เวลาพูดถึง JAPAN EXPO THAILAND คุณนึกถึงอะไร?
ภาพความสนุกของคอนเสิร์ตไอดอล การแต่งคอสเพลย์ หรืออาหารญี่ปุ่นรสเลิศที่ดึงดูดผู้คนนับแสนให้มารวมตัวกันที่เซ็นทรัลเวิลด์ ทั้งหมดนี้อาจดูเหมือนงานรื่นเริงทั่วไปในสายตาคนนอก แต่ในมุมมองของนักธุรกิจและนักการตลาด งานอีเวนต์ 3 วันที่จัดต่อเนื่องมานานกว่าสิบปีนี้ซ่อน Business Model ที่น่าสนใจและลึกซึ้งกว่านั้นมาก
น้อยคนจะรู้ว่า ผู้อยู่เบื้องหลังอาณาจักรที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสองชาตินี้คือ เกิร์ล-ยุพเรศ เอกธุระประคัลภ์ ประธานกรรมการ บ.จี-ยู ครีเอทีฟ จำกัด ผู้ไม่ได้เริ่มต้นจากการเป็นออร์แกไนเซอร์ แต่สั่งสมประสบการณ์และความไว้วางใจมาจากการก่อตั้งโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นไมนิจิ เมื่อ 20 กว่าปีก่อน รากฐานทางการศึกษานี้เองที่ทำให้เธอเข้าใจ ‘หัวใจ’ ของคนญี่ปุ่นอย่างถ่องแท้ และเลือกผันตัวจากครูใหญ่ มาเป็น ‘Japan Ecosystem Connector’ ผู้เปลี่ยนวัฒนธรรมให้กลายเป็นเม็ดเงินมหาศาล ภายใต้ปรัชญา Japan One Stop Service

🇯🇵 เปลี่ยนพื้นที่ปล่อยของให้เป็น ‘Test Marketing’ ระดับชาติ
Pain Point ใหญ่ของธุรกิจต่างชาติที่จะเข้ามาลงทุนในไทย คือ ‘ความไม่แน่ใจ’ ไม่แน่ใจว่ารสชาติจะถูกปากไหม สินค้าจะขายได้จริงหรือเปล่า
JAPAN EXPO THAILAND จึงถูกปั้นให้กลายเป็นสนามทดลองตลาด (Test Bed) ที่ทรงพลังที่สุด นักลงทุนญี่ปุ่นไม่ได้บินมาแค่ขายของ แต่มาเพื่อเก็บ Data ว่า ‘คนไทยชอบอะไร’ ร้านซุปจากญี่ปุ่นอาจพบว่าคนไทยชอบรสจัดจ้านกว่าต้นตำรับ หรือสินค้าบางตัวขายดีถล่มทลายในโซนนี้ ข้อมูลเหล่านี้คือขุมทรัพย์ที่ช่วยให้พวกเขากลับไปทำการบ้านและวางแผนธุรกิจได้อย่างแม่นยำ

และไม่ใช่แค่เรื่องอาหารหรือสินค้าบริโภค G-Yu Creative ยังขยายโอกาสไปสู่กลุ่ม Tech & Innovation ผ่านโครงการ ‘Startup League Thailand’ ที่นำคอนเซปต์จากญี่ปุ่นมาเฟ้นหา Startup ไทยที่มีศักยภาพ เพื่อจับคู่ธุรกิจและระดมทุนจากนักลงทุนญี่ปุ่น (VC) เปลี่ยนงานแฟร์ให้กลายเป็นพื้นที่ Pitching ระดับภูมิภาค
ไม่เพียงเท่านั้น เพราะเมื่ออีเวนต์จบแต่ธุรกิจต้องไปต่อ จียูครีเอทีฟจึงเข้าบริหาร ตลาดญี่ปุ่นทองหล่อ (Thonglor Nihon Ichiba) เพื่ออุดรอยรั่วของธุรกิจอีเวนต์ สร้าง Permanent Hub เปรียบเสมือน Showroom ถาวรที่ทำให้แบรนด์ญี่ปุ่นได้มีหน้าร้านทดลองขายจริงตลอด 365 วัน สร้างความมั่นใจก่อนลงทุนสเกลใหญ่ และสร้าง Ecosystem ที่ครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ


🇯🇵 เมื่อ Soft Power ไทย บุกกลับญี่ปุ่น
ในอดีต ไทยมักเป็นเพียงผู้นำเข้าวัฒนธรรมญี่ปุ่น เช่น J-Pop หรืออนิเมะ แต่ในยุคนี้ Game Changer คือ ‘Content ไทย’ เกิร์ลชี้ให้เห็นโอกาสใหม่ที่เรียกว่า ‘Reverse Export’ หรือการส่งออกวัฒนธรรมไทยกลับไปตีตลาดญี่ปุ่น โดยเฉพาะ ซีรีส์วาย (BL/GL) ที่กลายเป็นหัวหอกทะลวงกำแพงวัฒนธรรม


สิ่งนี้ไม่ใช่แค่กระแส แต่คือ Economy การส่งออกลิขสิทธิ์ซีรีส์ หรือการพานักแสดงไทยไปจัด Fan Meeting กลายเป็นสินค้ามูลค่าสูง ยิ่งไปกว่านั้น มันยังดึงดูดให้เกิดความร่วมมือข้ามอุตสาหกรรม ที่จับต้องได้จริง
ตัวอย่างที่เห็นภาพชัดที่สุดคือ แบรนด์ ‘MUGEN’ โปรเจกต์ที่นำ ‘ผ้าขาวม้าไทย’ มาออกแบบตัดเย็บด้วยดีไซน์เนอร์ญี่ปุ่นจนกลายเป็นแฟชั่นร่วมสมัย หรือสินค้าสายมูที่ดึง Illustrator ชื่อดังจากญี่ปุ่นมาออกแบบ Jewelry แล้วผลิตโดยช่างฝีมือคนไทย เพื่อส่งขายกลับไปยังทั่วเอเชีย นี่คือการผสานจุดแข็งของดีไซน์ญี่ปุ่นเข้ากับคราฟต์แมนชิปของไทย สร้างมูลค่าเพิ่มที่ไม่ใช่แค่สินค้าที่ระลึก แต่เป็นสินค้า Lifestyle ที่ขายได้จริง


🇯🇵 ทำสิ่งที่รัก ให้กลายเป็นมาตรฐานโลก
บทเรียนสำคัญจากเกิร์ล คือการเปลี่ยน Niche Market ให้เป็น Mass Opportunity ไม่ว่าจะเป็นวงการคอสเพลย์ ที่ถูกยกระดับสู่การแข่งขันระดับโลก World Cosplay Summit หรือแม้แต่เรื่องสิ่งแวดล้อมที่ดูไกลตัว ก็ถูกสรรค์สร้างให้กลายเป็น ‘SPOGOMI World Cup’ กีฬาเก็บขยะสุดสร้างสรรค์จากญี่ปุ่น ที่เฟ้นหาตัวแทนทีมชาติไทยไปแข่งชิงแชมป์โลก


ความมุ่งมั่นในการสร้างมาตรฐานนี้ ทำให้เกิร์ลได้รับเกียรติเป็นคนไทยเพียงคนเดียวที่ได้รับเชิญให้ขึ้นพูดบนเวทีระดับโลกอย่าง Nikkei Forum 2023 ในหัวข้อ Future of Asia ร่วมกับผู้นำระดับประเทศ เพื่อแชร์วิสัยทัศน์ความร่วมมือระหว่างไทย-ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นการตอกย้ำว่า G-Yu Creative ไม่ใช่แค่ออร์แกไนเซอร์ แต่คือผู้เชี่ยวชาญตัวจริงที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล


สิ่งเหล่านี้พิสูจน์ว่า หากคุณเข้าใจ Insight ของ Community จริงๆ คุณสามารถเปลี่ยน Passion ให้เป็น Platform ที่ดึงดูดสปอนเซอร์ พาร์ทเนอร์ และสร้างรายได้ ได้อย่างมหาศาล
เรื่องราวของ G-Yu Creative พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ในโลกธุรกิจยุคใหม่ กำแพงระหว่างความบันเทิงและเศรษฐกิจได้พังทลายลงแล้ว เหลือเพียงสะพานที่เชื่อมโยงความชอบ ความคิดสร้างสรรค์ และโอกาสเข้าไว้ด้วยกัน
สำหรับใครที่กำลังมองหาลู่ทางธุรกิจ หรือต้องการเติมไฟแรงบันดาลใจ งาน JAPAN EXPO THAILAND 2026 ที่กำลังจะมาถึง คือหมุดหมายที่ไม่ควรพลาด ภายใต้คอนเซปต์ ‘Japan One Stop Service ญี่ปุ่นครบ…จบที่นี่’
นี่ไม่ใช่แค่งานแฟร์ แต่คือโอกาสที่เปิดกว้างสำหรับทุกคน:
- เตรียมพบปรากฏการณ์: ประเดิมที่แรกในเอเชียทัวร์! กับแฟนมีตติ้งของศิลปินระดับตำนาน คาซึยะ คาเมนาชิ ร่วมด้วยการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของไอดอลแห่งชาติ AKB48 และเกิร์ลกรุ๊ปสุดฮอต BEYOOOOONDS ที่จะมาแท็กทีมกับอดีตสมาชิกซุปเปอร์สตาร์ ริคาโกะ ซาซากิ และ มานากะ อินาบะ จาก Hello! Project ตื่นตาตื่นใจไปกับโชว์สุดครีเอทีฟจากทีมเต้นระดับโลก avantgardey ที่จะมาร่วมสร้างประวัติศาสตร์ครั้งใหม่กับแฟนชาวไทย พร้อมทัพศิลปินอีกมากมายที่จะมาเสริมความสนุกแบบจัดเต็ม
- โอกาสธุรกิจ: โซน B2B ที่เชื่อมต่อผู้ประกอบการไทยกับคู่ค้าญี่ปุ่นตัวจริง พร้อมสินค้านวัตกรรมและโอทอปจากเมืองรองที่คุณอาจไม่เคยเห็นที่ไหน
แล้วมาร่วมสัมผัสพลังแห่ง Soft Power ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยตาของคุณเอง บางที แรงบันดาลใจเล็กๆ ที่คุณได้จากงานนี้ อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ในอนาคต วันที่ 6 – 8 กุมภาพันธ์ 2026 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

#TheSecretSauce
#GYUCREATIVE
#JapanExpoThailand2026
#ThaiJapanSoftPower
#เจแปนเอ็กซ์โปไทยแลนด์2026


