วานนี้ (28 พฤศจิกายน) ทีมข่าว THE STANDARD ลงพื้นที่สำรวจบรรยากาศความเสียหาย ที่ ตลาดพลาซ่าหาดใหญ่ ย่านการค้าและเศรษฐกิจขนาดใหญ่ใจกลางอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากเหตุอุทกภัยที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 20 พฤศจิกายนที่ผ่านมา
โดยขณะนี้สถานการณ์น้ำได้เริ่มคลี่คลายลงแล้ว เผยให้เห็นร่องรอยความเสียหายที่กระจายอยู่ทั่วทุกพื้นที่ ร้านค้าทุกแห่งถูกน้ำท่วมขัง อุปกรณ์ภายในร้านและโครงสร้างบางส่วนชำรุดเสียหายอย่างหนัก
ภายหลังจากที่ระดับน้ำลดลง กลุ่มผู้ประกอบการร้านค้าต่างเร่งเดินทางกลับเข้ามายังพื้นที่เพื่อทำความสะอาดและสำรวจทรัพย์สิน โดยพบว่าสินค้าจำนวนมหาศาลจมอยู่ใต้น้ำเป็นเวลานานกว่า 1 สัปดาห์ แม้บางส่วนจะเปรอะเปื้อนคราบดินโคลน แต่หากสภาพยังไม่ชำรุดเสียหาย เจ้าของร้านจำเป็นต้องนำออกมาวางจำหน่ายในลักษณะเทกระจาด ด้วยราคาที่ถูกกว่าทุนอย่างมากเพื่อหารายได้ชดเชยความเสียหายบางส่วน
จากการสำรวจพบสินค้าราคาที่ปรับลดลงอย่างมาก อาทิ เสื้อยืดจากราคาปกติ 100 บาท เหลือเพียงตัวละ 5 บาท, รองเท้าที่เคยขายคู่ละ 100-200 บาท ถูกนำมาจัดโปรโมชันเหลือ 3 คู่ 100 บาท และชุดนอนเกรดพรีเมียมราคา 199-599 บาท ถูกตัดราคาขายเหลือเพียงชุดละ 40 บาทเท่านั้น โดยบรรยากาศการซื้อขายเต็มไปด้วยความเห็นใจ บางร้านแม่ค้าต้องช่วยกันบิดน้ำออกจากเสื้อผ้าก่อนบรรจุลงถุงส่งมอบให้กับลูกค้า
ผู้ประกอบการหลายรายได้สะท้อนความรู้สึกกับทีมข่าวว่า อุทกภัยครั้งนี้ถือเป็นความเสียหายครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของหาดใหญ่ วินาทีแรกที่ได้กลับเข้ามาเห็นสภาพร้านของตนเองถึงกับแทบล้มทั้งยืน เมื่อพบว่าทรัพย์สินมีค่าที่ขนย้ายไม่ทันจมอยู่ใต้โคลนตม ต้องจำใจคัดเลือกเฉพาะสินค้าที่พอขายได้นำมาวางขายให้หมด ดีกว่าสูญเปล่า
อย่างไรก็ตาม ความทุกข์นี้ไม่ได้เกิดจากภัยธรรมชาติเพียงอย่างเดียว เพราะจากการสำรวจความเสียหายยังพบร่องรอยของการถูกงัดแงะและโจรกรรมสินค้าในหลายร้านค้า ซึ่งกลายเป็นการซ้ำเติมเคราะห์กรรมของผู้ประสบภัยให้หนักหนาสาหัสยิ่งขึ้นในช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นนี้















