ญี่ปุ่นกำลังจะจัดการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2026 หลัง ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศ จากพรรคเสรีประชาธิปไตย (Liberal Democratic Party: LDP) ตัดสินใจประกาศยุบสภาเมื่อวันที่ 23 มกราคมที่ผ่านมา เพื่อช่วงชิงความได้เปรียบจากคะแนนนิยมที่ยังพุ่งสูง และขอฉันทมติจากประชาชนในการบริหารประเทศอย่างเต็มตัว เนื่องจากเผชิญปัญหาจากการเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยในสภา
แม้ผลสำรวจหลายแห่งชี้ว่า LDP มีโอกาสคว้าชัยชนะอย่างถล่มถลาย แต่การเลือกตั้งครั้งนี้ถูกจับตามองว่า คาดเดาผลลัพธ์ ‘ยาก’ ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ หลังเกิดการเปลี่ยนขั้วทางการเมืองตลอด 3 เดือนที่ผ่านมา นับตั้งแต่การที่พรรคโคเม (Komeito) พันธมิตรเก่าแก่ของพรรค LDP ตลอด 25 ปี ตัดสินใจถอนตัวจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ไปจนถึงการเกิดขึ้นของพันธมิตรพรรคฝ่ายค้านขนาดใหญ่อย่างพรรคแนวร่วมปฏิรูปสายกลาง (Centrist Reform Alliance: CRA)
การลงคะแนนเสียงครั้งนี้จะเป็นอย่างไร มีอะไรที่ต้องจับตามองบ้าง? THE STANDARD สรุปประเด็นสำคัญในการเลือกตั้งญี่ปุ่น 2026
ทาคาอิจิ ‘ทุบหม้อข้าว’ ยุบสภา หวังขอฉันทมติแก้ไขปัญหาปากท้อง
“ฉันควรเป็นนายกรัฐมนตรีต่อไปหรือไม่ ฉันอยากให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน”
เหล่านี้คือประโยคทดสอบแรงสนับสนุนจากประชาชนของทาคาอิจิ เมื่อวันที่ 19 มกราคมที่ผ่านมา ถือเป็นการเดินเกมครั้งสำคัญ นับตั้งแต่เธอดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ท่ามกลางกระแสข่าวลือที่หนาหูขึ้นเรื่อยๆ ว่า พรรค LDP เตรียมยุบสภาเพื่อเปิดเกมเลือกตั้งฉับพลัน (Snap Election) ภายในต้นเดือนมกราคมนี้
ทั้งนี้ Nikkei Asia วิเคราะห์ว่า ยุทธศาสตร์การชิงยุบสภาครั้งนี้ คือการฉวยจังหวะจาก ‘กระแสทาคาอิจิฟีเวอร์’ หลังคะแนนนิยมของเธอพุ่งสูงราว 60-70% ขณะที่สื่อเก่าแก่อย่าง Asahi Shimbun ยังคาดการณ์ว่า พรรค LDP มีโอกาสสร้างปรากฏการณ์คว้าชัยชนะแบบถล่มถลาย โดยอาจกวาดที่นั่งไปถึง 233 จาก 465 ที่นั่ง ซึ่งจะหมายถึงการทวงคืนสถานะรัฐบาลพรรคเดียวเสียงข้างมากได้อย่างสมบูรณ์
ปัจจัยชี้ขาดที่บีบให้ทาคาอิจิต้องเลือกเส้นทางยุบสภา คือสภาวะการเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายเชิงอุดมการณ์ที่สั่นสะเทือนโครงสร้าง ไม่ว่าจะเป็น:
- มิติด้านความมั่นคง: การทบทวน ‘หลักการ 3 ไม่’ เกี่ยวกับอาวุธนิวเคลียร์ เพื่อยกระดับความมั่นคงแห่งชาติในยุคระเบียบโลกใหม่
- มิติกฎหมายและโครงสร้าง: การผลักดันแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับสันติภาพ ทาคาอิจิเสนอนโยบายให้เขียนสถานะของกองกำลังป้องกันตนเอง (Self-Defense Forces: SDF) ให้ชัดเจนในรัฐธรรมนูญ แม้ยังไม่แตะมาตรา 9 หรือข้อสงวนที่ญี่ปุ่นสละสิทธิ-ไม่ใช้กำลัง แต่นักวิเคราะห์มองว่า นี่อาจเป็นการเปิดทางให้ญี่ปุ่นขยายบทบาทการทหารในอนาคต
- มิติเศรษฐกิจ: การประกาศยุตินโยบายรัดเข็มขัด และเปลี่ยนมาใช้นโยบายการคลังเชิงขยายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจแบบ ‘ยาแรง’
อย่างไรก็ตาม แผนการใช้นโยบายการคลังของรัฐบาลทาคาอิจิกำลังถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดในประเด็นเสถียรภาพทางการคลัง โดยเฉพาะข้อเสนอระงับการจัดเก็บภาษีอาหารในอัตรา 8% เป็นระยะเวลา 2 ปี ส่งผลให้ตลาดการเงินญี่ปุ่นตอบสนองอย่างระมัดระวัง นักลงทุนจำนวนหนึ่งแสดงความกังวลว่า มาตรการดังกล่าวอาจเพิ่มแรงกดดันต่อภาระหนี้สาธารณะของประเทศ ซึ่งอยู่ในระดับสูงกว่า 200% ของ GDP ญี่ปุ่น
นักวิเคราะห์สรุปว่า แม้ชัยชนะในการเลือกตั้งแบบถล่มทลายจะช่วยเพิ่มความชอบธรรมและอำนาจต่อรองทางการเมืองให้กับทาคาอิจิอย่างมีนัยสำคัญ แต่ขณะเดียวกันก็อาจกลายเป็น ดาบสองคม หากรัฐบาลไม่สามารถรักษาสมดุลระหว่างการใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ กับการคงไว้ซึ่งเสถียรภาพทางการเงินของประเทศในระยะยาวได้
มองสมการจัดตั้งรัฐบาล ใครเป็นใครในการเมืองญี่ปุ่น
ปัจจุบัน ญี่ปุ่นใช้ระบบเลือกตั้งแบบผสม แบ่งเป็นเขตเลือกตั้งเดี่ยว 289 เขต และระบบบัญชีรายชื่อ 176 ที่นั่ง รวมทั้งสิ้น 465 ที่นั่ง โดยผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะได้บัตร 2 ใบ คือเลือกผู้สมัครในเขตเลือกตั้ง และเลือกพรรคการเมือง ซึ่งเมื่อพิจารณาถอดสมการจัดตั้งรัฐบาลที่เป็นไปได้ ภูมิทัศน์ทางการเมืองจะออกมาในลักษณะดังต่อไปนี้
พรรครัฐบาล: นำโดยพรรค LDP มี 199 ที่นั่งจาก 465 ที่นั่งก่อนยุบสภา โดยจับมือกับพรรคนิปปอนอิชชิน (Nippon Ishin) ที่มี 34 ที่นั่ง โดยทั้ง 2 พรรคมีเสียงข้างมากในสภาล่าง
อนึ่ง พรรคนิปปอนอิชชินเป็นพรรคขวากลาง มีฐานเสียงหลักที่โอซากา แต่เดิมเป็นพรรคฝ่ายค้าน แต่หันมาร่วมรัฐบาลกับ LDP ได้เป็นเวลา 3 เดือน โดยชูนโยบายลดขนาดและปฏิรูปรัฐบาล
พรรคฝ่ายค้านหลัก: พรรคแกนนำฝ่ายค้านอย่างพรรคประชาธิปไตยรัฐธรรมนูญแห่งญี่ปุ่น (Constitutional Democratic Party of Japan: CDP) จับมือกับพรรคโคเม ก่อตั้งพรรคใหม่อย่างพรรค CRA มี 172 ที่นั่งรวมกันก่อนยุบสภา
