วันนี้ (29 พฤศจิกายน) ที่ กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 9 พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 (ผบช.ภ.9) พร้อมด้วย พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และทีมสืบสวน แถลงผลการจับกุมกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุลักทรัพย์สินค้าระหว่างเกิดอุทกภัยในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
สืบเนื่องจากกรณีที่มีการเผยแพร่ภาพและคลิปวิดีโอในสื่อสังคมออนไลน์ ปรากฏกลุ่มบุคคลกำลังงัดตู้คอนเทนเนอร์สินค้าบนขบวนรถไฟที่จอดอยู่บริเวณสถานีรถไฟหาดใหญ่ ขณะที่พื้นที่โดยรอบกำลังประสบปัญหาน้ำท่วมสูง สร้างความกังวลใจให้กับประชาชนเป็นวงกว้าง
จากการตรวจสอบรายละเอียด พบว่ากลุ่มคนร้ายได้ทำการงัดตู้คอนเทนเนอร์จำนวน 4 ตู้ เพื่อขโมยเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยี่ห้อหนึ่ง จำนวนกว่า 7,560 ลัง คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 4 ล้านบาท เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ระดมกำลังฝ่ายสืบสวน ฝ่ายป้องกันปราบปราม และฝ่ายเทคนิคดิจิทัล ร่วมกันแกะรอยจากกล้องวงจรปิด พยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ และเบาะแสจากโซเชียลมีเดีย จนสามารถระบุตัวผู้ร่วมขบวนการได้ทั้งหมด 10 ราย
โดยขณะนี้สามารถจับกุมตัวได้แล้ว 6 ราย ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นเจ้าของบ้านที่ใช้เก็บของกลาง พร้อมทั้งตรวจยึดของกลางกลับมาได้จำนวนหนึ่ง ส่วนผู้สั่งการที่ทราบชื่อคือ นาย อ. และผู้ร่วมขบวนการที่เหลือ ทางเจ้าหน้าที่กำลังเร่งติดตามตัวรวมถึงเตรียมขยายผลไปยังผู้รับซื้อของโจรเพื่อนำตัวมาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด
สำหรับการดำเนินคดีทางกฎหมาย พฤติการณ์ดังกล่าวถือเป็นการกระทำความผิดในพื้นที่ประสบภัยพิบัติ ซึ่งเป็นการซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชน จึงมีอัตราโทษหนักกว่าปกติ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 และ 335 ทางตำรวจยืนยันจะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดเพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่าง
โดย พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ ได้กล่าวย้ำเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่า คนหาดใหญ่เป็นคนน่ารัก และพื้นที่เขต 8 ไม่ใช่พื้นที่น่ากลัวอย่างที่เป็นข่าว โดยในวันนี้ตนจะลงพื้นที่ไปรับประทานอาหารร่วมกับผู้นำชุมชน เพื่อยืนยันความปลอดภัยและมุ่งมั่นที่จะฟื้นฟูให้หาดใหญ่กลับมาเป็นเมืองที่น่าอยู่เช่นเดิม
นอกจากคดีลักทรัพย์บนรถไฟแล้ว ผบช.ภ.9 ยังเปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีเหตุใช้อาวุธปืนในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ ที่ปรากฏเป็นข่าวว่า ขณะนี้รู้ตัวผู้ก่อเหตุแล้ว 1 ราย จากทั้งหมด 2 ราย และกำลังเร่งรัดออกหมายจับ ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 27 พฤศจิกายนที่ผ่านมา มีการแจ้งเหตุผ่านสายด่วน 191 เข้ามาแล้ว 15 คดี ซึ่งตำรวจกำลังเร่งสืบสวนติดตามทุกคดี
พร้อมทั้งระดมกำลังลาดตระเวนเพื่อป้องปรามเหตุร้ายและสร้างความอุ่นใจให้กับประชาชนในช่วงหลังน้ำลด โดยประชาชนที่พบเห็นเบาะแสการกระทำผิด สามารถแจ้งสายด่วน 191 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง






