เปิดบทสรุปของเศรษฐกิจไทย (GDP) ซึ่งเพิ่งถูกสื่อต่างชาติขนานนามว่า ‘คนป่วยแห่งเอเชีย’ (Sick Man of Asia) พบว่า ในปี 2568 GDP ขยายตัว 2.4% ชะลอตัวลงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับการขยายตัว 2.9% ในปี 2567
โดยสภาพัฒน์ระบุว่า การชะลอตัวดังกล่าวเป็นมาจากการชะลอตัวลงของการใช้จ่ายภาคเอกชนและการใช้จ่ายภาครัฐ อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจยังคงได้รับแรงสนับสนุนสำคัญจากการส่งออกสินค้าที่ขยายตัวในเกณฑ์สูงต่อเนื่องสอดคล้องกับการกลับมาขยายตัวของการลงทุนภาคเอกชน และการเร่งขยายตัวขึ้นของการลงทุนภาครัฐ
โดยรวมทั้งปี 2568 ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) อยู่ที่ 18.97 ล้านล้านบาท (5.77 แสนล้านดอลลาร์) เพิ่มขึ้นจาก 18.68 ล้านล้านบาท (5.29 แสนล้านดอลลาร์) ในปี 2567 และผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศต่อหัวของคนไทยเฉลี่ยอยู่ที่ 269,643.1 บาทต่อคนต่อปี (8,200.9 ดอลลาร์ต่อคนต่อปี)เพิ่มขึ้นจาก 266,102.7 บาทต่อคนต่อปี (7,539.3 ดอลลาร์ต่อคนต่อปี) ในปี 2567
เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนและเอเชีย พบว่า อัตราการเติบโตของ GDP ไทยในปีนี้ ถือว่าค่อนข้างต่ำ (2.4%) โดยต่ำกว่าเวียดนาม (8.0%) ฟิลิปปินส์ (4.4%) มาเลเซีย (5.2%) อินโดนีเซีย (5.1%) และจีน (5.0%) อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยยังโตดีกว่า ญี่ปุ่น (1.1%) และเกาหลีใต้ (1.0%)
หมอเอกนิติมอง เศรษฐกิจไทยพ้นหล่ม ผู้ป่วยไทยออกจาก ICU แล้ว
ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวภายหลังการประกาศตัวเลข GDP ว่า “ในฐานะหมอเอก เรารู้แล้วล่ะว่าวันนี้ คนป่วยออกจากไอซียูแล้ว แต่จะทำให้ผู้ป่วยกลับมาเข้มแข็งได้ เราก็ต้องออกกำลังกาย ทำร่างกายให้แข็งแรง ให้พร้อมวิ่งได้ สิ่งนี้จะเป็นปัจจัยสำคัญจริงๆ”