ในทางการเมืองญี่ปุ่น การจับมือระหว่าง 2 พรรคการเมือง ถือเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของประเทศ โดย The Japan Times นิยามว่า เป็นพันธมิตรที่ ‘แปลกที่สุด’ ในรอบหลายทศวรรษ เพราะพรรคโคเมเป็นพันธมิตรกับ LDP มานานถึง 25 ปี แต่ถอนตัวออกจากพรรคร่วมรัฐบาล เนื่องจากไม่พอใจนโยบายของทาคาอิจิที่หันเหไปทางขวาจัด
นอกจากนี้ จุดยืนของพรรค CDP และพรรคโคเมไม่สอดคล้องกัน เนื่องจากพรรค CDP เป็นสายเสรีนิยม ขณะที่พรรคโคเมเป็นอนุรักษนิยมสายศาสนา ซึ่งมีแนวคิดสันตินิยม (Pacifism) จึงเห็นต่างกันในประเด็นบางเรื่อง เช่น กฎหมายความมั่นคงในปี 2015 และพลังงานนิวเคลียร์ ขณะที่กลุ่มเป้าหมายของพรรคมาจากฐานเสียงจัดตั้งเป็นทุนเดิม เช่น กลุ่มสหภาพแรงงาน (ฐานเสียงพรรค CDP) และองค์กรศาสนา (ฐานเสียงพรรคโคเม)
อนึ่ง CRA มีเป้าหมายสูงสุด คือ สกัดกั้นการจัดตั้งรัฐบาลของทาคาอิจิ โดยเน้นวิจารณ์จุดยืนขวาจัดด้านความมั่นคง นโยบายต่อชาวต่างชาติ และประเด็นทางสังคม แต่ยังไม่ได้เสนอนโยบายบริหารประเทศเป็นรูปธรรมมากนัก
พรรคอื่นที่ต้องจับตา: พรรคประชาธิปไตยเพื่อประชาชน (Democratic Party for the People: DPFP) มี 27 ที่นั่ง ได้ชื่อว่า เป็นพรรคสายกลาง มีอุดมการณ์หลากหลายภายในพรรค ตั้งแต่อนุรักษนิยม เสรีนิยม ไปจนถึงประชานิยม นโยบายของพรรคเน้นความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจ โดยขณะนี้วางตัวอิสระ ไม่จับมือกับพรรคใดพรรคหนึ่ง
รวมถึงพรรคซันเซโตะ (Sanseito) มี 3 ที่นั่ง เป็นพรรคขนาดเล็ก ชูแนวคิดขวาจัดชาตินิยมอย่าง ‘Japanese First’ (คนญี่ปุ่นต้องมาก่อน) แม้ยังไม่มีอิทธิพลมากในสภา แต่ก็สะท้อนภูมิทัศน์ทางการเมืองญี่ปุ่น เพราะพรรคกำลังเติบโตจากกระแสชาตินิยม โดยเฉพาะการต่อต้านผู้อพยพ
อย่างไรก็ดี พรรคซันเซโตะส่งผู้สมัครเป็นประวัติการณ์ถึง 190 คน โดยคาดว่า อาจได้ 15 ที่นั่งในสภาในการเลือกตั้งครั้งนี้ จากกระแสโจมตีชาวต่างชาติ และการสนับสนุนจากคนรุ่นใหม่
ทั้งนี้ ภาคการเงินคาดการณ์ว่า ทาคาอิจิมีโอกาสเลือกตั้งชนะมากที่สุด แต่นักวิเคราะห์หลายคนเห็นต่างว่า ผลการเลือกตั้งยังคาดเดาได้ยาก เพราะพันธมิตรเดิมอย่างพรรค LDP และพรรคโคเมล่มสลาย ขณะที่ฝ่ายค้านจัดตั้งขั้วใหม่ทางการเมือง
Nikkei Asia มองว่า ตัวแปรสำคัญอย่างฐานเสียงของพรรคโคเม อาจเทคะแนนให้พรรค CDP ซึ่งอาจทำให้พรรค LDP แพ้เลือกตั้งอย่างน้อย 25 เขต ขณะที่นักวิเคราะห์บางส่วนเห็นต่างว่า รัฐบาลผสมอย่างพรรค LDP และพรรคนิปปอนอิชชินจะได้ที่นั่งเพิ่มและครองเสียงข้างมากได้
หมายเหตุ: แม้พรรค CDP และพรรคโคเมจะจับมือจัดตั้งพันธมิตรในสภาล่าง แต่ในสภาสูง ทั้งสองยังแยกขาดออกจากกัน ซึ่งมีการมองว่า พรรค CDP อาจเสียคะแนนจากฐานเสียงเสรีนิยม เพราะจับมือพรรคโคเมที่มีความเห็นบางอย่างไม่ตรงกัน
อย่างไรก็ตาม ทาคาอิจิส่งสัญญาณว่า หากรัฐบาลผสมแพ้เลือกตั้งหรือไม่ได้เสียงข้างมาก เธอจะลาออกทันที นั่นหมายความว่า ญี่ปุ่นจะเข้าสู่ช่วงสุญญากาศทางการเมือง ต้องเลือกหัวหน้าพรรค LDP คนใหม่ ตั้งรัฐบาลใหม่ และกระบวนการจัดทำงบประมาณประจำปีอาจล่าช้าไปถึงปลายเดือนเมษายน
อะไรคือวาระหาเสียงในการเลือกตั้งญี่ปุ่นปี 2026
วาระหลักของการหาเสียงเลือกตั้งญี่ปุ่นครั้งนี้หนีไม่พ้นปัญหาปากท้อง ถือเป็นวิกฤตที่ประเทศเผชิญต่อเนื่องมานานราว 4 ปี โดยคนญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว (Stagflation) เพราะค่าแรงที่แท้จริงลดลง กล่าวคือ แม้เงินเดือนจะปรับขึ้น แต่ราคาสินค้ากลับแพงขึ้นเร็วกว่า
สถานการณ์นี้สอดคล้องกับตัวเลขทางเศรษฐกิจ หลัง GDP หดตัวในอัตราปีละ 2.3% ส่งผลให้กำลังซื้อของครัวเรือนลดลงอย่างชัดเจน โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายจำเป็น เช่น อาหาร เชื้อเพลิง และค่าสาธารณูปโภค
ดังนั้นนโยบายหลักหาเสียงของหลายพรรคการเมือง คือ ‘การลดภาษี’ เช่น พรรค LDP เสนอนโยบายหยุดเก็บภาษีอาหาร 8% เป็นเวลา 2 ปี ขณะที่พรรค CRA เสนอยุติการเก็บภาษีอาหารโดยถาวร
อย่างไรก็ตาม นโยบายดังกล่าวสร้างความกังวลให้กับนักเศรษฐศาสตร์ เพราะการลดภาษีจะทำให้รัฐขาดรายได้ เงินจะหายไปเป็นจำนวนมหาศาลราว 5 ล้านล้านเยน (ประมาณ 1 ล้านล้านบาท) ซึ่งเงินส่วนนี้ถูกใช้ในระบบประกันสังคมของประเทศ หากรัฐบาลญี่ปุ่นชุดใหม่ไม่มีแผนหาเงินมาทดแทน ก็อาจกระทบแผนดูแลผู้สูงอายุและระบบประกันสังคมในอนาคต
นอกจากนี้ ประเด็นผู้อพยพและคนต่างชาติยังเป็นไฮไลต์สำคัญในการเลือกตั้งญี่ปุ่นครั้งนี้ หลังพรรคซันเซโตะหยิบประเด็นดังกล่าวขึ้นมาโจมตี เพื่อแย่งฐานเสียงอนุรักษนิยมจากพรรค LDP
เช่นเดียวกับทาคาอิจิที่นำประเด็นดังกล่าวขึ้นมาหาเสียง โดยเสนอนโยบายควบคุมพฤติกรรมนักท่องเที่ยว-คนต่างชาติ ขึ้นภาษีนักท่องเที่ยว ค่าวีซ่า และเพิ่มเงื่อนไขการพำนักถาวร (เช่น สอบภาษาญี่ปุ่น) ไปจนถึงการจัดตั้งหน่วยงานใหม่ โดยอ้างว่า เป็นการผลักดันสังคมที่อยู่ร่วมกันอย่างเป็นระเบียบ ซึ่งมุ่งเป้าปรับนโยบายผู้อพยพและนักท่องเที่ยว
อนึ่ง พฤติกรรมนักท่องเที่ยวในญี่ปุ่นถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากในช่วงที่ผ่านมา ตามข้อมูลของกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และการท่องเที่ยว (Ministry of Land, Infrastructure, Transport and Tourism: MLIT) ระบุว่า ปี 2025 ญี่ปุ่นมีนักท่องเที่ยวราว 42.7 ล้านคน เพิ่มขึ้น 15.8% จากปีก่อน โดยมีการมองว่า แม้นักท่องเที่ยวจะช่วยกระตุ้นรายได้ แต่ภาระกลับตกอยู่กับรัฐบาลท้องถิ่น ที่ต้องออกมาตรการรับมือกับปัญหานักท่องเที่ยวล้นเมือง
