×

เปิดสาเหตุที่ ‘ดร.นิเวศน์’ เซียนหุ้น VI ยอมรับว่ากำลังเปลี่ยนใจ หันมาจะเก็บ ‘ทองคำ’ เข้าพอร์ต

04.02.2026
  • LOADING...
ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร นักลงทุนเน้นคุณค่า (VI) ให้สัมภาษณ์ถึงการเปลี่ยนแนวคิด หันมาสนใจเก็บทองคำแท่งเข้าพอร์ตลงทุนเพื่อรับมือความเสี่ยงมหภาค

ท่ามกลางกระแสความตื่นตัวของราคาทองคำที่พุ่งสูงขึ้นและมีความผันผวนอย่างหนัก จนทำให้นักลงทุนหลายคนตั้งคำถามว่า ‘ควรเข้าซื้อตอนนี้หรือไม่’ ในมุมมอง ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร ต้นแบบนักลงทุนเน้นคุณค่า (VI) ที่ออกมาเปิดเผยถึงจุดเปลี่ยนทางความคิดที่ทำให้หันมาสนใจจะเข้าเก็บทองคำ

 

ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร ต้นแบบนักลงทุน VI ของไทย ให้สัมภาษณ์ในรายการ Morning Wealth ของ THE STANDARD WEALTH ระบุว่า ยอมรับว่าในอดีต ตามหลักการของ VI แล้ว ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่อยู่ในสายตา เพราะในประวัติศาสตร์ มีสถิติว่า ทองงคำผลตอบแทนต่ำ ซึ่งทำได้แค่ป้องกันเงินเฟ้อ อีกทั้งประเด็นสำคัญที่สุดคือ ทองคำไม่มีปัจจัยพื้นฐานรองรับ ไม่เหมือนกับบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่มีกิจการให้ประเมินมูลค่า จึงทำให้นักลงทุนไม่สามารถประเมินได้เลยว่าควรเข้าซื้อเมื่อไร ทำให้ชาว VI มักไม่สนใจลงทุนในทองคำ

 

เปลี่ยนวิธีคิด ทองคำในฐานะเกราะป้องกัน ‘หายนะ’

 

ดร.นิเวศน์ ยอมรับว่าในระยะหลังเริ่มมีมุมมองที่เปลี่ยนไป โดยมองว่าทองคำมีบทบาทมากขึ้นในยามที่เศรษฐกิจหรือการเมืองเกิดปัญหารุนแรง เมื่อเกิดวิกฤตหนักๆ หุ้นและสินทรัพย์อื่นมักจะราคาตกลง แต่ทองคำกลับมีราคาปรับตัวสูงขึ้น

 

แต่จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ ดร.นิเวศน์ เริ่มหันมามองทองคำ เกิดจากการประเมินความเสี่ยงระดับมหภาคที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะความกังวล ประเด็นความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ และภาวะรัฐล้มเหลว (Failed State) ที่เกิดขึ้นในต่างประเทศในช่วงที่ผ่านมา

 

ดร.นิเวศน์ ยกตัวอย่างความขัดแย้งระหว่างจีนและสหรัฐฯ ในกรณีไต้หวัน หรือกรณีประเทศอย่างเวเนซุเอลาที่เคยร่ำรวยแต่กลับล้มเหลวจากการบริหารงานของรัฐ หากเกิดเหตุการณ์รุนแรงระดับสงครามโลก หรือประเทศกลายสภาพเป็น Failed State หุ้นและเงินสดในมืออาจกลายเป็นศูนย์ แต่ ทองคำ จะเป็นสินทรัพย์เดียวที่ยังคงมูลค่าและสามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดเพื่อใช้ดำรงชีวิตได้ในทุกที่ทั่วโลก

 

ดร.นิเวศน์ นิยามทองคำในบริบทใหม่ว่า ทองคำ คือ สินทรัพย์เครื่องสำหรับปกป้อง ‘Disaster’ หรือวิกฤตระดับหายนะ ไม่ใช่การซื้อเพื่อกระจายความเสี่ยงทั่วไป (Diversify) เพราะผลตอบแทนมันต่ำเกินไปที่จะนำมาช่วยถัวเฉลี่ยพอร์ต แต่ทองคำจะมีค่าที่สุด และราคามีโอกาสปรับขึ้นอีกด้วย หาก ‘ทุกอย่างเจ๊งหมด’ เช่น กรณีเกิดสงครามโลก สงครามกลางเมือง หรือภาวะเงินเฟ้อรุนแรงจนสกุลเงินไร้ค่า

 

ต้องเก็บ ‘ทองคำแท่ง’ เท่านั้น ไม่เอา ‘ทองกระดาษ’

 

ประเด็นที่ ดร.นิเวศน์ ให้ความสำคัญอย่างที่สุดคือ รูปแบบของการถือครอง หากเป้าหมายคือการป้องกันความเสี่ยงจากสงครามหรือระบบล่มสลาย การลงทุนต้องเป็น ทองคำแท่ง (Physical Gold) ที่จับต้องได้เท่านั้น และควรเก็บไว้ในตู้เซฟ

 

เหตุผลคือ หากเกิดสงครามใหญ่จนระบบคอมพิวเตอร์พังทลาย หรือบริษัทตัวกลางล้มละลาย การถือครอง ทองกระดาษ หรือการลงทุนผ่านระบบดิจิทัลหรือใบจอง) อาจกลายเป็นศูนย์ เพราะเราไม่รู้ว่ามีทองคำจริงหนุนหลังอยู่หรือไม่ หรือระบบอาจจะไม่สามารถส่งมอบทองคำให้เราได้ในวันที่เราต้องการมันที่สุด

 

มองพอร์ตลงทุน ต้องมี ‘ทองคำ’ เป็น Last Resource

 

ดร.นิเวศน์ สรุปทิ้งท้ายถึงสัดส่วนที่เหมาะสมว่า สำหรับคนที่มีพอร์ตการลงทุนขนาดใหญ่พอสมควร ควรแบ่งเงินมาถือทองคำแท่งไว้ประมาณ 2-3% ของพอร์ต เนื่องจากปัญหาเรื่องการจัดเก็บทองคำจำนวนมากที่อาจอันตรายเกินไป

 

“โดยทองคำส่วนนี้ถือเป็น Last Resource หรือทรัพยากรก้อนสุดท้ายที่จะทำให้เรายังมีชีวิตอยู่ได้สบายๆ ไปอีก 10-20 ปี ในกรณีเลวร้ายที่สุดที่ประเทศล้มเหลว หรือสินทรัพย์อื่นมูลค่าเหลือศูนย์ ทองคำจะเป็นสิ่งที่ยังเหลือมูลค่าและสามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ทุกที่ในโลก” ดร.นิเวศน์ กล่าว

 

กลยุทธ์การเข้าซื้อทอง ‘รอให้คนเลิกพูดถึง’

 

สำหรับคำแนะนำในภาวะที่ราคาทองคำกำลังร้อนแรง ดร.นิเวศน์ เตือนว่า “อย่าเพิ่งไปยุ่ง และไม่แนะนำให้เข้าไปเก็งกำไรในช่วงที่ราคาขึ้นผิดธรรมชาติ เพราะการเข้าไปไล่ราคาตอนที่แพงมากมักจบลงด้วยความเสียหาย”

 

โดยจังหวะที่เหมาะสมสำหรับการเข้าสะสมในมุมมองของ VI คือช่วงที่ตลาด Cool Down หรือช่วงที่คนเลิกพูดถึงทองคำไปแล้ว ไม่มีความตื่นเต้น ไม่มีใครสนใจ นั่นคือเวลาที่ควรเข้าไปทยอยเก็บเพื่อถือยาว

 

“ตอนนี้หากคุณมีพอร์ตใหญ่มากพอ ก็ควรจะลงทุนเก็บสินทรัพย์อะไรก็ตาม เพื่อไว้ใช้ได้ทั่วโลก หากทุกอย่างทั่วโลกเจ๊งหมด นั่น คือ ทองคำ ผมเลยคิดว่าหลังจากรอบนี้แล้วที่ทองขึ้นไปเยอะๆ ตอนนี้คงยังไม่ซื้อ แต่ถ้าในอนาคตราคาทองตกลงมา ผมก็คิดว่าจะเก็บทองไว้สักหน่อยสัก 2-3% ของพอร์ต ผมในฐานะนักลงทุน VI ถ้าจะเก็บทองคำก็จะเป็นทองแท่งเลย เพราะถ้าถือทองกระดาษ ถ้ามีสงครามก็เจ๊งเหมือนกัน เพราะระบบคอมพิวเตอร์ก็คงเจ๊งใช้ไม่ได้ด้วย” ดร.นิเวศน์ กล่าว

 

ภาพ: r.classen/Shutterstock

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising