วันนี้ (29 พฤศจิกายน) ที่ชุมชนบ่อนไก่ ตำบลคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ทีมข่าว THE STANDARD ได้ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายและพูดคุยกับชาวบ้านผู้ประสบภัย โดยหนึ่งในผู้ที่ได้รับผลกระทบคือ คุณลุงเจ้าของคอกหมู ซึ่งต้องสูญเสียทั้งที่อยู่อาศัยและเครื่องมือทำกินจากวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้
คุณลุงเจ้าของคอกหมูเปิดเผยถึงนาทีวิกฤตว่า มวลน้ำในรอบนี้มาเร็วและรุนแรงมากจนไม่สามารถเคลื่อนย้ายหมูจำนวนมากออกจากพื้นที่ได้ทัน สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดในขณะนั้นคือการต้อนให้หมูหนีน้ำขึ้นไปอยู่บนหลังคาของโรงเลี้ยง
อย่างไรก็ตาม ระดับน้ำที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็วและกระแสน้ำที่เชี่ยวได้พัดพาหมูเกือบทั้งหมดหายไปกับสายน้ำ รวมความเสียหายประมาณเกือบ 100 ตัว โดยเมื่อวานนี้ (28 พฤศจิกายน) หลังจากระดับน้ำลดลงจนสามารถเข้าพื้นที่ได้ พบว่ามีหมูเหลือรอดชีวิตเพียงแค่หมูตัวโต 4 ตัว และลูกหมูอีก 1 ตัวเท่านั้น ซึ่งคาดว่าเป็นกลุ่มที่แข็งแรงพอจะหาที่ยึดเกาะหลบภัยในโรงเลี้ยงได้
“หมดแล้ว หมดจริงๆ รอบนี้ ทั้งบ้านทั้งโรงเลี้ยง มันต้องเริ่มใหม่หมด” คุณลุงเจ้าของคอกหมูกล่าว
นอกจากนี้ คุณลุงได้ฝากความหวังถึงมาตรการเยียวยาจากภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยระบุว่า คนกลุ่มเล็กๆที่ไม่ได้เป็นเจ้าของธุรกิจใหญ่โต หลายคนยังมีภาระหนี้สินเดิมอยู่ เมื่อมาเจอกับหายนะครั้งนี้ เท่ากับว่าต้องแบกรับหนี้ก้อนใหม่เพิ่มขึ้นมาอีก
จึงอยากวอนขอให้ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง มองเห็นความเดือดร้อนของประชาชนคนทำมาหากินสุจริต ที่ไม่สามารถหลบเลี่ยงภัยธรรมชาติครั้งใหญ่นี้ได้ และเร่งยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเพื่อให้พวกเขาสามารถตั้งหลักชีวิตใหม่ได้อีกครั้ง
จากการลงพื้นที่ยังพบว่า ผู้เลี้ยงหมูรายอื่นในพื้นที่ชุมชนบ่อนไก่ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำกว่าชุมชนอื่น ก็ประสบชะตากรรมเดียวกัน หมูจำนวนมากถูกน้ำพัดหายไป ขณะที่บางส่วนจมน้ำตายคาโรงเลี้ยง
ปัญหาเร่งด่วนในขณะนี้คือ สุขอนามัยและสิ่งแวดล้อม เนื่องจากยังมีซากหมูจำนวนมากที่ยังไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาดำเนินการเคลื่อนย้าย รวมถึงเศษขยะชิ้นใหญ่ที่ลอยมากับน้ำและถูกคัดทิ้งกองรวมกันไว้ในชุมชน







