เจาะลึกกลยุทธ์รับมือ ‘โลกไม่แน่นอน’ เจอปัญหารุม ทั้ง Fed – การเมืองญี่ปุ่น – ปมกรีนแลนด์ ลงทุนแบบไหน จะได้ไปต่อ

28.01.2026
  • LOADING...
ภาพแสดงกราฟการลงทุน หรือลูกโลกที่ล้อมรอบด้วยสัญลักษณ์ทางการเงิน แสดงถึงกลยุทธ์การลงทุนในสภาวะโลกไม่แน่นอน

ท่ามกลางบรรยากาศการลงทุนโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทั้งทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ ความผันผวนของตลาดเงินญี่ปุ่นจากการเลือกตั้ง และประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ใหม่ๆ ซึ่งจะมีผลกระทบกับลงทุน และควรเตรียมรับมืออย่างไร

 

เกษรี อายุตตะกะ CFP SVP, Head of Investment Research, SCB CIO ธนาคารไทยพาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ในรายการ Morning Wealth ระบุว่า สำหรับการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) รอบล่าสุด SCB CIO ประเมินว่า Fed จะยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ เพื่อรอดูความชัดเจนของการผ่อนคลายนโยบายการเงิน พัฒนาการของตลาดแรงงาน และเงินเฟ้อ โดยมองว่าเงินเฟ้อมีแนวโน้มชะลอตัวลงแบบค่อยเป็นค่อยไป แม้ภาคบริการจะยังดูหนืดอยู่บ้าง

 

อย่างไรก็ตาม มุมมองตลอดทั้งปี SCB CIO คาดว่า Fed มีแนวโน้มปรับลดดอกเบี้ยนโยบายเพื่อเข้าสู่ภาวะปกติ (Normalization) อย่างน้อย 1 ครั้ง หรืออาจถึง 2 ครั้ง หากตลาดแรงงานอ่อนแอเร็วกว่าคาด นอกจากนี้ ในด้านสภาพคล่อง คาดว่า Fed จะมีการเข้าซื้อตั๋วเงินคลัง เพื่อบริหารจัดการเงินสำรองประมาณ 4 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อเดือน จนถึงช่วงฤดูยื่นภาษีกลางเดือนเมษายน ก่อนจะลดขนาดลง

 

ความเสี่ยง Fed ถูกแทรกแซงทางการเมือง

 

ประเด็นที่น่าจับตามากกว่าผลการประชุมคือ ‘ความเป็นอิสระของ Fed’ โดยเฉพาะกรณีการสอบสวนทางอาญาและการพยายามปลด ลิซ่า คุก กรรมการ Fed ซึ่งหากศาลสั่งพักงาน อาจสร้างความกังวลเรื่องการแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง

 

รวมถึงการสรรหาประธาน Fed คนใหม่แทน เจอโรม พาวเวลล์ ที่จะหมดวาระในเดือนพฤษภาคม ซึ่งตัวเต็งอย่าง เควิน วอช หรือผู้บริหารจาก BlackRock อาจส่งผลต่อนโยบายที่แตกต่างกัน

 

  • กลยุทธ์ตราสารหนี้: ความกังวลเรื่องการแทรกแซง Fed อาจทำให้ Bond Yield ระยะยาวปรับตัวขึ้น ดังนั้น SCB CIO แนะนำให้เน้นลงทุนใน ตราสารหนี้ระยะสั้นถึงกลาง และ หลีกเลี่ยงตราสารหนี้ระยะยาว

 

หุ้นสหรัฐฯ จับตา Big Tech และกลุ่ม 7 นางฟ้า

 

สำหรับตลาดหุ้นสหรัฐฯ ผลประกอบการของกลุ่ม Magnificent 7 ในไตรมาส 4 คาดว่าจะยังเติบโต แต่ในอัตราที่ชะลอลง โดยมี EPS Growth ประมาณ 20% เทียบกับ 30% ในช่วงก่อนหน้า ตลาดจะให้ความสำคัญกับ ‘คุณภาพการเติบโต’ มากขึ้น โดยเฉพาะการลงทุน AI ที่ต้องมาพร้อมกับกำไรและกระแสเงินสดที่ดีขึ้น หากบริษัทใดทำไม่ได้ อาจถูกเทขาย

 

  • กลยุทธ์หุ้นสหรัฐฯ: พอร์ตระยะยาว (Core Port) ยังลงทุนได้ ส่วนพอร์ตระยะสั้น (Opportunistic) ยังเก็งกำไรได้ใน Nasdaq และกลุ่ม Semiconductor ที่รับอานิสงส์ AI รวมถึงตลาดหุ้นเกาหลีใต้

 

ญี่ปุ่น จุดเปลี่ยนการเมืองและค่าเงินเยน

 

ตลาดญี่ปุ่นกำลังเผชิญความผันผวนจากการยุบสภาและการเลือกตั้ง (ระบุวันที่ 8 กุมภาพันธ์ตามแหล่งข้อมูล) ซึ่ง SCB CIO มองฉากทัศน์ (Scenario) ไว้ดังนี้

 

  • Best Case: รัฐบาล LDP ชนะขาดลอย = นโยบายต่อเนื่อง หุ้นขึ้น เยนอ่อน
  • Base Case (ปัจจุบัน): LDP ได้เสียงไม่ถึงครึ่งแต่รวมพรรคร่วมแล้วอยู่รอด = หุ้นขึ้นได้แต่อาจต้องใช้นโยบายกระตุ้นเพิ่ม
  • Worst Case: ฝ่ายค้านชนะ = ความไม่แน่นอนสูง หุ้นร่วง Bond Yield พุ่งแรง

 

ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร SCB CIO ย้ำว่า Bond Yield ญี่ปุ่นระยะยาวมีแนวโน้มปรับตัวขึ้น จากการทยอยถอนนโยบายผ่อนคลายของ BOJ และหนี้สาธารณะที่สูง ส่วนค่าเงินเยนยังมีแนวโน้มอ่อนค่า โดยกรอบการเข้าแทรกแซงของทางการอยู่ที่ระดับ 160 เยนต่อดอลลาร์

 

ภูมิรัฐศาสตร์ กรณีศึกษา ‘กรีนแลนด์’

 

อีกหนึ่งประเด็นความเสี่ยงคือความตึงเครียดเรื่อง ‘กรีนแลนด์’ ซึ่งเกี่ยวข้องกับทรัพยากรแรร์เอิร์ธ โดย SCB CIO ประเมินกรณีฐาน (Base Case) ว่าน่าจะเป็นการเจรจาผ่าน NATO และใช้กฎหมาย IEPA เพื่อจัดการภาษีมากกว่าการใช้กำลังทหาร

 

  • ผลกระทบ: หากเป็นกรณีฐาน หุ้นสหรัฐฯ และญี่ปุ่นยังเป็นแกนหลักในพอร์ตได้ เพราะสหรัฐฯ ยังเข้าถึงแร่หายากได้ ส่วนยุโรปต้องเลือกรายตัว (Selective) แต่หากเกิดกรณีเลวร้าย มีสงคราม ตราสารหนี้ระยะสั้นและทองคำจะเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่สุด

 

กลยุทธ์จัดพอร์ตแบบ Selective On

 

เกษรีสรุปภาพรวมกลยุทธ์การลงทุนในช่วงเวลานี้ไว้ว่า ต้องเป็นลักษณะ Selective On คือพร้อมรับความเสี่ยงได้แต่ต้องเลือกเฟ้นสินทรัพย์อย่างระมัดระวัง

 

  • Core Port : เน้น หุ้นสหรัฐฯ และ หุ้นญี่ปุ่น เป็นหลัก
  • ยุโรป : ลงทุนได้แต่ต้องคัดเลือกหุ้นที่อิงกับเศรษฐกิจในประเทศ (Domestic Play) และกลุ่มแบงก์
  • Fixed Income : เน้น ตราสารหนี้ระยะสั้น-กลาง หลีกเลี่ยงตัวยาว
  • Diversify : ต้องมี ทองคำ ติดพอร์ตเพื่อกระจายความเสี่ยงจากภูมิรัฐศาสตร์
  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising