วันนี้ (9 มกราคม) สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ร่วมกับ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดความพร้อมการจัดเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ และร่วมกันในภารกิจขนส่งเอกสารและบัตรเลือกตั้ง รวมทั้งเปิดพื้นที่จัดตั้งศูนย์ประสานงานการขนส่งบัตรเลือกตั้ง สส. เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ กกต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
แสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เผยว่า การเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ มีจำนวนผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิล่วงหน้าจำนวน 2,410,425 ราย แบ่งเป็นผู้ขอใช้สิทธินอกเขตเลือกตั้งจำนวน 2,262,643 ราย ผู้ขอใช้สิทธิในเขตเลือกตั้ง จำนวน 8,247 ราย และผู้ขอใช้สิทธินอกราชอาณาจักรจำนวน 139,535 ราย
ขณะที่จำนวนผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิที่ออกเสียงประชามตินอกเขตออกเสียงประชามติและนอกราชอาณาจักร มีจำนวนรวม 1,598,056 ราย แบ่งเป็น ผู้ขอใช้สิทธินอกเขตออกเสียง จำนวน 1,502,390 ราย และมีผู้ขอใช้สิทธินอกราชอาณาจักร จำนวน 95,666 ราย
ทั้งนี้ สำหรับภารกิจด้านการลำเลียงและขนส่งบัตรเลือกตั้งทั้งในและนอกราชอาณาจักร กกต.ได้มอบหมายให้ ไปรษณีย์ไทย ทำหน้าที่จัดส่งบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าในประเทศและนอกราชอาณาจักร รวมถึงการจัดการเอกสารที่เกี่ยวข้องตลอดช่วงการเลือกตั้ง พร้อมทั้งมอบหมายให้ไปรษณีย์ไทยดำเนินการรวบรวมและลำเลียงบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าที่มีการลงคะแนนแล้วเข้าสู่กระบวนการจัดการตามขั้นตอน รวมถึงสนับสนุนการจัดส่งข้อมูลและเอกสารสำคัญไปยังครัวเรือนทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการเลือกตั้งอย่างครบถ้วนและทั่วถึง
ส่วนในด้านความปลอดภัย กกต. ได้ประสานการทำงานร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อกำกับดูแลความปลอดภัยของบัตรเลือกตั้งและเอกสารสำคัญตลอดกระบวนการเคลื่อนย้าย โดยวางกลไกการควบคุมและตรวจสอบในทุกช่วงการดำเนินงาน เพื่อให้การปฏิบัติภารกิจเป็นไปอย่างรอบคอบและลดความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อความเรียบร้อยของการเลือกตั้ง
ด้าน มังกร ประทุมแก้ว อธิบดีกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า สำหรับการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ กรมการกงสุลได้เตรียมความพร้อมการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้านอกราชอาณาจักรอย่างเป็นระบบ โดยได้จัดส่งบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าและบัตรออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักร (บัตรเปล่า) พร้อมวัสดุอุปกรณ์ไปยังสถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลใหญ่ และสำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทยในต่างประเทศ 67 ประเทศ 95 เมืองปลายทาง
เพื่อรองรับการใช้สิทธิของคนไทยในต่างแดนอย่างทั่วถึง
ในการนี้ได้กำชับให้สถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลใหญ่ และสำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทยเร่งประชาสัมพันธ์ข้อมูลวัน เวลา สถานที่ และช่องทางการใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าให้ประชาชนทราบอย่างชัดเจน ขณะเดียวกัน
กรมการกงสุลให้ความสำคัญกับการควบคุมขั้นตอนและกรอบเวลาในการจัดส่งบัตรเลือกตั้งที่ลงคะแนนแล้วกลับประเทศไทย โดยประสานการขนส่ง
อย่างปลอดภัยเพื่อส่งมอบให้ไปรษณีย์ไทยดำเนินการตามขั้นตอน ก่อนเข้าสู่กระบวนการนับคะแนนของ กกต. ภายในระยะเวลาที่กำหนด”
พล.ต.ท. อุดร ยอมเจริญ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) กล่าวว่า ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับมอบหมายในการปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือการจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความปลอดภัยและสงบเรียบร้อย ซึ่งได้เตรียมความพร้อมกำลังพลรวมกว่า 126,000 นาย และกำหนดมาตรการ
รักษาความปลอดภัยการเลือกตั้ง ให้ครอบคลุมทั้งการขนส่งบัตรเลือกตั้ง การดูแลความเรียบร้อยในพื้นที่ปฏิบัติ และความปลอดภัย ณ หน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศ
ขณะที่ ดร. ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า ไปรษณีย์ไทยในฐานะหน่วยงานสื่อสารและขนส่งหลักของชาติ พร้อมที่จะสนับสนุนการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ โดยได้เตรียมความพร้อมด้านบุคลากร ยานพาหนะ สถานที่ และเทคโนโลยีเพื่อรองรับภารกิจการขนส่งบัตรเลือกตั้งและบัตรออกเสียงประชามติ โดยมีการระดมเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมจัดเตรียมรถขนส่งรวมกว่า 600 เที่ยว เพื่อกระจายบัตรเลือกตั้งและอุปกรณ์ไปยัง 400 เขตเลือกตั้งทั่วประเทศ รวมถึงการขนส่งบัตรเลือกตั้งล่วงหน้านอกราชอาณาจักรไปยังปลายทางที่มีคนไทยพำนักทั่วโลก









