สืบเนื่องจากการประชุมหารือร่วมกันระหว่างกระทรวงสาธารณสุข กรมควบคุมมลพิษ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดแนวทางดูแลสุขภาพประชาชนกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่ลุ่มน้ำกก จังหวัดเชียงราย หลังจากรับทราบผลการศึกษาของทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ที่ระบุถึงผลกระทบจากการปนเปื้อนสารพิษในแหล่งน้ำ
วันนี้ (27 กุมภาพันธ์) นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มอบหมายให้ กองโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม บูรณาการการทำงานร่วมกับ สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 จังหวัดเชียงใหม่ และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย ลงพื้นที่ดำเนินการเก็บตัวอย่างปัสสาวะและตรวจสุขภาพเบื้องต้นให้กับประชาชนกลุ่มเสี่ยงจำนวน 16 ราย (จากกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด 90 ราย)
โดยกลุ่มเป้าหมายทั้ง 16 รายนี้ คือกลุ่มที่ผลการตรวจวิเคราะห์ก่อนหน้านี้พบปริมาณสารหนูในเล็บมากกว่า 0.5 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเร่งดำเนินการตรวจซ้ำให้แล้วเสร็จภายใน 1 สัปดาห์ เพื่อยืนยันการสัมผัสสารหนูอย่างแน่ชัด
ด้าน นายแพทย์เอนก มุ่งอ้อมกลาง รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ได้อธิบายเพิ่มเติมถึงหลักการประเมินการสัมผัสสารหนูในร่างกายมนุษย์ ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ระยะเวลาหลัก ได้แก่
- ระยะเฉียบพลัน: การตรวจหาสารหนูในปัสสาวะ ซึ่งจะสามารถสะท้อนให้เห็นถึงประวัติการสัมผัสสารหนูในช่วงระยะเวลา 1 ถึง 2 เดือนที่ผ่านมา
- ระยะเรื้อรัง: การตรวจหาสารหนูในเล็บหรือเส้นผม ซึ่งจะสะท้อนให้เห็นถึงการสะสมและการสัมผัสสารหนูเป็นระยะเวลายาวนานกว่า 6 เดือนขึ้นไป
ดังนั้น การดำเนินการตรวจปัสสาวะเพิ่มเติมในครั้งนี้ จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ทีมแพทย์ประเมินความเสี่ยงและผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนทั้ง 16 รายได้อย่างครอบคลุมและชัดเจนยิ่งขึ้น
รองอธิบดีกรมควบคุมโรค เน้นย้ำว่า ได้สั่งการให้หน่วยงานที่รับผิดชอบนำประชาชนกลุ่มเสี่ยงดังกล่าว เข้าสู่ระบบการเฝ้าระวังสุขภาพอย่างต่อเนื่องของกรมควบคุมโรค เป็นระยะเวลา 5 ปี เพื่อติดตามผลกระทบระยะยาวอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ กรมควบคุมโรคขอยืนยันว่า จะติดตามเฝ้าระวังสุขภาพของประชาชนร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และจะดำเนินการสื่อสารความคืบหน้าให้สาธารณชนรับทราบอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจในการดำรงชีวิตของคนในพื้นที่ หากประชาชนมีข้อสงสัยหรือมีความกังวลใจ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422


