโซนตกชั้นก็จริง แต่พวกเขาดีกว่าน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ที่มี 30 คะแนนเท่ากันแค่เรื่องของประตูได้เสีย
นั่นหมายถึงลีดส์มีความเสี่ยงสูงมากที่จะเผชิญกับการตกชั้นในฤดูกาลนี้
อันเดรีย ราดริซซินี ประธานสโมสร ได้กล่าวขอโทษต่อแฟนบอลลีดส์เป็นการส่วนตัว ซึ่งข้อความได้มีการเปิดเผยออกมาทาง Twitter เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยบอกว่า “ผมย่อยยับหมดแล้ว ผมต้องรับผิดชอบต่อเรื่องนี้ มันเป็นเรื่องที่ไม่สามารถยอมรับได้ พวกคุณไม่สมควรที่จะได้รับสิ่งนี้”
สิ่งนี้คือการที่ทีมแพ้ต่อบอร์นมัธอีก 1-4 หลังจากที่โดนคริสตัล พาเลซ และลิเวอร์พูล บุกมาถล่มถึง 5-1 และ 6-1 ตามลำดับ ซึ่งเป็นผลงานที่เลวร้ายอย่างยิ่ง และสิ่งที่แย่ยิ่งกว่าคือ ลีดส์กลายเป็นทีมที่นอกจากจะไม่มีแนวทางที่จะต่อสู้ในสถานการณ์คับขันแล้ว พวกเขายังดูไม่มี ‘ใจ’ ที่จะสู้ด้วย
ส่วนสิ่งที่แย่ที่สุดคือ การที่นอกจากจะทำผลงานได้เลวร้ายแล้ว ทีมยังโดนถล่มยับอีก จากการที่มีคนเผยแพร่วิดีโอที่นักเตะทีมชุดใหญ่เดินไปขึ้นรถบัสในช่วงก่อนเกม โดยที่ไม่มีใครสนใจแฟนบอลรุ่นจิ๋วที่มายืนรอขอถ่ายภาพและขอลายเซ็น
ทั้งนี้ แม้ว่าสโมสรจะออกแถลงการณ์ขอโทษต่อสิ่งที่เกิดขึ้น พร้อมชี้แจงว่า เป็นเพราะทีมต้องเดินทางไปแข่งขัน ซึ่งถึงเวลาพอดี แต่ก็ยอมรับความผิดและขอให้แฟนบอลในวิดีโอแจ้งต่อสโมสรอีกครั้ง เพื่อที่สโมสรจะขอโอกาสในการแก้ตัว
อย่างไรก็ดี ตอนนี้การแก้ตัวที่สำคัญที่สุดของทีมอยู่กับเรื่องในสนาม
4 นัดที่เหลือของฤดูกาลนี้ หากลีดส์สามารถเก็บแต้มได้ครบทั้ง 12 คะแนน พวกเขาจะอยู่รอดอย่างแน่นอน
แต่หากมองไปยังโปรแกรมที่เหลือแล้ว ลีดส์จะต้องเจอกับ…
- แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (เยือน, 6 พฤษภาคม)
- นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด (เหย้า, 13 พฤษภาคม)
- เวสต์แฮม ยูไนเต็ด (เยือน, 21 พฤษภาคม)
- ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ (เหย้า, 28 พฤษภาคม)
เรียกได้ว่าโปรแกรมที่เหลือเข้าขั้น ‘สาหัส’ และหากประเมินจากฟอร์มการเล่นแล้ว มีความเป็นไปได้สูงมากที่พวกเขาอาจจะเก็บไม่ได้สักแต้มเลยจาก 4 นัดที่เหลือ ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นก็อาจหมายถึงการต้องตกชั้นกลับไปเล่นในลีกเดอะแชมเปียนชิปอีกครั้ง
สิ่งนี้ทำให้ประธานสโมสรอย่างราดริซซินีขอรับผิดชอบ โดยการรับผิดชอบของราดริซซินีที่คาดว่ากำลังจะเกิดขึ้นภายในวันนี้คือ การปลด ฆาบี กราเซีย ผู้จัดการทีมคนปัจจุบัน ซึ่งเพิ่งจะเข้ามารับตำแหน่งต่อจาก เจสซี มาร์ช นายใหญ่ชาวอเมริกัน ได้เพียงแค่ 2 เดือนครึ่งเท่านั้น และมีโอกาสในการคุมทีมทั้งหมด 11 นัดในลีก
ความจริงแล้วกราเซียทำได้ไม่แย่นัก ใน 6 นัดแรกเขาพาลีดส์เก็บชัยชนะได้ถึง 3 นัด (ชนะ 3 เสมอ 1 แพ้ 2) โดยที่เสมอก็เป็นการเสมอทีมที่ดีอย่างไบรท์ตัน และแพ้ให้กับทีมบิ๊กเนมอย่างเชลซีและอาร์เซนอล
แต่หลังจากบุกไปเอาชนะวูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ได้ 4-2 ลีดส์ก็ไม่พบกับชัยชนะอีกเลยใน 5 นัดที่ผ่านมา โดยเก็บได้แค่ 1 แต้มเท่านั้นจากการเสมอกับเลสเตอร์ ซิตี้
ผลงานดังกล่าวทำให้กลุ่ม Leeds United Supporters’ Advisory Board ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้สโมสรมีการ ‘เปลี่ยนแปลงโค้ชทีมชุดใหญ่ทันที’ รวมถึงในอนาคตคือ การปลดคนที่รับผิดชอบคนที่ทำหน้าที่ในการหาผู้จัดการทีมและผู้เล่นตลอดช่วง 14 เดือนที่ผ่านมาด้วย
ด้านราดริซซินีก็เชื่อว่า หากปล่อยให้ลีดส์เป็นแบบนี้ต่อไปคงลำบากเช่นกัน ดังนั้นแม้มันจะเป็นการตัดสินใจที่บ้าคลั่งอย่างมาก แต่พวกเขาต้องการใครสักคนที่จะพาทีมรอดจากการตกชั้นให้ได้
และเรื่องการพาทีมหนีตกชั้น ไม่มีใครเชี่ยวชาญไปกว่า ‘Specialist’ อย่าง แซม อัลลาร์ไดซ์ แม้ว่า ‘บิ๊กแซม’ จะว่างงานมาตั้งแต่จบฤดูกาล 2020/21 โดยได้คุมทีมสุดท้ายคือเวสต์ บรอมวิช อัลเบียน ก็ตาม
แต่เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่มีความเสี่ยงสูง เพราะนอกจากความยากของโปรแกรมช่วงที่เหลือแล้ว สไตล์ของลีดส์ในยุคนี้กับสไตล์ฟุตบอลโบราณของบิ๊กแซมเป็นเหมือนขั้วบวกกับขั้วลบ ที่ไม่มีใครตอบได้ว่านักเตะลีดส์จะตอบสนองด้วยหรือไม่
สำคัญที่สุดคือ ตามรายงานข่าวตอนนี้ก็ยังไม่มีใครการันตีได้ว่า บิ๊กแซมจะยอมรับงานจริงๆ! ซึ่งถ้าเกิดไม่อยากรับงานขึ้นมา จะเป็นงานหยาบสำหรับราดริซซินีที่จะต้องหาใครสักคนเข้ามาแทน ซึ่งก็มีตัวเลือกอย่าง ไมเคิล สคูบาลา โค้ชที่เคยรับช่วงคุมทีมสั้นๆ ในรอยต่อระหว่าง เจสซี มาร์ช และ ฆาบี กราเซีย
หรืออาจจะเป็น ลี โบวเยอร์ อดีตนักเตะแข้งโหดขวัญใจแฟนบอลที่อยู่ในลิสต์เหมือนกัน
เป็นสถานการณ์อลหม่านจริงๆ ในเอลแลนด์โรด ที่เห็นแล้วก็แอบใจหายไปด้วยไม่ได้ ในฐานะคนที่เคยแอบปันใจเชียร์ลีดส์ในยุคสั้นๆ
ลีดส์เคยมีช่วงเวลาที่ดีกว่านี้
และมันดูเหมือนจะกลายเป็นอดีตที่ผ่านไปนานแล้ว ทั้งๆ ที่ความจริงก็เพียงไม่นาน
อ้างอิง: