×

เอกนัฏ ยันสงกรานต์มีน้ำมันเพียงพอ เลี่ยงตอบราคาลดหรือไม่ ชี้วันหยุดรมว.พลังงาน ไม่หยุด ต้องเตรียมน้ำมันให้พอ-ติดตามราคาตลาดโลก

โดย THE STANDARD TEAM
11.04.2026
  • LOADING...
เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน แถลงข่าวสถานะกองทุนน้ำมันและการเตรียมน้ำมันช่วงสงกรานต์

วันนี้ (11 เมษายน) ที่ทำเนียบรัฐบาล เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวถึงสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในขณะนี้ ว่าดีขึ้นกว่าเดิมมาก จากที่เคยขาดทุนสูงสุดวันละ 2,500 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ที่วันละประมาณ 400-500 ล้านบาท ซึ่งเป็นระดับที่สามารถบริหารจัดการได้

 

เมื่อถามว่าราคาน้ำมันจะลดลงอีกหรือไม่ เอกนัฏกล่าวว่า ได้พูดมาหลายครั้งแล้วว่าจะพิจารณาให้เหมาะสมกับสถานการณ์ โดยขณะนี้สถานการณ์สู้รบในพื้นที่ตะวันออกกลางมีสัญญาณที่ดี เนื่องจากกำลังมีการเจรจากัน แต่ผลการเจรจายังไม่แน่นอน โดยราคาน้ำมันดิบล่าสุดปรับลดลงเล็กน้อย ขณะที่น้ำมันสำเร็จรูป เช่น น้ำมันดีเซลในตลาดสิงคโปร์ ช่วง 4-5 วันที่ผ่านมา ปรับลดลงจากประมาณ 300 ดอลลาร์สหรัฐ เหลือ 200 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งคาดว่าอาจปรับราคาหน้าปั๊มลงได้ในระดับหนึ่ง

 

ส่วนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 10-16 เมษายนนี้ มีโอกาสที่ราคาน้ำมันจะลดลงหรือไม่ เอกนัฏกล่าวว่า แม้จะเป็นวันหยุด แต่ตนไม่ได้หยุด โดยมี 2 ภารกิจหลัก คือ การติดตามให้มีน้ำมันเพียงพอในช่วงสงกรานต์ รวมถึงการจัดหาน้ำมันดิบมาสำรองให้ได้มากที่สุด เพื่อรองรับสถานการณ์หากเกิดความไม่แน่นอน และภารกิจที่สอง คือการติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลก และสถานการณ์ความไม่แน่นอนในพื้นที่ตะวันออกกลาง เพื่อประเมินแนวโน้มราคาน้ำมัน ซึ่งกองทุนน้ำมันสามารถทำหน้าที่ช่วยประคองสถานการณ์ได้ แต่หากราคาตลาดโลกปรับขึ้นหรือลง ในที่สุดก็ต้องมีการปรับราคาตาม

 

เมื่อถามว่าในขณะนี้มีน้ำมันใหม่เข้ามาเติมเท่าใด เอกนัฏระบุว่า ในช่วงเดือนเมษายนเป็นไปตามแผน ส่วนเดือนพฤษภาคมสามารถยืนยันได้ว่าจะมีเพียงพอตลอดทั้งเดือน ขณะที่เดือนมิถุนายนเริ่มมีการสั่งซื้อและทำสัญญาแล้ว โดยมีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดทุกวัน พร้อมย้ำว่า ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน เพราะหากสถานการณ์ปะทุ แม้จะสั่งซื้อน้ำมันดิบไว้แล้วหรืออยู่ระหว่างขนส่ง ก็ยังมีความเสี่ยงที่จะถูกเสนอราคาสูงกว่าจนถูกแย่งซื้อ

 

ส่วนการจัดหาน้ำมันเพิ่มเติมนอกจากรัสเซียและแอฟริกา จะมีการหาแหล่งอื่นหรือไม่ เอกนัฏกล่าวว่า ไทยนำเข้าน้ำมันจากหลายแหล่งอยู่แล้ว โดยต้องพิจารณาความเหมาะสม ทั้งคุณภาพ ความหนัก-เบา ความหวาน-เปรี้ยว และปริมาณกำมะถัน ให้สอดคล้องกับกระบวนการกลั่นในประเทศ ซึ่งหากจำเป็น อาจใช้ช่องทางรัฐต่อรัฐผ่านกระทรวงการต่างประเทศในการจัดหาเพิ่มเติม โดยขณะนี้ยังสามารถจัดหาน้ำมันดิบได้ตามแผน

 

เมื่อถามว่าได้หารือกับกระทรวงการคลังแล้วหรือไม่ กรณีการค้ำประกันเงินกู้ของกองทุนน้ำมัน เอกนัฏกล่าวว่า ขึ้นอยู่กับสถานะของกองทุน ซึ่งก่อนวิกฤติอยู่ในระดับบวก แต่ปัจจุบันติดลบเกือบ 60,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม จากเดิมที่ขาดทุนวันละ 2,500 ล้านบาท ปัจจุบันลดลงเหลือหลักร้อยล้านบาทต่อวัน หากกองทุนสามารถบริหารสภาพคล่องและหาแหล่งเงินกู้ได้เอง ก็อาจไม่จำเป็นต้องออกพระราชกำหนดเพื่อให้กระทรวงการคลังค้ำประกัน แต่หากมีความจำเป็นก็มีการเตรียมความพร้อมไว้แล้ว

 

ส่วนจะมีการเรียกโรงกลั่นเข้าหารือเรื่องค่าการกลั่นอีกหรือไม่ เอกนัฏกล่าวว่า มีการเตรียมกลไกไว้หลายด้านในการพยุงราคาน้ำมัน ไม่ใช่เพียงกองทุนเท่านั้น แต่รวมถึงการขอความร่วมมือโรงกลั่นในการลดราคาหน้าโรงงาน เพื่อแบ่งเบาภาระประชาชน โดยจะพิจารณาเป็นระยะตามสถานการณ์ เนื่องจากค่าการกลั่นมีการปรับขึ้นลงตามต้นทุน ทั้งนี้ ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ประเมินว่าค่าการกลั่นเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 2 บาทต่อลิตร ซึ่งเป็นส่วนช่วยลดราคาอ้างอิงจากตลาดสิงคโปร์

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising