×

‘จ็อบเบอร์’ คือใคร เปิดเบื้องหลังตัวละครลับ ที่ทำน้ำมันแพง? ธุรกิจกำลังดิ้นหนีตาย ดีเซล 33 บาท อาจเอาไม่อยู่

18.03.2026
  • LOADING...
ภาพประกอบแสดงถึงวิกฤตพลังงานและผลกระทบต่อธุรกิจจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น โดยมีจ็อบเบอร์เป็นตัวแปรสำคัญ

ไม่ว่าจะมีสงครามหรือไม่ ทำไมราคาน้ำมันไทยถึงแสนแพง…?

 

ความผันผวนของราคาพลังงานหลังเจอวิกฤตปิดช่องแคบฮอร์มุซ ลามมาถึงปัญหาข้าวของแพง ภาพความ ‘โกลาหล’ ผู้คนแห่กักตุนน้ำมัน

 

ภาพประกอบแสดงถึงวิกฤตพลังงานและผลกระทบต่อธุรกิจจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น โดยมีจ็อบเบอร์เป็นตัวแปรสำคัญ 1

 

แม้มักจะได้รับคำอธิบายปมปัญหาสงครามตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น แต่ภาพสะท้อนความเป็นจริง ‘ราคาน้ำมันหน้าปั๊ม’ ที่คนไทยเห็น ล้วนมาจากหลายปัจจัยเชิงโครงสร้างพลังงานที่ ‘ทับซ้อน’ ที่อาจไม่มีคำตอบเดียว

 

ไม่ว่าจะเป็น ต้นทุนตลาดโลก ราคาน้ำมันไทยที่อ้างอิงสิงคโปร์ โครงสร้างภาษี โครงสร้างค่าการกลั่น กองทุนน้ำมัน โครงสร้างตลาดในประเทศ ซึ่งมีการขายปลีกผ่าน ‘จ๊อบเบอร์’

 

นั่นจึงเป็นคำถามสุดคลาสสิกว่า ทำไมน้ำมันไทยถึงแพง?

 

ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลไหน ทุกคนต่างได้รับผลกระทบและ ‘เจ็บตัว’ โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรม ที่เป็นฟันเฟืองเศรษฐกิจ ต่างซื้อน้ำมันผ่าน ‘จ๊อบเบอร์’ แม้ว่า ณ เวลานี้ รัฐขยายเพดานราคาดีเซลเป็น 33 บาทต่อลิตร

 

ประเมินสงครามส่อ ‘ยืดเยื้อ’ กดดันต้นทุนอุตสาหกรรม

 

ล่าสุด เกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า แม้ดัชนีโดยรวมกำลังฟื้นตัว แต่ผู้ประกอบการกลับเผชิญ ‘แรงกดดัน’ หลายด้าน

 

โดยเฉพาะกำลังการผลิตในบางอุตสาหกรรมที่ยังอยู่ในระดับต่ำ อาทิ เฟอร์นิเจอร์ เซรามิก และเครื่องจักรกลการเกษตร รวมถึงปัญหาไฟป่าตามแนวชายแดนที่กระทบซัพพลายเชน

 

ภาพประกอบแสดงถึงวิกฤตพลังงานและผลกระทบต่อธุรกิจจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น โดยมีจ็อบเบอร์เป็นตัวแปรสำคัญ 2

 

“ประเด็นสำคัญคือการนำเข้าสินค้าจากจีนที่เพิ่มขึ้นถึง 29.5% โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ ส่งผลให้ผู้ผลิตในประเทศต้องเผชิญการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงขึ้น”

 

มากไปกว่านั้น ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด คือความขัดแย้งในตะวันออกกลางระหว่างอิหร่าน อิสราเอล และสหรัฐฯ ซึ่งมีแนวโน้ม ‘ยืดเยื้อ’ และส่งผลโดยตรงต่อราคาพลังงานโลก

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


 

ขยายเพดานดีเซลเป็น 33 บาทต่อลิตร ธุรกิจยังรับไหวไหม?

