เศรษฐกิจท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ตฟื้นตัวและเติบโตอย่างร้อนแรง กลายเป็นแรงส่งสำคัญให้ เซ็นทรัลพัฒนา ตัดสินใจทุ่มทุนกว่า 7,000 ล้านบาท เดินหน้าขยายเมกะมิกซ์ยูส ‘เซ็นทรัล ภูเก็ต’ เพื่อรองรับโครงสร้างเศรษฐกิจเมืองรูปแบบใหม่ หรือ Downtown Economy มุ่งสร้างการเติบโตระยะยาว
การลงทุนครั้งใหม่นี้ จะทำให้โครงการ เซ็นทรัล ภูเก็ต มีมูลค่ารวมเพิ่มเป็นกว่า 2.6 หมื่นล้านบาท บนพื้นที่โครงการรวม (GBA) 5 แสนตารางเมตร จากเดิม 3 แสนตารางเมตร ครอบคลุมที่ดิน 110 ไร่ พร้อมขยายพื้นที่ใหม่อีก 14 ไร่ โดยเพิ่มโซนลักชูรีเป็น 2 เท่า และสร้าง Ultimate Culinary Landmark และ World-Class Attractions ตั้งเป้าแล้วเสร็จครบทั้งระบบภายในปี 2028
ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด CPN เปิดเผยว่า ตลอดกว่า 20 ปีที่ผ่านมา บริษัทตัดสินใจลงทุนในภูเก็ตจากการมองเห็นศักยภาพการเติบโตในฐานะเมืองท่องเที่ยวระดับโลกที่ขยายตัวต่อเนื่อง และหลังจากที่เปิดก็ได้รับการตอบรับที่ดีทั้งจากนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ
ขณะเดียวกันเมื่อ 8 ปีก่อน บริษัทได้เปิดตัวโครงการ ภูเก็ต ฟลอเรสต้า เพื่อเสริมพอร์ตโฟลิโอ และนำแบรนด์ไลฟ์สไตล์ลักชูรีระดับพรีเมียมเข้ามาบุกเบิกตลาด เพื่อยกระดับภาพลักษณ์และสร้างอีโคซิสเต็มเชิงพาณิชย์ในพื้นที่ โดยปัจจุบันฐานลูกค้าหลักของศูนย์การค้าในภูเก็ตเป็นกลุ่มยุโรป ตามด้วยตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นเซ็กเมนต์ที่มีกำลังซื้อสูง
จะเห็นได้ว่าศักยภาพของภูเก็ตยังเติบโตชัดเจน สะท้อนจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่กลับมาสูงกว่าช่วงก่อนโควิด โดยส่วนใหญ่มาจากรัสเซีย จีน อินเดีย และสหราชอาณาจักร มีนักท่องเที่ยวเฉลี่ยวันละ 6-8 หมื่นคน อีกทั้งเมืองยังมีความแข็งแกร่งมากกว่าค้าปลีก ซึ่งครอบคลุมธุรกิจโรงพยาบาล เวลเนส และโรงแรม รองรับทั้งนักท่องเที่ยวและกลุ่มพำนักระยะยาว
ดร.ณัฐกิตติ์ กล่าวต่อว่า การเติบโตของย่านดาวน์ทาวน์และการเกิดขึ้นของโครงการมิกซ์ยูสหลายแห่ง กำลังยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจเมืองให้แข็งแกร่งขึ้น บริษัทจึงเดินหน้าขยายเมกะมิกซ์ยูส ‘เซ็นทรัล ภูเก็ต’ ใจกลางเมืองภูเก็ต ตอกย้ำยุทธศาสตร์ผลักดันจังหวัดสู่ The World’s Luxury Destination ที่สมบูรณ์ที่สุดนอกกรุงเทพฯ ซึ่งจะสามารถรองรับเทรนด์ Global Wealth และ Long-stay Residents พร้อมขับเคลื่อน Downtown Economy ได้อย่างชัดเจน
ด้านชาตรี โกวิทานุพงศ์ Head of Project Development กล่าวต่อถึงแผนพัฒนา Retail-Led Mixed-Use จะทยอยดำเนินการเป็นเฟส เริ่มจากการขยายพื้นที่ลักชูรีเพิ่มอีกเท่าตัว คาดเปิดไตรมาส 4/2026 จากนั้นจะยกระดับประสบการณ์ช้อปปิ้งและเพิ่มกิจกรรมการตลาด คาดเปิดไตรมาส 1/2028 รวมถึงพัฒนา Aquatic Experience และจะมี World-Class Arena for Entertainment & Culture และ Immersive Park บนพื้นที่ใหม่ 14 ไร่ คาดเปิดไตรมาส 3/2028
นอกจากนี้ ในช่วงปี 2026–2029 ภูเก็ตยังมีปัจจัยหนุนเพิ่มเติมจากการพัฒนา Branded Residences กว่า 4,700 ยูนิต จาก 26 โครงการ และโรงแรมลักชูรีใหม่กว่า 20 โครงการ รวม 5,200 ห้อง ขณะเดียวกัน โครงสร้างพื้นฐานสำคัญอยู่ระหว่างการพัฒนา ทั้งการขยายสนามบินรองรับผู้โดยสาร 18 ล้านคนต่อปี โครงการทางด่วนสนามบินภูเก็ต – กะทู้ – ป่าตอง ที่จะลดเวลาเดินทางเหลือ 20 นาที รวมถึง Marina, Deep-sea Port และโรงพยาบาล
ด้านศักยภาพเชิงพาณิชย์ ปัจจุบันเซ็นทรัล ภูเก็ต มีฐานลูกค้ากำลังซื้อสูง ทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยว ส่งผลให้หลายแบรนด์มียอดขายติด Top 3 ของประเทศและมีค่าใช้จ่ายต่อหัวสูงสุดในกลุ่ม Tourist Malls โดยสร้างยอดขายสูงถึง 2.5 เท่า
“อย่างไรก็ตาม การยกระดับภูเก็ตสู่เมือง Shopping & Lifestyle ระดับโลก ไม่ใช่เรื่องใหม่ขององค์กร เพราะเราเป็นผู้บุกเบิกทำเล Strategic Location ใจกลางเมืองมากว่า 20 ปี” ดร.ณัฐกิตติ์ กล่าวทิ้งท้าย


