สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่าน ส่อแววลุกลามไปสู่สงครามพลังงาน หลังจากที่วานนี้ (18 มีนาคม) เกิดเหตุโจมตีโครงสร้างพื้นฐานในแหล่งผลิตก๊าซธรรมชาติเซาท์พาร์ส (South Pars) ซึ่งเป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ที่สุดในโลกที่อิหร่านและกาตาร์แบ่งใช้ร่วมกัน รวมถึงมีการโจมตีโรงงานผลิตก๊าซธรรมชาติบนชายฝั่งเมืองอัสซาลูเยห์ ในจังหวัดบูเชห์ร ของอิหร่านด้วย
โดยอิหร่านกล่าวหาอิสราเอล ว่าเป็นผู้ก่อเหตุโจมตีดังกล่าว และประกาศจะตอบโต้อย่างรุนแรง พร้อมทั้งกำหนดเป้าหมายโจมตีแหล่งอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซในประเทศอ่าวเปอร์เซีย ก่อนจะดำเนินการโจมตีทั้งในกาตาร์ ซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
โดยที่กาตาร์ มีรายงานการยิงขีปนาวุธโจมตีนิคมอุตสาหกรรมราสลาฟฟาน (Ras Laffan) แหล่งผลิตก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่ผลิตก๊าซ LNG ได้ประมาณ 20% ของปริมาณการผลิตทั่วโลก ซึ่งผลการโจมตีก่อให้เกิดไฟไหม้อย่างรุนแรง โดยบริษัทน้ำมัน QatarEnergy รายงานว่าเกิดความเสียหายอย่างหนัก ขณะที่ล่าสุดทางการสามารถควบคุมเพลิงส่วนใหญ่ได้แล้ว
ที่ซาอุดีอาระเบีย มีรายงานการโจมตีโรงกลั่นน้ำมันอย่างน้อย 2 แห่ง ในกรุงริยาด โดยทางการซาอุฯ สามารถสกัดและทำลายขีปนาวุธได้ 4 ลูก และนอกจากนี้ยังพบความพยายามโจมตีด้วยโดรนใส่โรงงานก๊าซทางตะวันออกของประเทศ
ส่วนที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ก็มีรายงานการสกัดกั้นขีปนาวุธที่พยายามโจมตีโรงงานก๊าซฮับชาน (Habshan) และแหล่งน้ำมันบาบ (Bab) จนทำให้ต้องระงับการดำเนินการในโรงงานชั่วคราว
ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศกาตาร์ ประณามอิสราเอลสำหรับการโจมตีโรงงานก๊าซในเซาท์พาร์ส ว่าเป็นการกระทำที่ ‘อันตรายและไร้ความรับผิดชอบ’ และประณามอิหร่านสำหรับการตอบโต้ที่ “ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างโจ่งแจ้ง” ก่อนจะสั่งขับนักการทูตอาวุโสของอิหร่าน 2 คนออกจากประเทศ
ขณะที่เจ้าชายไฟซาล บิน ฟาร์ฮาน อัล ซาอุด รัฐมนตรีต่างประเทศซาอุดีอาระเบีย เตือนว่า อิหร่านต้อง “ทบทวนการตัดสินใจที่ผิดพลาด” และเน้นย้ำว่าการโจมตีตอบโต้เช่นนี้ จะไม่นำมาซึ่งผลประโยชน์ใดๆ แก่เตหะราน ซึ่งซาอุฯ สงวนสิทธิ์ที่จะใช้ปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านหากจำเป็น
ด้านกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ประณามการกระทำของอิหร่านว่าเป็น “การโจมตีของผู้ก่อการร้าย” ซึ่งถือเป็น “การยกระดับความรุนแรงที่อันตรายและการละเมิดหลักการของกฎหมายระหว่างประเทศ”
IRGC เตือนทำลายอุตสาหกรรมพลังงานในอ่าวเปอร์เซียหากถูกโจมตีอีกครั้ง
ทางด้านกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) เตือนว่ากองทัพอิหร่านจะทำลายอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซของประเทศเพื่อนบ้านในอ่าวเปอร์เซีย หากแหล่งอุตสาหกรรมพลังงานของตนถูกโจมตีอีกครั้ง
แถลงการณ์ของ IRGC ที่เผยแพร่โดยสื่ออิหร่านระบุว่า “เราขอเตือนท่านอีกครั้งว่าท่านได้ทำผิดพลาดครั้งใหญ่ในการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของสาธารณรัฐอิสลาม ซึ่งเรากำลังดำเนินการตอบโต้”
“หากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของท่านและพันธมิตรของท่านจะไม่หยุดจนกว่าจะถูกทำลายอย่างสิ้นเชิง และการตอบโต้ของเราจะรุนแรงกว่าการโจมตีในคืนนี้มาก”
แฟ้มภาพ : REUTERS/Stringer/File Photo
อ้างอิง:
- https://www.aljazeera.com/news/liveblog/2026/3/19/iran-war-live-qatar-saudi-energy-sites-attacked-riyadh-says-trust-gone
- https://www.iranintl.com/en/202603181566
- https://www.bbc.com/news/live/c24d410m3g4t
- https://www.reuters.com/world/china/trump-criticises-allies-over-rejection-hormuz-request-iran-israel-trade-2026-03-17/


