วันนี้ (19 มกราคม) ชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์ อดีตนักการเมือง ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวในหัวข้อ ราษฎรเต็มขั้น เพื่อตอบโต้และวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของพรรคประชาชน (อดีตพรรคก้าวไกล) โดยชูวิทย์ได้นำอุปกรณ์ประกอบฉากมาวางบนโต๊ะแถลงข่าว ประกอบด้วย ส้ม 4 ผล, โจ๊ก 1 ถุง, กระถางธูป พร้อมไวท์บอร์ดและจอโปรเจคเตอร์
ชูวิทย์ เริ่มต้นด้วยการเปิดเผยข้อมูลคดีความที่ถูกพรรคภูมิใจไทยฟ้องร้องรวม 7 คดี ทั้งแพ่งและอาญา โดยระบุว่าศาลได้ยกฟ้องทั้งหมดแล้ว ซึ่งเป็นการยืนยันความบริสุทธิ์ใจในการตรวจสอบเรื่องเขากระโดงและการต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม ไม่ได้รับงานจากใครมาโจมตี พร้อมย้ำว่าแม้ตนจะป่วยหนักจนถึงขั้นเตรียมดูสุสานและผ่านการทำคีโมมาหลายสิบครั้ง แต่เมื่อมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น ตนในฐานะราษฎรเต็มขั้น จึงจำเป็นต้องออกมาสื่อสารกับประชาชนเพื่อให้รู้เท่าทันนักการเมือง
ชูวิทย์ ได้หยิบถุงโจ๊ก ขึ้นมาเพื่อชี้แจงประเด็น พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล โดยยืนยันว่าการแลกเปลี่ยนข้อมูลเรื่องตั๋วช้างและการปฏิรูปตำรวจระหว่างบิ๊กโจ๊กกับรังสิมันต์ โรม เป็นเรื่องปกติของการทำงานเพื่อบ้านเมือง ไม่ใช่เรื่องเสียหาย แต่กลับตั้งข้อสังเกตว่าพรรคประชาชนที่มีนโยบายปราบโกง กลับไม่มีใครรู้เรื่องสีเทาภายในพรรคเลย
ส่วนกรณีความสัมพันธ์กับ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ (บิ๊กแดง) ชูวิทย์ได้เปิดแชทไลน์เพื่อยืนยันมิตรภาพที่มีมายาวนานกว่า 30-40 ปี ตั้งแต่สมัยอยู่อเมริกา โดยระบุว่าเป็นความสัมพันธ์แบบเพื่อนที่คุยเรื่องตลกโปกฮา ไม่คุยเรื่องการเมือง และบิ๊กแดงไม่เคยชี้นำความคิดตน แม้กระทั่งตอนที่ตนเชียร์พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ในปี 2566 บิ๊กแดงก็ไม่เคยห้ามปราม
ช่วงหนึ่งของการแถลงข่าวชูวิทย์ หยิบส้มขึ้นมาปอกเปลือกแล้วชิม ก่อนจะอุทานว่า “เปรี้ยว” พร้อมเปรียบเปรยทางการเมืองว่า “ส้มยังไม่สุก อย่าไปเร่ง รีบกินไปก็เปรี้ยว ต้องรอให้บ่มจนได้ที่ก่อน” ชูวิทย์มองว่าพรรคประชาชนยังขาดประสบการณ์และรีบร้อนเกินไป เปรียบเสมือนส้มที่ยังจืดและเปรี้ยว หากได้เป็นรัฐบาลตอนนี้คงบริหารไม่สำเร็จ และเชื่อว่าพรรคประชาชนจะได้เสียงในการเลือกตั้งครั้งนี้ประมาณ 90-120 เสียง ซึ่งถือว่าเก่งแล้วสำหรับสถานการณ์ปัจจุบัน
ชูวิทย์ ยังกล่าวพาดพิงถึงธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ว่ามี Hidden Agenda (วาระซ่อนเร้น) มากกว่าแค่เรื่องแก้รัฐธรรมนูญ และมีพฤติกรรมเปลี่ยนไปเหมือนนักการเมืองทั่วไปที่มีการเจรจาต่อรองลับหลัง พร้อมตั้งคำถามถึงการจัดลำดับปาร์ตี้ลิสต์ที่เอานักวิชาการ (Technocrat) ไว้ลำดับต้นๆ แต่ทิ้งคนทำงานลงพื้นที่อย่าง รักชนก ศรีนอก ไว้ลำดับท้ายๆ ซึ่งสะท้อนความไม่ยึดโยงกับประชาชน
ชูวิทย์ ยอมรับว่าตนรู้สึกผิดหวังกับพรรคส้ม มากกว่าความแค้น ผิดหวังที่พรรคนำคะแนนเสียงที่ประชาชนมอบให้ไปยกมือโหวตให้อนุทิน ชาญวีรกูล ในอดีต จนทำให้อีกฝ่ายเติบโตขึ้นมาเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวในวันนี้ ส่วนกรณีที่ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (เท้ง) ประกาศบนเวทีดีเบตว่าจะไม่โหวตให้อนุทินอีก ชูวิทย์มองว่าเป็นการพูดที่สายเกินไปและเป็นการผลักมิตรทางการเมืองออกไปจนหมด
ในช่วงท้าย ชูวิทย์หยิบกระถางธูปขึ้นมาพร้อมถามประชดประชันว่าต้องจุดธูปเซ่นไหว้ด้อมส้มหรือไม่ ยืนยันว่าตนไม่กลัวทัวร์ลง ไม่ได้ต้องการคะแนนเสียง และทำหน้าที่ในฐานะประชาชนคนหนึ่งที่ออกมาเตือนสติ พร้อมเปิดเผยแชทลับจากคนในพรรคประชาชนที่ระบุว่ามีความอึดอัดใจต่อการบริหารงานภายในและการตัดสินใจของแกนนำ
ทั้งนี้ ชูวิทย์ระบุว่า ในวันที่ 25 มกราคม 2569 ที่พรรคประชาชนจะมีการปราศรัยใหญ่ ตนจะไม่ไปป่วน แต่จะคอยเฝ้าดูผ่านทางออนไลน์ และฝากทิ้งท้ายว่า “ขอให้ค่อยเป็นค่อยไปเถอะส้ม อย่าเพิ่งหิวโหยอำนาจ อนาคตอาจจะเลือก แต่ครั้งนี้ขอไม่เลือก”







เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และ รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ ได้ที่ https://thestandard.co/election2569/
- Facebook: THE STANDARD
- YouTube: THE STANDARD