 

เกรียงไกร มองว่า ปัจจุบัน (18 มี.ค.) รัฐบาลได้ขยายเพดานราคาดีเซลเป็น 33 บาทต่อลิตร หลังสิ้นสุดมาตรการ 15 วัน ส่งผลให้กองทุนน้ำมันติดลบกว่าหมื่นล้าน

 

ในมุมภาคอุตสาหกรรม ประเมินว่า “หากราคายังไม่เกินระดับดังกล่าว ธุรกิจยังสามารถบริหารจัดการได้ แต่หากปรับตัวสูงกว่านี้จะส่งผลให้ ต้นทุนขนส่งเพิ่มขึ้น 5-12% และอาจผลักดันราคาสินค้าเพิ่มขึ้น 3-5%”

 

ขณะเดียวกัน ยังเกิดปัญหา ‘ราคาเขย่งในตลาดน้ำมัน’ โดยราคาหน้าปั๊มและราคาขายผ่านผู้ค้ารายย่อยจ็อบเบอร์ (Jobber) ต่างกันสูงถึง 11-12 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ผู้ค้าขาดสภาพคล่อง ในการจัดหาน้ำมันไปป้อนภาคการผลิตและเกษตรกรรม จนเริ่มเกิดภาวะขาดแคลนในบางพื้นที่

 

นอกจากนี้ สงครามยังส่งผลให้วัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรม เช่น ปิโตรเคมี เม็ดพลาสติก เหล็ก และอลูมิเนียม ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง

 

“โดยเฉพาะน้ำมันเตาที่พุ่งจาก 7-8 บาท เป็น 23-24 บาทต่อลิตร สะท้อนแรงกดดันด้านต้นทุนที่ทวีความรุนแรง”

 

ทั้งนี้ ส.อ.ท. ประเมินแนวโน้มราคาสินค้าไทย ภายใต้ความไม่แน่นอนของสงครามและราคาน้ำมัน 3 ฉากทัศน์หลัก ดังนี้

 

  • ฉากทัศน์ที่ 1 คุมสถานการณ์ได้ (น้ำมันไม่เกิน 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล) ราคาดีเซลทรงตัวไม่เกิน 33 บาทต่อลิตร ต้นทุนการผลิตเพิ่มเล็กน้อย ราคาสินค้าอาจขยับในกรอบจำกัด 1-2% เศรษฐกิจยังเดินหน้าต่อได้
  • ฉากทัศน์ที่ 2 ความตึงเครียดปานกลาง (น้ำมัน 100-115 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล) ต้นทุนขนส่งเพิ่ม 5-12% ผู้ประกอบการเริ่มทยอยปรับราคาสินค้า 3-5% กระทบกำลังซื้อภายในประเทศอย่างมีนัยสำคัญ
  • ฉากทัศน์ที่ 3 วิกฤติรุนแรง (น้ำมัน 120-125 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล) ต้นทุนพลังงานพุ่งสูงต่อเนื่อง เกิดแรงส่งผ่านราคาทั่วห่วงโซ่การผลิต ราคาสินค้าอาจปรับขึ้นมากกว่า 5% พร้อมความเสี่ยงสินค้าขาดตลาด และอาจฉุด GDP ไทย เหลือเพียง 1.3%

 

แนะอุดหนุนผู้ค้า ‘จ็อบเบอร์’ ลดช่องว่างราคาน้ำมัน

 

อย่างไรก็ตาม ส.อ.ท.เสนอให้ภาครัฐเร่งออกมาตรการรองรับ เพื่อป้องกันผลกระทบลุกลาม

 

  • ให้มีการอุดหนุนผู้ค้ารายย่อย (Jobber) เพื่อลดช่องว่างราคาน้ำมัน
  • พิจารณาระงับการส่งออกเศษเหล็ก เศษอลูมิเนียม และเศษกระดาษ เพื่อรักษาวัตถุดิบในประเทศ
  • การบริหารราคาดีเซล ‘แบบค่อยเป็นค่อยไป’

 

“ช่วงเวลานี้เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อ ต้องอาศัยการบริหารนโยบายอย่างแม่นยำ เพื่อรักษาสมดุลระหว่างต้นทุนพลังงาน เสถียรภาพราคา และความสามารถแข่งขันของประเทศ ท่ามกลางความผันผวนเศรษฐกิจโลก” เกรียงไกรกล่าว

 

ทำไมรัฐบอกน้ำมันพอ แต่ประชาชนแพนิก?

 

แม้รัฐบาลจะยืนยันว่า ประเทศไทยมีน้ำมันสำรองเพียงพอใช้ได้ 95-100 วัน แต่ความกังวลต่อสถานการณ์สงครามอิหร่านที่ยืดเยื้อ ได้ก่อให้เกิดพฤติกรรม “Panic” ในหลายภาคส่วน โดยเฉพาะภาคเกษตรและอุตสาหกรรม ที่เร่งกักตุนน้ำมันเพื่อรักษาความต่อเนื่องของการผลิต

 

หนึ่งในปัญหาเร่งด่วนที่กำลังเกิดขึ้น คือ ‘ความเหลื่อมล้ำด้านราคา’ ระหว่างภาคประชาชนกับภาคอุตสาหกรรม

 

ภาพประกอบแสดงถึงวิกฤตพลังงานและผลกระทบต่อธุรกิจจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น โดยมีจ็อบเบอร์เป็นตัวแปรสำคัญ 3

 

ชี้จุดอ่อน ‘ความผิดเพี้ยน’ ของโครงสร้างราคา

 

ภาคอุตสาหกรรมซึ่งซื้อน้ำมันผ่านผู้ค้ารายย่อย หรือ ‘จ๊อบเบอร์’ กลับไม่ได้รับการอุดหนุน ทำให้ต้อง ‘แบกรับราคาสูงกว่าถึง 10 บาทต่อลิตร’

 

ผลที่ตามมาคือ ผู้ประกอบการจำนวนหนึ่งเริ่มนำรถบรรทุกเข้าไปเติมน้ำมันที่ปั๊ม แข่งขันกับประชาชนโดยตรง สะท้อนความ ‘ผิดเพี้ยน’ ของโครงสร้างราคา และเสี่ยงซ้ำเติมภาวะขาดแคลน

 

ขณะเดียวกัน ผู้ค้ารายย่อยยังเผชิญปัญหาสภาพคล่องอย่างหนัก จากราคาน้ำมันที่พุ่งสูง ทำให้กำลังซื้อหดตัวอย่างมีนัยสำคัญ เช่น จากเดิมสามารถซื้อน้ำมันได้ 100,000 ลิตร อาจลดเหลือเพียง 30,000 ลิตร ส่งผลให้ไม่สามารถส่งมอบให้โรงงานได้เพียงพอ

 

อย่างไรก็ตาม พลังงานเป็นต้นทุนหลักของภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมหนัก เช่น ปูนซีเมนต์ เหล็ก อะลูมิเนียม แก้ว และปิโตรเคมี ซึ่งมีสัดส่วนต้นทุนพลังงานสูงถึง 35-50% และน่าห่วงว่าจะนำไปสู่ภาวะเงินเฟ้อ

 

‘จ็อบเบอร์’ น้ำมัน คือใคร?

 

จ็อบเบอร์ (Jobber) คือ พ่อค้าคนกลางหรือผู้ค้าส่งน้ำมัน ที่ซื้อน้ำมันปริมาณมากจากบริษัทน้ำมันรายใหญ่เพื่อนำไปขายต่อ มีบทบาทสำคัญในการกระจายน้ำมันไปยังลูกค้ารายย่อย เช่น ปั๊มน้ำมันอิสระ โรงงานอุตสาหกรรม และภาคเกษตรกรรมในพื้นที่ห่างไกล

 

Jobber น้ำมัน ไม่ได้ผลิตน้ำมันเอง และไม่ได้เป็นเจ้าของปั๊มแบรนด์ใหญ่ (Major Brands) โดยตรงในฐานะบริษัทแม่ แต่เป็นฟันเฟืองสำคัญที่ทำให้น้ำมัน กระจายไปถึงมือผู้บริโภคในพื้นที่ต่างๆ

 

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของ ปตท. การกำหนดเพดานราคาขายให้ Jobber ในช่วงวิกฤต กลุ่ม ปตท. ได้กำหนด เพดานราคาขายให้ Jobber ที่เป็นลูกค้าประจำ โดยให้ราคาขาย ไม่เกินราคาหน้าสถานีบริการ + 2 บาท/ลิตร ไปจนถึงสิ้นสุดเดือน มี.ค. 2569

 

โดยเพดานราคาดังกล่าวเป็น กรอบราคาสูงสุด ที่ใช้ควบคุมการขายในตลาด Jobber ไม่ให้ราคาปรับสูงขึ้นมากเกินไปในช่วงที่ตลาดมีความผันผวน

 

ในกรณีที่ราคาตลาดปรับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว การกำหนดเพดานราคานี้ กลุ่ม ปตท. ต้องรับ ‘ความเสี่ยง’ จากความผันผวนของราคาน้ำมันบางส่วนไว้เอง ส่วนต่างราคา 2 บาทดังกล่าว จึงมีไว้เพื่อครอบคลุมต้นทุนและความเสี่ยงในช่วงภาวะวิกฤติ เช่น

 

  • ความผันผวนของราคาน้ำมัน
  • ต้นทุนทางการเงินของภาระกองทุนที่ต้องรอการชดเชย
  • ค่าใช้จ่ายด้านคลังสินค้าและการขนส่งผล

 

ภาพประกอบแสดงถึงวิกฤตพลังงานและผลกระทบต่อธุรกิจจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น โดยมีจ็อบเบอร์เป็นตัวแปรสำคัญ 4

 

ปั๊มน้ำมันไทยมีมากกว่า 2 หมื่นแห่ง ‘ประชาชน’ รับเคราะห์

 

ด้าน ศุภโชติ ไชยสัจ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวกับ THE STANDARD WEALTH ว่า โครงสร้างธุรกิจน้ำมันของประเทศไทย คือ โรงกลั่นและผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่จับมือกัน หรือควบรวมเป็นแบรนด์เดียวกัน และมีเครือข่ายปั๊มทำสัญญาจัดส่งน้ำมันระยะยาว ทำให้สถานีบริการในเครือบริษัทใหญ่ มีราคาและปริมาณน้ำมันที่มั่นคงหรือไม่ผันผวนเท่ารายย่อย

 

ขณะที่ ไทยมีสถานีบริการน้ำมันราว 26,000 แห่ง กว่า 8,500 แห่ง เป็นสถานีบริการที่อยู่ในเครือแบรนด์หลักของบริษัทน้ำมัน มีสถานีบริการที่เหลืออีกประมาณ 17,500 แห่ง ที่เป็นปั๊มรายย่อย

 

“เมื่อไม่สามารถซื้อน้ำมันจากโรงกลั่นได้โดยตรง ทำให้ปั๊มเหล่านี้จำเป็นต้องซื้อน้ำมันผ่านตัว แทนจำหน่ายหรือผู้ค้าคนกลางที่เรียกว่าจ๊อบเบอร์”

 

ศุภโชติ มองว่า นี่คืออีกหนึ่งปัญหา บวกกับเมื่อเกิดวิกฤตราคาพลังงาน เมื่อต้องซื้อผ่านจ็อบเบอร์จึงมีราคาสูงกว่าราคาต้นทาง ทำให้ปั๊มรายย่อยต้องแบกรับต้นทุนที่สูงกว่าและแข่งขันในตลาดได้ยากขึ้น สุดท้ายผลกระทบก็มาตกที่ผู้ใช้ และประชาชน

 

ภาพประกอบแสดงถึงวิกฤตพลังงานและผลกระทบต่อธุรกิจจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น โดยมีจ็อบเบอร์เป็นตัวแปรสำคัญ 5

ข้อมูลจากกระทรวงพลังงาน ณ วันที่ 18 มี.ค.2569)

 

อย่างไรก็ตาม แม้ว่า อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ย้ำว่า วันนี้ราคาน้ำมันไทยใกล้เคียงกับราคาน้ำมันมาเลเซียซึ่งเป็นผู้ผลิตใช้ในประเทศ

 

ทว่า ภาพประชาชนแห่เติมน้ำมัน ‘คอขวด’ ที่ทุกคนกังวลว่าจะมาจากปัญหา ผู้ค้าคนกลางน้ำมัน (จ็อบเบอร์) นั้น ได้กำชับให้เข้มงวดกับการป้องกันการกักตุน และเรื่องราคาที่สูงเกินไป ซึ่งยอมรับว่า จากปัญหาดังกล่าว บางปั๊มที่อยู่ไกล รับเรื่องราคาไม่ได้ ก็อาจจะปิดตัวไปในที่สุด

 

ขณะที่ รศ.ดร.จุฑาทิพย์ จงวนิชย์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยความสามารถในการแข่งขันและการพัฒนา (ICDS) อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวกับ THE STANDARD WEALTH ว่า น่าห่วงว่า ความตึงเครียดในตะวันออกกลางครั้งนี้อาจยืดเยื้อ ซึ่งเริ่มส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศไทยทั้งทางตรงและทางอ้อม

 

โดยเฉพาะด้านพลังงาน เนื่องจากไทยพึ่งพาการนำเข้าน้ำมัน ประมาณ 60% จากตะวันออกกลาง

 

“รัฐบาลต้องบริหารความเสี่ยงนโยบายการเงินให้ดี และมีกลไกเสริม เช่น กองทุน ที่เข้ามาดูแลอุตสาหกรรมภาคธุรกิจด้วย เพราะยิ่งภาคธุรกิจ ‘เจ็บตัว’ แค่ไหน GDP เศรษฐกิจไทยก็ลดลงไปอีกมากเท่านั้น” รศ.ดร.จุฑาทิพย์ กล่าวทิ้งท้าย

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories