วันนี้ (9 เมษายน) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ลงพื้นที่ตรวจสอบความพร้อมและประชาสัมพันธ์การดูแลประชาชนในช่วงขาออกเทศกาลสงกรานต์ ที่ หน่วยบริการตำรวจทางหลวงวังน้อย อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
การลงพื้นที่ดังกล่าว สอดรับกับนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ได้กำชับมาตรการบังคับใช้กฎหมายและอำนวยความสะดวกด้านการจราจรอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะในช่วงควบคุมเข้มข้น 7 วันอันตราย ระหว่างวันที่ 10 – 16 เมษายน 2569
ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ตั้งเป้าหมายในการลดอุบัติเหตุ ผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บ ให้ลดลงไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 จากค่าเฉลี่ย 3 ปีย้อนหลัง โดยเน้นย้ำให้ตำรวจจราจรในพื้นที่และตำรวจทางหลวงบูรณาการทำงานร่วมกัน สำรวจเส้นทางสำรอง ทางเลี่ยง ทางลัด เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบ ตลอดจนพิจารณาเปิดช่องทางเดินรถพิเศษ (Reversible Lane) เพื่อระบายการจราจรในเส้นทางที่กำหนด
พล.ต.ท.ไตรรงค์ เปิดเผยว่า กองบังคับการตำรวจทางหลวงได้เตรียมความพร้อมอย่างเต็มพิกัดในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยให้แก่ประชาชน โดยคาดการณ์ว่าปริมาณรถจะเริ่มทยอยเดินทางออกจากกรุงเทพมหานครไปยังจังหวัดต่างๆ ตั้งแต่ช่วงเย็นของวันที่ 10 เมษายน และจะเริ่มมีปริมาณหนาแน่นสูงสุดในวันที่ 11 เมษายน 2569
สำหรับมาตรการอำนวยความสะดวกที่สำคัญในปีนี้ ตำรวจทางหลวงได้เปิดให้บริการจุดแวะพักตำรวจทางหลวง จำนวน 205 แห่งทั่วประเทศ เพื่อรองรับประชาชนที่ขับขี่ยานพาหนะทางไกลและประสบปัญหาเหนื่อยล้า ง่วงนอน หรือรถขัดข้อง โดยเปิดให้บริการฟรีตลอด 24 ชั่วโมง
ซึ่งในจำนวนนี้มีถึง 144 จุด ที่เป็นหน่วยบริการพร้อมห้องพัก เตียงนอน ห้องน้ำ และน้ำดื่มบริการ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำสถานีคอยดูแลความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด ประชาชนที่สนใจสามารถ Walk in เข้าใช้บริการได้ทันทีโดยไม่ต้องจองล่วงหน้า หรือสามารถตรวจสอบพิกัดจุดแวะพักได้ผ่านแอปพลิเคชัน Police Care และสายด่วน 1193
อย่างไรก็ตาม เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย ตำรวจทางหลวงได้กำหนดเกณฑ์ข้อห้ามสำหรับการใช้บริการจุดแวะพักอย่างเคร่งครัด โดยห้ามกระทำการใดๆ ที่ผิดกฎหมาย ขัดต่อศีลธรรมและประเพณีอันดีงาม เช่น ห้ามนำสิ่งเสพติดเข้ามาในพื้นที่ ห้ามเล่นการพนัน หรือค้าประเวณี รวมถึงห้ามนำวัตถุไวไฟ วัตถุอันตราย สิ่งของที่มีกลิ่นรุนแรงเข้ามาภายในห้องพัก ตลอดจนห้ามส่งเสียงดัง ก่อความรำคาญ ทะเลาะวิวาท และขอความร่วมมือผู้ใช้บริการรักษาความสะอาดภายในพื้นที่
นอกจากนี้ รถวิทยุตรวจการณ์ของตำรวจทางหลวงทุกคันยังได้เตรียมความพร้อมพกพาอุปกรณ์ช่วยเหลือฉุกเฉินและซ่อมแซมเบื้องต้นติดรถไว้ตลอดเวลา อาทิ ชุดเครื่องมือช่าง, อุปกรณ์พ่วงแบตเตอรี่, สายลากจูง, อุปกรณ์เติมน้ำมันฉุกเฉิน, ค้อนเคาะกระจก, อุปกรณ์ปฐมพยาบาล, ไม้กวาดเคลียร์สิ่งกีดขวาง และกรวยจราจร เพื่อแก้ปัญหาการจราจรและให้ความช่วยเหลือประชาชนบนท้องถนนได้อย่างทันท่วงที
ทั้งนี้ หากประชาชนต้องการความช่วยเหลือฉุกเฉิน สามารถติดต่อหน่วยบริการตำรวจทางหลวงทั่วประเทศ หรือโทรสายด่วน 1193 และผ่านแอปพลิเคชัน Police Care ได้ตลอด 24 ชั่วโมง


