โลกกำลังเบนเข็มการค้าไปยังตลาดอินเดีย โดยผู้เชี่ยวชาญ วิเคราะห์ว่า อินเดียหวน ‘กลับสู่ตำแหน่งผู้นำ’ พันธมิตรเศรษฐกิจ-ภูมิรัฐศาสตร์ หลังปิดดีล FTA แห่งประวัติศาสตร์กับ EU ในรอบ 20 ปี และสหรัฐฯ ยื่นไพ่ยอมลดภาษี แลกอินเดียลดพึ่งน้ำมันรัสเซีย
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศบรรลุข้อตกลงการค้ากับอินเดีย ยุติการซื้อน้ำมันจากรัสเซีย และหันมานำเข้าสินค้าเกษตร รวมถึงผลิตภัณฑ์อื่น ๆ จากสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น
ข้อตกลงดังกล่าวครอบคลุมการที่สหรัฐฯ ปรับลดภาษีนำเข้าสินค้าจากอินเดียลงเหลือ 18% จากเดิมที่ 50% ภายหลังการเจรจาทวิภาคีที่ไม่ประสบความสำเร็จเมื่อปีที่ผ่านมา
นักวิเคราะห์มองว่า ข้อตกลงนี้อาจช่วยคลี่คลายความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และอินเดีย หลังจากอัตราภาษีนำเข้าที่สูงได้บั่นทอนความน่าดึงดูดนักลงทุนของอินเดียในฐานะศูนย์กลางการผลิต โดยเฉพาะสำหรับบริษัทที่ต้องการย้ายฐานการผลิตออกจากจีน ข้อตกลงใหม่นี้จึงอาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ช่วยดึงอินเดียกลับมาอยู่ในวงพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ อีกครั้ง
ด้านนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ของอินเดีย โพสต์ข้อความผ่านสื่อออนไลน์ แสดงความ ‘ยินดี’ ต่อการลดภาษีนำเข้า แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม รวมถึงไม่ได้ยืนยันอย่างชัดเจนว่าอินเดียจะยุติการซื้อน้ำมันจากรัสเซียตามที่ทรัมป์กล่าวอ้างหรือไม่
ทว่าโมดีระบุว่า “เมื่อสองเศรษฐกิจขนาดใหญ่และสองประชาธิปไตยที่ใหญ่ที่สุดในโลกทำงานร่วมกัน ย่อมก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนของเรา และเปิดโอกาสมหาศาลสำหรับความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน” พร้อมเสริมว่า “ความเป็นผู้นำของประธานาธิบดีทรัมป์มีความสำคัญต่อสันติภาพ เสถียรภาพ และความเจริญรุ่งเรืองของโลก”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
- ทำไมดีลประวัติศาสตร์ ‘Mother of All Deals’ EU-อินเดีย อาจทำให้ไทยได้ประโยชน์?
- เปิด 5 ข้อเสนอที่ขุนคลังสหรัฐฯ เอ่ยปากชมไทย เผยเบื้องหลังกุนซือทีมไทยแลนด์
- ไทยมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร? วิกฤตขีดความสามารถในการแข่งขัน เมื่อบุญเก่าหมด คนเก่งสมองไหล
ขณะที่ทรัมป์ระบุผ่านโพสต์ว่า สหรัฐฯ จะลดภาษีนำเข้าที่เรียกเก็บจากอินเดีย และอินเดียจะ ‘ดำเนินการลดภาษีและอุปสรรคทางการค้า ที่ไม่ใช่ภาษีต่อสหรัฐอเมริกาให้เหลือศูนย์เช่นกัน’
เขายังกล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงแนวทางยุติสงครามในยูเครน และอินเดียตกลงที่จะซื้อน้ำมันจากสหรัฐฯ รวมถึง ‘มีโอกาส’ ที่จะหันไปซื้อน้ำมันจากเวเนซุเอลาแทนรัสเซีย
ทรัมป์ยังอ้างว่า โมดีจะเพิ่มการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ ‘BUY AMERICAN’ อย่างมีนัยสำคัญ ครอบคลุมสินค้าในกลุ่มพลังงาน เทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ถ่านหิน และสินค้าอื่น ๆ รวมมูลค่าสูงถึง 500,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
Eswar Prasad ศาสตราจารย์ด้านนโยบายการค้าจากมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ ให้ความเห็นว่า ข้อตกลงดังกล่าวจะช่วยให้อินเดีย ‘กลับมาอยู่ในตำแหน่งผู้นำในฐานะพันธมิตรทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ที่สำคัญ’
โดยเฉพาะหากสามารถสรุปข้อตกลงนี้ได้ก่อนความคืบหน้าของข้อตกลงล่าสุดระหว่างอินเดียกับสหภาพยุโรป นั้นเป็นเรื่อง ‘น่าทึ่ง’ ที่โมดีดูเหมือนจะพร้อมผ่อนคลายข้อจำกัดต่อการนำเข้าสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ ทั้งที่ภาคส่วนนี้มีความอ่อนไหวทางการเมืองในอินเดียอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม Prasad เตือนว่า แม้ข้อตกลงนี้จะช่วยเชื่อมสัมพันธ์สหรัฐฯ และอินเดียทั้งเชิงเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ แต่ประเด็นด้านนโยบายการเข้าเมืองของสหรัฐฯ รวมถึงภาษีศุลกากรที่ยังไม่สะเด็ดน้ำ ยังคงเป็นโจทย์ท้าทายระหว่างสองประเทศ
ทั้งนี้ ทำเนียบขาวยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อตกลงดังกล่าว ซึ่งยังต้องเจรจาในรายละเอียดอีกมาก และบางข้อตกลง เช่น กับเกาหลีใต้และสหภาพยุโรป ก็เผชิญอุปสรรคในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา อินเดียเพิ่งประกาศบรรลุข้อตกลงการค้าที่รอคอยมานานกับสหภาพยุโรป ท่ามกลางความพยายามของทั้งสองฝ่ายในการกระจายตลาด อินเดียยังได้ลงนามในข้อตกลงการค้าเสรีกับสหราชอาณาจักรเมื่อปีที่แล้ว รวมถึงข้อตกลงกับโอมานและนิวซีแลนด์
อย่างไรก็ดี การที่ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกับรัฐบาลทรัมป์ได้ก่อนหน้านี้ สร้างความไม่พอใจให้กับอินเดีย ซึ่งถือว่าสหรัฐฯ เป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุด การเจรจาเมื่อปีที่แล้วเป็นไปอย่างยากลำบาก หลังทรัมป์เรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าอินเดียในอัตราสูง และปรับขึ้นซ้ำ จนทำให้อินเดียต้องเผชิญกับอัตราภาษีที่สูงที่สุดในบรรดาประเทศคู่ค้าของสหรัฐฯ
ทรัมป์วิจารณ์อุปสรรคทางการค้าของอินเดียมาโดยตลอด โดยเฉพาะภาษีที่ทำให้รถยนต์และรถจักรยานยนต์จากสหรัฐฯ มีราคาสูงเกินไปสำหรับตลาดอินเดีย ในวาระแรก เขาใช้เวลาหลายปีพยายามเจรจาข้อตกลงการค้ากับอินเดีย แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ
ภาพ: Andrew Harnik / Getty Images
อ้างอิง:


