วันนี้ (23 กุมภาพันธ์) กัณวีร์ สืบแสง หัวหน้าพรรคพลวัต กล่าวถึงกรณีครอบครัวของพลทหารเพชรรัตน์ฯ ที่เสียชีวิตระหว่างถูกคุมขังในเรือนจำ มทบ.12 จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งร้องเรียนผ่านทาง นิชนันต์ วังคะฮาต โดยระบุว่า เป็นเรื่องที่น่าตกใจ ในระหว่างที่กระทรวงยุติธรรมกำลังจัดงานครบรอบ 3 ปี ของการบังคับใช้ พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานและอุ้มหาย ซึ่งครบรอบเมื่อวานนี้ (22 กุมภาพันธ์) แต่เรายังพบพลทหารเสียชีวิตในค่ายทหาร
แม้ทางกองทัพบกได้ชี้แจงข้อเท็จจริงมาแล้วว่าเป็นการตายตามธรรมชาติ แต่ในเมื่อญาติยังมีข้อกังหา แม้จะเสียชีวิตไป 3 เดือนแล้วก็ตาม กรณีนี้จึงต้องทำให้โปร่งใส กองทัพบกในฐานะต้นสังกัดต้องให้ความยุติธรรมกับครอบครัวพลทหารอย่างถึงที่สุด ต้องมีการสอบสวนอย่างโปร่งใส ในขณะที่ญาติสามารถที่จะร้องเรียนสู้คดีตามกฏหมายป้องกันและปราบปรามการซ้อมทรมานฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องมีหน้าที่ชี้แจง และดำเนินการให้เป็นไปตามกฏหมาย
กัณวีร์ระบุว่า ว่าที่รัฐบาลใหม่ ที่จะไม่ต่างจากรัฐบาลรักษาการ โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีคนเดิมและคนใหม่ ต้องไม่ปล่อยให้ ทหารชั้นผู้น้อย พลทหารเพชรรัตน์ฯ ต้องตายฟรี ต้องมีกระบวนการในการตรวจสอบข้อเท็จจริง อย่างโปร่งใส เป็นธรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับระบบทหาร เพื่อสร้างความยุติธรรมให้กับทหารทุกนายอย่างเท่าเทียม
“ผมเรียกร้องไปยัง อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ต้องใส่ใจกับชีวิตของพลทหาร ที่มีหน้าที่สำคัญต่อการรักษาอธิปไตยของชาติ เพราะที่ผ่านมา ก็มีกรณีพลทหารเสียชีวิตในค่ายทหารที่ไม่ได้รับความยุติธรรมอีกหลายกรณี ทั้งๆ ที่เรามีกฏหมายป้องกันการซ้อมทรมานแล้ว”
กัณวีร์กล่าวว่า ยังมีข้อเท็จจริงถึงสาเหตุการเสียชีวิตของพลทหารเพชรรัตน์ ที่ญาติยังกังขา โดยเฉพาะ ‘ช้อนปริศนา’ ที่พบหลังเผาศพ ควรมีคำชี้แจงถึงที่มาว่าช้อนมาอยู่ในร่างน้องได้อย่างไร ไม่ใช่แค่ว่า ทหารพกช้อนได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐ ก็ต้องตระหนักด้วยว่า จะต้องไม่ใช้วิธีการเหล่านี้ ไม่เช่นนั้นกฏหมายก็ไม่ศักดิ์สิทธิ์ เพราะเราไม่สามารถเอาผิด และป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายขึ้นได้
“กฎหมายต้องเป็นกฎหมาย เราต้องสู้เพื่อมิให้ใครคนใดคนหนึ่ง หรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง มีอำนาจเหนือกฎหมายที่เป็นการจัดระเบียบสังคมได้” กัณวีร์กล่าวย้ำ


