สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ทำหนังสือตอบข้อสอบถาม กรณีพรรคภูมิใจไทย ได้ขอสอบถามเกี่ยวกับการปฏิบัติของพรรคการเมืองให้ถูกต้องตามกฎหมาย เกี่ยวกับการเลือกตั้งและพรรคการเมือง หรือข้อกำหนด ระเบียบ หรือประกาศของคณะกรรมการ การเลือกตั้ง โดยนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อพิจารณา รวม 4 ประเด็น ดังนี้
1. การประกาศนโยบายการบริหารงานบุคคล เข้าสู่ตำแหน่งทางการเมือง ด้วยการ คัดเลือกบุคคลที่มีความรู้ความสามารถมีประสบการณ์การบริหารราชการแผ่นดิน ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตมาเป็นคณะรัฐมนตรี การนำเสนอบุคคลโดยมีชื่อและภาพให้ประชาชนทราบและพิจารณา ในการลงคะแนนเลือกตั้งผ่านสื่อประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ จะกระทำได้หรือไม่
สำนักงาน กกต. ตอบ: การประกาศนโยบายการบริหารงานบุคคล การเข้าสู่ตำแหน่งทางการเมืองด้วยการคัดเลือกบุคคลที่มีความรู้ความสามารถมีประสบการณ์การบริหารราชการแผ่นดิน ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตมาเป็นคณะรัฐมนตรี หากเป็นนโยบายของพรรคภูมิใจไทย “ย่อมสามารถกระทำได้” ตามมาตรา 74 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2566
ส่วนกรณีการนำเสนอบุคคลโดยมีชื่อและภาพให้ประชาชนทราบ และพิจารณาในการลงคะแนนเลือกตั้งผ่านสื่อประชาสัมพันธ์ต่างๆ นั้น ให้ปฏิบัติตามข้อ 6 ข้อ 7 และข้อ 8 ของระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยวิธีการหาเสียง และลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2565
2. ผู้ช่วยหาเสียงที่ได้รับการแต่งตั้งจากพรรคภูมิใจไทย โดยมิได้เป็นสมาชิกพรรค แต่ได้รับการแต่งตั้งและมอบหมายให้เป็นผู้บริหารในการกำหนดนโยบายในการหาเสียงของพรรค ซึ่งเป็นผู้ทราบรายละเอียดของนโยบายที่จะใช้ในการหาเสียงเป็นอย่างดี สามารถขึ้นเวทีหาเสียงกับพรรคภูมิใจไทยได้หรือไม่
สำนักงาน กกต. ตอบ: มีความเห็นว่า “ได้” โดยต้องแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ช่วยหาเสียง หน้าที่ และค่าตอบแทนผู้ช่วยหาเสียงเป็นไปตามข้อ 4 และข้อ 14 ของระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้าม ในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2565 ทั้งนี้ ต้องไม่มีลักษณะเป็นการผ่าฝืนมาตรา 28 และมาตรา 29 แห่งพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2566
3. ผู้ช่วยหาเสียงที่ได้รับการแต่งตั้งจากพรรคภูมิใจไทย โดยมิได้เป็นสมาชิกพรรค แต่ได้รับการแต่งตั้งและมอบหมายให้เป็นผู้บริหารในการกำหนดนโยบายในการหาเสียงของพรรค ซึ่งเป็นผู้ทราบรายละเอียดของนโยบายที่จะใช้ในการหาเสียงเป็นอย่างดี สามารถมีรูปถ่ายในป้ายหาเสียงของพรรคภูมิใจไทยได้หรือไม่
สำนักงาน กกต. ตอบ: มีความเห็นว่า “ไม่ได้” เนื่องจากบุคคลดังกล่าวมิได้เป็นผู้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคการเมือง หรือสมาชิกพรรคการเมือง ตามข้อ 9 วรรคสอง ประกอบข้อ 6 วรรคสองของประกาศคณะกรรมการ การเลือกตั้ง เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการจัดทำสถานที่ปิดประกาศเกี่ยวกับการเลือกตั้งและสถานที่ ติดแผ่นป้ายเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2566
4. ผู้ช่วยหาเสียงที่ได้รับการแต่งตั้งจากพรรคภูมิใจไทย โดยมิได้เป็นสมาชิกพรรค แต่ได้รับการแต่งตั้งและมอบหมายให้เป็นผู้บริหารในการกำหนดนโยบายในการหาเสียงของพรรค ซึ่งเป็นผู้ทราบรายละเอียดของนโยบายที่จะใช้ในการหาเสียงเป็นอย่างดี สามารถเป็นผู้ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าพรรคให้ไปร่วมดีเบตหรือแสดงวิสัยทัศน์ตามรายการต่างๆ ที่ได้รับเชิญ ได้หรือไม่
สำนักงาน กกต. ตอบ: มีความเห็นว่า “ได้” หากได้แจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ช่วยหาเสียง หน้าที่ และค่าตอบแทนผู้ช่วยหาเสียงเป็นไปตามข้อ 4 และข้อ 14 ของระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียง เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2565
และการร่วมดีเบตหรือแสดงวิสัยทัศน์ตามรายการต่างๆ ที่ได้รับเชิญนั้น ต้องมิใช่เวทีประชันนโยบายบริหารประเทศสำหรับพรรคการเมือง ตามมาตรา 81 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 และข้อ 14 และข้อ 15 ของระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการสนับสนุนการโฆษณา หาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2566 ทั้งนี้ ต้องไม่มีลักษณะเป็นการฝ่าฝืน มาตรา 28 และมาตรา 29 แห่งพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2566
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับ ‘เวทีประชันนโยบายบริหารประเทศสำหรับพรรคการเมือง ตามมาตรา 81’ ตามที่สำนักงาน กกต. อ้างถึงนั้น หมายความถึงเวทีซึ่ง กกต. ดำเนินการจัดขึ้นเอง ไม่ได้หมายรวมถึงการดีเบตที่จัดขึ้นโดยสื่อมวลชน
ทั้งนี้ กกต. ได้จัดเวทีประชันนโยบายบริหารประเทศสำหรับพรรคการเมืองตามมาตรา 81 ระหว่างวันที่ 12-16 มกราคม 2569 รวม 5 วัน ที่โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ประกอบด้วย 49 พรรคการเมือง โดยจะนำไปออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์และสถานีกระจายเสียง ระหว่างวันที่ 2-6 กุมภาพันธ์ 2569