เลือกตั้งญี่ปุ่นสำคัญกับโลกอย่างไร
นักวิเคราะห์มองว่า ผลการเลือกตั้งครั้งนี้ยังมีนัยต่อความสัมพันธ์ญี่ปุ่น-จีน-สหรัฐอเมริกา รวมถึงบทบาทญี่ปุ่นในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก โดยเฉพาะเมื่อทาคาอิจิแสดงท่าทีแข็งกร้าวต่อจีนในประเด็นไต้หวัน และการเสริมกำลังทางทหาร
เดวิด ติงซวน จาง (David Tingxuan Zhang) นักวิเคราะห์จาก Trivium China ระบุผ่าน Nikkei Asia ว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีความหมายอย่างยิ่งต่อการเมืองภูมิภาคเอเชียตะวันออก โดยเฉพาะความสัมพันธ์ญี่ปุ่น–จีน ที่เสื่อมถอยลงอย่างรวดเร็ว จากข้อพิพาททางการทูตปมไต้หวัน จนร้าวลึกไปสู่มิติด้านเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และความมั่นคง
จางระบุว่า จีนมองทาคาอิจิทำลายความคลุมเครือเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Ambiguity) ของญี่ปุ่นต่อไต้หวัน ซึ่งหากพรรค LDP ชนะเสียงข้างมาก จีนก็เตรียมรับมือความสัมพันธ์ทวิภาคีที่อาจหยุดชะงักยาว ฉะนั้น สิ่งที่จีนต้องการเห็นคือ ทาคาอิจิที่อ่อนแอ ขณะที่ฝ่ายค้านจะมีอำนาจถ่วงดุลนโยบายความมั่นคง จนถึงขั้นอาจบีบให้รัฐบาลปรับท่าทีประนีประนอมกับจีนมากขึ้น
ขณะที่ ไรลีย์ วอลเตอร์ส (Riley Walters) จาก Hudson Institute ชี้ว่า สหรัฐฯ กำลังจับตาดูการเลือกตั้งครั้งนี้ว่า ญี่ปุ่นจะมีเสถียรภาพทางการเมืองมากขึ้น จนสามารถเดินหน้าปฏิรูปด้านกลาโหมและเศรษฐกิจหรือไม่
ขณะนี้ ญี่ปุ่นกำลังทบทวนนโยบายความมั่นคง อวกาศ อาวุธยุทโธปกรณ์ และกฎหมายความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ขณะที่สหรัฐฯ ต้องการให้การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สอดคล้องกับผลประโยชน์ร่วมกัน หรืออย่างน้อย ญี่ปุ่นสามารถพึ่งพาตนเองในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกโดยไม่ต้องพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานสำคัญของจีนได้
ภาพ: Kim Kyung-Hoon & Yoshio Tsunoda / Reuters
อ้างอิง:
- https://www.japantimes.co.jp/commentary/2026/01/27/japan/japans-new-centrist-reform-alliance/
- https://asia.nikkei.com/politics/japan-election/japan-s-takaichi-just-called-a-snap-election-5-things-to-know
- https://asia.nikkei.com/opinion/why-japan-s-election-matters-for-the-world
- https://www.globaltimes.cn/page/202602/1354713.shtml
- https://www.cfr.org/articles/political-realignment-and-the-2026-japanese-election
- https://www.bloomberg.com/graphics/2026-japan-election-results/?embedded-checkout=true


