ท่ามกลางแรงกดดันค่าครองชีพ หนี้ครัวเรือน และการเติบโตเศรษฐกิจไทยที่ยังไม่ฟื้นเต็มที่ นโยบายเศรษฐกิจกลายเป็นสมรภูมิประลองฝีมือกุนซือเกมการเมือง
โดยหากสแกนดู 5 พรรคใหญ่ ต่างมุ่งแก้หนี้ ปราบสแกมเมอร์ ทุนเทา และนำเสนอจุดเด่น แนวคิด ‘ทิศทางเศรษฐกิจไทย’ ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
THE STANDARD WEALTH สรุปไฮไลต์นโยบายเศรษฐกิจ 5 พรรคใหญ่ และทีมกุนซือเศรษฐกิจ ศึกเลือกตั้ง 2569 ข้อไหนโดนใจคนรุ่นใหม่กันบ้าง
พรรคภูมิใจไทย: ปลุกเศรษฐกิจ แพ็กเกจ ‘10 Plus’ วางเกมลงทุน สร้างเศรษฐกิจอนาคต
พรรคภูมิใจไทยถือเป็นพรรคที่เปิดหน้า ‘ทีมเศรษฐกิจ’ ชัดเจน โดยมี เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ และ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ เป็นคีย์แมนหลัก โดยชูจุดแข็งความเชื่อมั่นของตลาด ภาพลักษณ์มืออาชีพ ให้เป็นที่ยอมรับทั้งภาครัฐและเอกชน
นโยบายพรรคภูมิใจไทย มาพร้อมแพ็กเกจ ‘10 Plus’ ภายใต้แนวคิด ‘พูดแล้วทำพลัส’ ที่ครอบคลุมทั้งการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ และการลงทุนระยะยาว ตั้งแต่นโยบายคนละครึ่งพลัส ค่าไฟไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย ไปจนถึงการเสริมสภาพคล่อง SME ดอกเบี้ยต่ำ และกลไกค้ำประกันสินเชื่อใหม่
ส่วนนโยบายมหภาค พรรคให้ความสำคัญกับโครงสร้างพื้นฐานคมนาคม เช่น แลนด์บริดจ์ ‘เพิ่มสัดส่วนการลงทุนของประเทศ’ โดยการดึง FDI ยกระดับอุตสาหกรรมอนาคต EV, AI, Wellness ควบคู่เศรษฐกิจสีเขียว ซึ่งสะท้อนความพยายามแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง มากกว่าการกระตุ้นระยะสั้น
พรรคประชาชน: ลดต้นทุนชีวิต ดันรัฐสวัสดิการ ปั้นเศรษฐกิจใหม่เพื่อคนรุ่นใหม่
พรรคประชาชนมองว่า ‘ต้นทุนชีวิต’ คือโจทย์ใหญ่ที่กดทับชนชั้นกลางและแรงงาน จึงชูนโยบายรัฐสวัสดิการเพื่ออุดช่องโหว่ของระบบ ตั้งแต่นโยบายตั๋วใบเดียว เดินทางได้ทั้งระบบในราคา 8-45 บาท ไปจนถึงการปรับค่าจ้างให้สอดคล้องกับค่าครองชีพที่แท้จริง
ในเชิงโครงสร้างพรรควางทีมปฏิรูปรัฐ โดยมี ศิริกัญญา ตันสกุล แคนดิเดตรองนายกรัฐมนตรี เป็นแกนหลัก ขณะที่ทีมเศรษฐกิจนำโดย วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลำดับที่ 3 ประกาศภารกิจ ‘ฟื้นชีวิตเสือตัวที่ 5’
ชูนโยบาย Thai First แก้ปัญหาคนป่วย เกษตรป่วน อากาศเปลี่ยน วางชุดนโยบายที่มุ่งสร้างแรงส่งให้เศรษฐกิจ ในระยะสั้นและกลาง ทั้งการรื้อฟื้น ‘คนละครึ่ง’ คืนสิทธิแรงงานด้วยค่าจ้างที่เป็นธรรมและสิทธิลาที่ครอบคลุม ยกระดับทักษะแรงงานด้วยคูปองการเรียนรู้ และเพิ่มแต้มต่อให้ผู้ประกอบการ SME ผ่าน ‘หวยใบเสร็จ’ และสินเชื่อสร้างตัว ซึ่งสามารถเริ่มดำเนินการได้ภายใน 100 วันแรก
ขณะที่ในมิติของเศรษฐกิจมหภาค พรรคประชาชนให้น้ำหนักกับโมเดลพัฒนาเศรษฐกิจใหม่ที่ก้าวหน้าและเท่าทันโลก วางยุทธศาสตร์ไทยบนเวทีเศรษฐกิจสากล ผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ควบคู่การปฏิรูปโครงสร้างพลังงานสู่ความยั่งยืน
พรรคเพื่อไทย: กระตุ้นแรง ปลดหนี้ ดันเศรษฐกิจโตเร็ว
ขณะที่เพื่อไทยยังคงอาศัย ‘ทีมเศรษฐกิจประสบการณ์สูง’ ที่ผ่านการบริหารประเทศมาก่อน ทั้งสายการคลัง การเงิน และนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจมหภาค อย่าง เผ่าภูมิ โรจนสกุล ซึ่งพรรคเพื่อไทยใช้ยุทธศาสตร์กระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ จะทำให้ GDP เติบโตเฉลี่ยปีละ 5% ด้วยแนวคิด ‘รดน้ำที่ราก’ เพื่อให้ต้นไม้งอกงามทั้งต้น
โดย ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ประกาศนโยบาย ‘ทำสงครามกับความยากจนทุกรูปแบบ’ พร้อมพาคนไทย ‘พ้นเส้นความยากจน’ ด้วยการเติมรายได้ให้ครบ 3,000 บาท/เดือน
ชูนโยบาย ‘ไทยไร้จน’ ผ่านคนละครึ่งที่รัฐจ่ายถึง 70% มาเป็น 30% การพัก-ปลดหนี้ประชาชน และการยกระดับรายได้ทุกครอบครัว รวมถึงแนวคิด ‘1 ครอบครัว 1 ซอฟต์พาวเวอร์’ เพื่อเปลี่ยนประชาชนจากผู้บริโภคเป็นผู้สร้างรายได้
พรรคประชาธิปัตย์: ประคองเศรษฐกิจฐานราก-แก้จน-ประกันรายได้
พรรคประชาธิปัตย์เปิดตัว กรณ์ จาติกวณิช ซึ่งเป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และเป็นหนึ่งในบุคคลที่พรรคประชาธิปัตย์วางไว้เพื่อขับเคลื่อนด้านเศรษฐกิจ อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ในศึกเลือกตั้ง 2569 และอยู่ในรายชื่อ ลำดับที่ 2 รองจาก อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค
ไฮไลต์นโยบาย พรรคประชาธิปัตย์ยังคงยึดแนวทางแก้จน ภายใต้แนวคิด ‘ไทยหายจน ด้วยคนทำเป็น’ ดูแลภาคเกษตรและลดต้นทุนการผลิตเป็นหลัก ผ่านการ ‘ประกันรายได้’ 5 พืชเศรษฐกิจ การจ่ายเงินหนุนต้นทุน การลดค่าไฟ และการส่งเสริมโซลาร์รูฟท็อป รวมถึงการกำหนดเพดานค่าโดยสารขนส่งสาธารณะ ผลักดันเศรษฐกิจสีเขียว
พรรคพลังประชารัฐ: แก้ปากท้อง พยุงค่าครองชีพ
พรรคพลังประชารัฐเน้นการพยุงค่าครองชีพภายใต้ 3 เสาหลัก คือ มั่นคง-ฟื้นฟู-ดูแล เพื่อตอบโจทย์ปัญหาปากท้อง
ผ่านประชารัฐ Extra จะเพิ่มเงินซื้อสินค้าจำเป็นจาก 300 บาท เป็น 700 บาทต่อเดือน ลดราคาก๊าซหุงต้ม คุมราคาค่าไฟฟ้าน้ำมันไม่เกิน 29 บาทต่อลิตร และการอุดหนุนค่าเดินทางช่วงเร่งด่วน ควบคู่การเสริมทุนชุมชน โดยยังไม่ปรากฏหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ

ภาพประกอบ: ณัฏฐ์กานต์ ดวงมาตย์พล


