รายงานข่าวจาก The Wall Street Journal ซึ่งอ้างอิงแหล่งข่าววงในระบุว่า ทางรัฐบาลจีนกำลังเจรจาแผนการประนีประนอมกับเจ้าหนี้รายใหญ่รายอื่นๆ ที่อาจช่วยแก้ปัญหาติดขัดในการเจรจาบรรเทาหนี้สำหรับประเทศกำลังพัฒนาที่กำลังประสบปัญหา โดยหากแผนการเจรจาดังกล่าวเป็นไปด้วยดีก็จะลดความจำเป็นที่ผู้ให้กู้รายใหญ่อย่างกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก (World Bank) จะเข้าร่วมในการรับผลขาดทุนในข้อตกลงปรับโครงสร้างหนี้ใดๆ ที่มีอยู่ ซึ่งกลายเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการฟื้นฟูพัฒนาประเทศต่างๆ เช่น แซมเบียและกานา
ทั้งนี้ ข้อตกลงดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่ผู้ให้กู้พหุภาคีและพันธมิตรระดับภูมิภาค เช่น ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย และธนาคารเพื่อการพัฒนาแอฟริกา ออกมาเคลื่อนไหวโดยให้คำมั่นสัญญาที่ชัดเจนยิ่งขึ้นในการจัดหาแหล่งเงินทุนใหม่ที่มีต้นทุนต่ำ รวมถึงเงินช่วยเหลือแก่ประเทศที่กำลังปรับโครงสร้างหนี้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
- ปมหนี้ท่วมโลกแก้ยากขึ้น ‘IMF’ เรียกร้องจีนแสดงจุดยืนในการร่วมปฏิบัติตามกฎเพื่อช่วยคลายปม
- ‘IMF-World Bank’ เปิดฉากประชุมแลกเปลี่ยนมุมมองเศรษฐกิจประจำฤดูใบไม้ผลิ คาด GDP โลกโตต่ำกว่า 3% ยาวอีก 5 ปี
- คริสตาลินา จอร์เจียวา ผู้นำ IMF วอนประเทศแข็งแกร่งช่วยปรับโครงสร้างหนี้ประเทศเปราะบาง ท่ามกลางความเสี่ยงถาโถม
ขณะเดียวกัน รายงานระบุว่า ความเคลื่อนไหวครั้งใหม่ของจีนในครั้งนี้จะช่วยทำลายทางตันที่จีนและเจ้าหนี้รัฐบาลอื่นๆ ได้ทำข้อตกลงเพื่อปรับโครงสร้างหนี้ของแซมเบีย และทำหน้าที่เป็นต้นแบบสำหรับข้อตกลงบรรเทาหนี้มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สำหรับประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆ ที่ประสบปัญหาทางการเงิน
นอกจากนี้ การเจรจากำลังดำเนินการต่อในรายละเอียดของการปรับโครงสร้างหนี้ของแซมเบีย เช่น การขยายกำหนดเวลาการชำระหนี้และการลดอัตราดอกเบี้ย โดยจีนยังคงต่อต้านการขาดทุนจากมูลค่าที่ตราไว้ของเงินกู้
รายงานระบุว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงจากจีนจะเข้าร่วมการประชุม Global Sovereign Debt Roundtable กับธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศเพื่อหารือเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวที่กรุงวอชิงตันในสัปดาห์นี้ นับเป็นการเข้าร่วมด้วยตนเองครั้งแรกในรอบ 3 ปีหลังจากโควิด
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (10 เมษายน) ทางกระทรวงการคลังสหรัฐฯ กล่าวว่า เจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ จะกดดันให้แซมเบียและกานาแก้ไขคำขออย่างเร่งด่วนในการปรับโครงสร้างหนี้สาธารณะ และดำเนินการเพื่อยุติการปฏิบัติต่อหนี้ของศรีลังกา
รายงานดังกล่าวของ The Wall Street Journal สอดคล้องกับรายงานของสำนักข่าว Reuters ที่ระบุว่า จีนกำลังดำเนินการเคลื่อนไหวเพื่อลดความจำเป็นที่ธนาคารเพื่อการพัฒนารายอื่นๆ ในการเข้ามาแบ่งปันผลขาดทุนร่วมกับเจ้าหนี้รายอื่นในการปรับโครงสร้างหนี้สาธารณะสำหรับประเทศยากจน ซึ่งเป็นการทำลายอุปสรรคสำคัญในการบรรเทาหนี้
โดยการพูดคุยดังกล่าวจะมีขึ้นระหว่างที่ตัวแทนจีนเข้าร่วมการประชุมโต๊ะกลม Global Sovereign Debt Roundtable ที่กรุงวอชิงตัน
ทั้งนี้ Reuters รายงานอ้างอิงแหล่งข่าวว่า ทางการจีนจะไม่ยืนกรานให้ธนาคารโลกและผู้ให้กู้พหุภาคีอื่นๆ ทำ ‘Hair Cut’ ซึ่งเป็นการปรับโครงสร้างหนี้โดยการเจรจาขอส่วนลดจากเจ้าหนี้แล้วจ่ายหนี้ทั้งหมดเพื่อปิดบัญชีทันทีในการให้เงินกู้แก่ประเทศยากจนอีกต่อไป ในขณะที่ IMF และ World Bank ก็ตกลงที่จะให้การวิเคราะห์ความยั่งยืนของหนี้ของประเทศที่อยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างหนี้ให้กับทางการจีน
ก่อนหน้านี้ คริสตาลินา จอร์เจียวา กรรมการผู้จัดการ IMF ได้ยืนยันในระหว่างการประชุมว่า กองทุนได้ตกลงที่จะให้ข้อมูลความยั่งยืนของหนี้ก่อนหน้านี้แก่เจ้าหนี้เพื่อให้ประเทศที่เกี่ยวข้องสามารถเตรียมการปรับโครงสร้างหนี้ได้ดีขึ้น พร้อมระบุว่าธนาคารโลกยังได้รับการร้องขอให้แสดงให้เห็นว่าธนาคารสามารถเป็นผู้ให้บริการทางการเงินและการให้เงินกู้ที่มีเงื่อนไขแบบผ่อนปรนได้อย่างไร
โดยทั้ง IMF, World Bank และกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เห็นต่างกับทางการจีนในเรื่องของการให้กู้แบบยอมผ่อนปรนแก่ประเทศที่มีหนี้สินล้นพ้นตัว เนื่องจากการกระทำดังกล่าวนั้นเทียบเท่ากับการยอมขาดทุนจากเงินกู้ยืม
ท่าทีล่าสุดของจีนหากเป็นจริงตามที่แหล่งข่าวอ้างอิงก็ถือได้ว่าสอดคล้องกับความต้องการของสหรัฐฯ, IMF และ World Bank ที่ต้องการให้จีนมีจุดยืนร่วมกันในการบริหารจัดการหนี้อย่างเป็นระบบในฐานะเจ้าหนี้รายใหญ่ โดยให้ใช้ความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อราคาถูก เพราะเกรงว่าจะกลายเป็นการทำให้ประเทศกำลังพัฒนาขาดระเบียบวินัยและมีหนี้มากเกินจนกระเทือนต่อการพัฒนาของประเทศนั้นๆ เอง
ทั้งนี้ IMF, World Bank และอินเดียซึ่งเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม Global Sovereign Debt Roundtable โดยมีเป้าหมายในการเร่งบรรเทาหนี้ให้กับประเทศที่ต้องการความช่วยเหลือ คาดว่าจะสามารถออกแถลงการณ์หลังการประชุมในวันพุธที่ 12 เมษายนนี้
อ้างอิง: