วันนี้ (11 เมษายน) เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล พิชิต ไชยมงคล และ นัสเซอร์ ยีหมะ แกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ได้นำมวลชนเดินทางมายื่นหนังสือร้องเรียนถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและค่าครองชีพของประชาชนเป็นการด่วน โดยเฉพาะปัญหาราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาเครื่องอุปโภคบริโภคและสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวัน
สถานการณ์ความเดือดร้อนดังกล่าว มีสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากปัจจัยภายนอก คือ ความตึงเครียดจากความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล สหรัฐอเมริกา และอิหร่าน ที่ส่งผลให้ราคาพลังงานโลกผันผวน อย่างไรก็ตาม คปท. และภาคประชาชนหลายองค์กร ได้แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อปัจจัยภายใน
โดยระบุว่ามีกลุ่มนายทุนหรือ ไอ้โม่ง ฉวยโอกาสกักตุนน้ำมันเพื่อหวังผลกำไรในช่วงวิกฤต ทำให้เกิดภาวะน้ำมันขาดตลาดในบางช่วงเวลา ทั้งที่ปริมาณน้ำมันสำรองยังมีเพียงพอ สะท้อนให้เห็นถึงความผิดปกติในระบบการจัดการ นอกจากนี้ กลุ่มโรงกลั่นน้ำมันภายในประเทศยังถูกตั้งคำถามกรณีการปรับขึ้นค่าการกลั่นอย่างรวดเร็วโดยไม่สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง เนื่องจากน้ำมันที่จำหน่ายยังคงเป็นสต็อกเดิม ซึ่งถือเป็นการซ้ำเติมภาระให้กับประชาชน
คปท. เน้นย้ำว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงวิกฤตด้านราคา แต่เป็นวิกฤตโครงสร้างพลังงาน ที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ไขทั้งระบบ ภายใต้หลักคิดที่ว่าพลังงานคือความมั่นคงของชาติ ไม่ใช่เครื่องมือในการแสวงหากำไร พร้อมกันนี้ ได้ยื่นข้อเรียกร้องเร่งด่วนต่อรัฐบาลจำนวน 6 ข้อ ประกอบด้วย:
- ให้นายกรัฐมนตรีเป็นเจ้าภาพในการปรับโครงสร้างพลังงานทั้งระบบ (น้ำมัน ไฟฟ้า และก๊าซ)
- ลดค่าการกลั่นให้สอดคล้องกับต้นทุนจริง ลดภาษีสรรพสามิต และควบคุมค่าการตลาดให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
- ยกเลิกการอ้างอิงราคาน้ำมันสำเร็จรูปตลาดสิงคโปร์ (MOPS) และเปลี่ยนมาใช้ระบบต้นทุนจริง + กำไรที่เหมาะสม
- เปิดเผยหลักเกณฑ์และกลไกการทำงานของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างโปร่งใส
- ปฏิรูปกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงให้เป็นคลังน้ำมันสำรองแห่งชาติ
- จัดตั้งองค์กรพลังงานแห่งชาติ โดยแยกโครงสร้างพื้นฐานออกจากภาคเอกชนให้มาอยู่ภายใต้การดูแลของรัฐ
สำหรับการติดตามขบวนการกักตุนน้ำมันนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้สั่งการและลงพื้นที่ตรวจสอบเบาะแสแล้ว โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อเร่งหาตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
ต่อมา ตัวแทนคณะรัฐมนตรี นำโดย ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย, สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เป็นตัวแทนออกมารับหนังสือร้องเรียนดังกล่าวเพื่อนำเรียนต่อนายกรัฐมนตรี
ภราดร ได้กล่าวภายหลังรับหนังสือว่า ภายหลังจากที่รัฐบาลได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา รัฐบาลมีอำนาจเต็มในการบริหารราชการแผ่นดิน และได้มีการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดแรกในวันนี้ โดยรัฐบาลได้กำหนดระยะเวลาในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งวาระเร่งด่วนที่สุดคือการแก้ปัญหาค่าครองชีพเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน
นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้วางแนวทางสำคัญในการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 โดยสั่งการให้ทุกหน่วยงานราชการทบทวนโครงการต่างๆ อย่างเข้มงวด หากพบว่าโครงการใดไม่มีความจำเป็นหรือไม่มีความสำคัญเร่งด่วน ให้ดำเนินการชะลอหรือระงับไว้ก่อนทั้งหมด
ทั้งนี้ รัฐบาลยืนยันว่าจะบริหารจัดการงบประมาณแผ่นดินทุกบาททุกสตางค์ให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด เพื่อให้นำงบประมาณไปตอบสนองและแก้ไขวิกฤตการณ์ต่างๆ ที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบันได้อย่างมีประสิทธิภาพและตรงจุดที่สุด


