เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) จัดงาน Living Football ที่สำนักงานใหญ่ของฟีฟ่า ในนครซูริก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยส่วนหนึ่งของงานดังกล่าว นพ.แอนดรูว์ แมสซีย์ ผู้อำนวยการด้านการแพทย์ของฟีฟ่า ได้พูดคุยกับ เจสสิกา ลิบเบิร์ตซ์ พิธีกรผู้ดำเนินรายการ
โดยแมสซีย์กล่าวเกี่ยวกับอาการกระทบกระเทือนทางสมอง (Concussion) ว่าเป็นอาการบาดเจ็บที่แตกต่างจากอาการบาดเจ็บทั่วไปโดยสิ้นเชิง และนักเตะที่มีอาการดังกล่าวระหว่างการแข่งขันจะต้องได้รับการดูแลที่ต่างจากอาการเจ็บป่วยปกติด้วย
แมสซีย์กล่าวว่า “การกระทบกระเทือนทางสมองไม่เหมือนกับอาการบาดเจ็บอื่นๆ บางครั้งอาจใช้เวลา 72 ชั่วโมงกว่าที่อาการผิดปกติจะปรากฏ เราต้องทำงานภายใต้ความเชื่อที่ว่า ‘ผู้ต้องสงสัยว่าจะมีอาการต้องได้รับการปกป้อง’ เพื่อนำไปสู่การตัดสินใจให้การสนับสนุนและช่วยเหลือทางการแพทย์ทำสิ่งที่ถูกต้อง
“กระบวนการตรวจสอบการกระทบกระเทือนทางสมอง เป็นสิ่งจำเป็นและต้องดำเนินการอย่างเคร่งครัดหลังนักเตะต้องสงสัยว่าอาจจะมีอาการ หรือเพิ่งได้รับการกระแทกบริเวณคอหรือศีรษะ
“เราได้แนะนำเรื่องนี้อย่างละเอียดต่อบรรดาทีมแพทย์ในวงการฟุตบอล และเตือนพวกเขาให้ระมัดระวังเรื่องนี้อย่างที่สุด เพราะการกระแทกเพียงเล็กน้อยก็อาจจะก่อให้เกิดอาการนี้ได้แล้ว”
นอกจากนี้ แมสซีย์ยังยืนยันด้วยว่าในฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์ หากมีนักเตะที่ได้รับการกระทบกระเทือนทางสมองระหว่างการแข่งขัน แต่ละทีมจะได้รับอนุญาตให้เปลี่ยนตัวนักเตะลงไปแทนได้ทันที แม้ว่าจะเปลี่ยนตัวนักเตะครบ 5 คนแล้วก็ตาม
สำหรับอาการกระทบกระเทือนทางสมองถูกพูดถึงอย่างมากในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา หลัง ซนฮึงมิน แนวรุกทีมชาติเกาหลีใต้ของท็อตแนม ฮอตสเปอร์ ได้รับการบาดเจ็บดังกล่าวในเกมยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกนัดล่าสุด ที่ทีมของเขาเอาชนะโอลิมปิก มาร์กเซย 2-1 จนต้องถูกเปลี่ยนตัวออกจากเกม และอาการดังกล่าวอาจจะส่งผลกระทบถึงการเล่นให้ทีมชาติเกาหลีใต้ของเจ้าตัวในฟุตบอลโลกที่กำลังจะมาถึงด้วย
อ้างอิง: