×

3 สำนักวิจัยเห็นพ้อง คาดการณ์ Fed ‘คงดอกเบี้ย’ ในการประชุมครั้งนี้ ก่อนเริ่มลดช่วงครึ่งปีหลัง

27.01.2026
  • LOADING...
ภาพประกอบการคาดการณ์ Fed คงดอกเบี้ยและลดช่วงครึ่งปีหลัง โดย 3 สำนักวิจัย

สำนักวิจัยธนาคาร 3 แห่ง มองตรงกันว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุม FOMC วันที่ 27-28 มกราคมนี้ ก่อนจะเริ่มทยอยปรับลดอีก 2-3 ครั้ง ในช่วงครึ่งหลังของปี ซึ่งกรุงศรีโกลบอลมาร์เก็ตส์มอง Fed ลดดอกเบี้ยเร็วสุด มิ.ย. นี้

 

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาด Fed คงดอกเบี้ย ก่อนลด 2-3 ครั้งครึ่งหลังปี 2569

 

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย (KResearch) ประเมินว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.50-3.75% ในการประชุม FOMC วันที่ 27-28 มกราคมนี้ ก่อนจะเริ่มทยอยปรับลดดอกเบี้ยราว 2-3 ครั้งในช่วงครึ่งหลังของปี 2569

 

KResearch ให้เหตุผลว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงมีความยืดหยุ่น (resilient) ขณะที่เงินเฟ้อแม้ยังอยู่สูงกว่าเป้าหมาย 2% แต่ไม่ได้เร่งตัวขึ้นอย่างน่ากังวล ทำให้ Fed มีแนวโน้มเลือกชะลอการผ่อนคลายนโยบายการเงินเพื่อรอติดตามพัฒนาการของเศรษฐกิจและเงินเฟ้ออย่างใกล้ชิด ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่ยังอยู่ในระดับสูง

 

ตลาดแรงงานเริ่มดีขึ้นบ้าง แต่ยังอยู่ในภาวะ “จ้างน้อย-ปลดน้อย”

 

KResearch ระบุว่า ตัวเลขตลาดแรงงานล่าสุดสะท้อนภาพการฟื้นตัวเล็กน้อย แต่ยังมีแนวโน้มอ่อนแรงในเชิงโครงสร้าง โดย

 

  • อัตราว่างงานเดือนธันวาคม 2568 ลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 4.4% จาก 4.5%
  • ผู้ขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในสัปดาห์ 11–17 มกราคม 2569 อยู่ที่ 200,000 ราย ต่ำกว่าตลาดคาด
  • การจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้นเพียง 50,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าที่ตลาดคาด 60,000 ตำแหน่ง

 

ซึ่งสะท้อนว่าตลาดแรงงานสหรัฐฯ กำลังอยู่ในภาวะ “จ้างน้อย-ปลดน้อย”

 

เศรษฐกิจยังยืดหยุ่น หนุนด้วยผู้มีรายได้สูงและการลงทุน AI

 

ด้านภาวะเศรษฐกิจโดยรวมยังสะท้อนภาพความยืดหยุ่น โดยการใช้จ่ายส่วนบุคคลที่แท้จริง (Real PCE) เดือนพฤศจิกายน 2568 ขยายตัว 0.3% MoM ต่อเนื่องเป็นเดือนที่สอง ขณะที่ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของมหาวิทยาลัยมิชิแกน เดือนมกราคม 2569 เพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 5 เดือนที่ 56.4

 

KResearch ระบุว่า การขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงถูกขับเคลื่อนโดยครัวเรือนรายได้สูง และภาคธุรกิจที่เร่งลงทุนด้าน AI เป็นหลัก

 

เงินเฟ้อสูงกว่าเป้า แต่แรงกดดันขาขึ้นเริ่มจำกัด

 

เงินเฟ้อสหรัฐฯ แม้ยังสูงกว่าเป้าหมาย 2% แต่ความเสี่ยงด้านขาขึ้นเริ่มจำกัด โดย

 

  • เงินเฟ้อทั่วไป (CPI) เดือนธันวาคม 2568 อยู่ที่ 2.7% YoY
  • เงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) อยู่ที่ 2.6% YoY ทรงตัวจากเดือนก่อน
  • ขณะที่ Core PCE ซึ่งเป็นตัวชี้วัดที่ Fed ให้ความสำคัญ อยู่ที่ 2.8% YoY ในเดือนพฤศจิกายน 2568

 

สะท้อนแรงกดดันด้านราคา โดยเฉพาะในภาคบริการยังคงอยู่ แต่ยังไม่ถึงขั้นสร้างความกังวลต่อเสถียรภาพเงินเฟ้อในระยะกลาง โดยเฉพาะในบริบทที่ อุปสงค์ภายในประเทศและตลาดแรงงานเริ่มชะลอลง

 

ครึ่งหลังปี 2569 เศรษฐกิจเริ่มชะลอ หนุน Fed ลดดอกเบี้ย

 

KResearch ประเมินว่า ในปี 2569 Fed มีแนวโน้มทยอยปรับลดดอกเบี้ย 2-3 ครั้ง โดยจะเกิดขึ้นในช่วง ครึ่งหลังของปี หลังเศรษฐกิจเริ่มชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ

 

แม้การใช้จ่ายของผู้บริโภคในปัจจุบันยังค่อนข้างแข็งแกร่ง แต่มีแนวโน้มชะลอลง จากรายได้ที่ถูกกดดันและต้นทุนการครองชีพที่ยังอยู่ในระดับสูง สะท้อนจากอัตราการออมที่ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปีที่ 3.5% ในเดือนพฤศจิกายน 2568

 

ขณะเดียวกัน แรงกดดันเงินเฟ้อยังได้รับแรงหนุนจากมาตรการภาษีนำเข้าและนโยบายการย้ายถิ่นที่เข้มงวดขึ้น ทำให้ Fed ต้องการความมั่นใจมากขึ้นว่าเงินเฟ้อจะชะลอลงอย่างยั่งยืนก่อนผ่อนคลายนโยบายเพิ่มเติม แม้คาดว่าเงินเฟ้อจะทยอยลดลงใกล้เป้าหมาย 2% ในช่วงครึ่งหลังของปี ท่ามกลางอุปสงค์ที่ชะลอลง

 

การเมืองใน Fed เพิ่มความไม่แน่นอนช่วงเปลี่ยนผ่าน

 

KResearch ระบุว่า ตลาดยังต้องติดตามการเสนอชื่อ ผู้ว่าการ Fed คนใหม่อย่างใกล้ชิด โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อาจเสนอชื่ออย่างเร็วที่สุดภายในสิ้นเดือนมกราคม ก่อนที่วาระของ เจอโรม พาวเวลล์ จะสิ้นสุดในเดือนพฤษภาคม 2569

 

รายชื่อที่ถูกจับตา ได้แก่ Kevin Warsh, Kevin Hassett และ Christopher Waller ซึ่งถูกมองว่ามีจุดยืนเชิงผ่อนคลาย (dovish) มากขึ้น สอดคล้องกับแนวโน้มของโครงสร้าง FOMC ที่เอนเอียงไปทางสายผ่อนคลายมากขึ้น

 

ขณะเดียวกัน การสอบสวนทางอาญาที่เกี่ยวข้องกับพาวเวลล์ในประเด็นการให้ข้อมูลต่อสภาเรื่องงบปรับปรุงอาคารของ Fed อาจเพิ่มแรงกดดันทางการเมือง แม้ไม่กระทบต่อการดำเนินนโยบายโดยตรง แต่มีความเสี่ยงทำให้ กระบวนการรับรองประธาน Fed คนใหม่ในวุฒิสภาล่าช้า ซึ่งจะเพิ่มความไม่แน่นอนในช่วงเปลี่ยนผ่านนโยบายการเงิน

 

กรุงศรีโกลบอลมาร์เก็ตส์ คาด Fed ลดอีกที เร็วสุด มิ.ย. นี้

 

กรุงศรีโกลบอลมาร์เก็ตส์ประเมินว่า Fed จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุม FOMC วันที่ 28 มกราคม หลังข้อมูลเศรษฐกิจสะท้อนว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงรักษาแรงส่งการขยายตัวในระดับที่ค่อนข้างดี ทำให้ผู้ร่วมตลาดมองว่า การปรับลดดอกเบี้ยครั้งถัดไปอาจเกิดขึ้นเร็วที่สุดในเดือนมิถุนายน ภายใต้การนำของประธาน Fed คนใหม่

 

ทั้งนี้ กรุงศรีโกลบอลมาร์เก็ตส์เตือนว่า สหรัฐฯ ยังมีความเสี่ยงเผชิญภาวะ Government Shutdown อีกครั้งในวันที่ 31 มกราคม ซึ่งท่ามกลางความไม่แน่นอนเชิงนโยบายและปัจจัยเสี่ยงหลายด้านดังกล่าว คาดว่า แรงขายเงินดอลลาร์จะยังมีแนวโน้มดำเนินต่อไป

 

UOB มอง Fed คงดอกเบี้ย ก่อนลด 2 ครั้งปีนี้

 

ขณะที่ UOB คาดการณ์ว่า FOMC จะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ แม้ว่ารัฐบาลทรัมป์จะออกมาวิพากษ์วิจารณ์และกดดัน เจอโรม พาวเวลล์ ประธาน Fed ให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงต่อเนื่อง

 

โดยชี้ว่า แม้ขณะที่ Dot Plot ปัจจุบันของ Fed ส่งสัญญาณการลดดอกเบี้ยเพิ่มเพียงครั้งเดียวในปี 2026 และอีกครั้งในปี 2027 ท่ามกลางการให้ความเห็นที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนในหมู่คณะกรรมการ FOMC แต่ UOB ยังคงยืนยันการคาดการณ์เดิมว่า จะมีการคงดอกเบี้ยในช่วงต้นปี 2026 ตามด้วยการลดดอกเบี้ย 2 ครั้งในไตรมาสที่ 2 และ 3 ของปี 2026

 

เนื่องมาจากแนวโน้มตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่คาดว่า จะอ่อนแรงลง หลังจากข้อมูลต่างๆ เริ่มปรากฏ หลังจากเหตุ Government Shutdown ทำให้ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ต่างๆ ล่าช้า

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising