ช่วงเย็นของการประชุมร่วมกันของรัฐสภา วาระการแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อรัฐสภา การอภิปรายนโยบายโดยสมาชิกรัฐสภายังดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง โดย ศิริกัญญา ตันสกุล สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้อภิปรายนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยหยิบยกประเด็นการร่อยหรอของงบกลางที่อาจลุกลามจนกระทบต่อการจ่ายเงินบำนาญข้าราชการ พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงข่าวลือการเตรียมออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 5 แสนล้านบาทโดยข้ามขั้นตอนของรัฐสภา
ศิริกัญญาเปรียบเทียบการแถลงนโยบายของรัฐบาลซึ่งเสมือนสัญญาประชาคมและเครื่องนำทางประเทศ ว่าเป็นเหมือน GPS แบบเบลอๆ ที่มองใกล้ไม่ชัด มองไกลไม่เห็น โดยนโยบายระยะสั้นและเร่งด่วนถูกเขียนรวมกันจนขาดความชัดเจนเรื่องกรอบเวลา ขณะที่นโยบายระยะยาวก็ไม่สามารถระบุเป้าหมายปลายทางได้ ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลให้เกิดภาวะ Supply Shock ซึ่งจะอยู่กับไทยไปอีกระยะยาว นำไปสู่การเข้าสู่ยุคข้าวยากหมากแพง
ศิริกัญญายังชี้ว่า รัฐบาลกลับไม่มีความชัดเจนในการเยียวยาประชาชน มีเพียงโครงการคนละครึ่งที่ถูกจัดไปอยู่ในหมวดทักษะดิจิทัล แทนที่จะเป็นหมวดเศรษฐกิจ ส่วนมาตรการช่วยเหลือเรื่องน้ำมันเพิ่งประกาศออกมาเมื่อวานนี้ ทั้งที่ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นมาถึง 2 สัปดาห์แล้ว ทำให้เกิดความสงสัยว่าเป็นการสั่งการกะทันหันของนายกรัฐมนตรีหรือไม่ แทนที่จะบรรจุลงในคำแถลงนโยบายเพื่อให้รัฐสภาได้ร่วมถกเถียงและสร้างความอุ่นใจให้ประชาชน
งบกลางร่อยหรอ ซ้ำร้ายเผชิญวิกฤต
ศิริกัญญาได้ตั้งคำถามถึงโครงการ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ ที่เตรียมเริ่มในเดือนพฤษภาคม ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ได้รับผลประโยชน์จากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและโครงการคนละครึ่งพลัส ลดลงจาก 13.4 ล้านคน เหลือเพียง 9 ล้านคน โดยตั้งข้อสังเกตถึงกระบวนการคัดกรองรอบใหม่ว่าจะแล้วเสร็จทันกำหนดหรือไม่ เนื่องจากในอดีตกระบวนการนี้สร้างความยากลำบากให้ประชาชนอย่างมาก
สำหรับประเด็นความเสี่ยงทางการคลัง ศิริกัญญาย้ำว่า เคยเตือนไว้ตั้งแต่การแถลงนโยบายเมื่อเดือนกันยายน 2568 แล้วว่า การนำงบกลางซึ่งเป็นเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ไปใช้กับโครงการคนละครึ่ง (44,000 ล้านบาท) และการเติมเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (20,000 ล้านบาท)
รวมถึงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 2.5 หมื่นล้านบาทในสมัยรัฐบาลอนุทิน 1 ทำให้รัฐบาลใช้เงินสำรองไปถึง 1 ใน 3 ตั้งแต่ช่วงแรกของการบริหาร จนปัจจุบันทราบมาว่างบกลางเหลืออยู่เพียงประมาณ 25,000 ล้านบาท เมื่อเกิดวิกฤตขึ้นจริง รัฐบาลจึงตกอยู่ในสภาวะขาดแคลนเงินอย่างหนัก
ลือรัฐบาลเล็งออก พ.ร.ก. กู้เงินข้ามหัวสภา กระทบบำนาญข้าราชการ
ศิริกัญญายังประเมินว่า เพื่อแก้ปัญหาเงินขาดมือ รัฐบาลมีแผนจะออกพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โอนงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม ซึ่งอาจจะส่งผลเสียมากกว่าผลดีหากทำในไตรมาสที่ 3 เพราะงบประมาณถูกเบิกจ่ายไปแล้วกว่า 60% การดึงงบกลับด้วยเกณฑ์ที่หละหลวม เช่น การห้ามข้าราชการดูงานต่างประเทศแต่ให้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของหัวหน้าหน่วย จะไม่ช่วยให้เหลือเงินโอน ซ้ำร้ายขั้นตอนที่ล่าช้าจะทำให้การเบิกจ่ายงบประมาณหยุดชะงัก ดึงรั้งไม่ให้เศรษฐกิจเติบโต
ทว่าความไม่รวดเร็วของการโอนงบประมาณ ไม่สมควรถูกนำมาเป็นข้ออ้างเพื่อ ‘ลักไก่’ ออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน ข้ามหัวสภาผู้แทนราษฎร ศิริกัญญา ระบุถึงข่าวลือที่รัฐบาลเตรียมใช้มติคณะรัฐมนตรีออก พ.ร.ก. โดยใช้อำนาจ ครม. กู้เงินสูงถึง 5 แสนล้านบาท ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงวิกฤตทางการคลังขั้นรุนแรง โดยตั้งคำถามว่าการทำเช่นนี้เป็นไปเพื่อพยุงเศรษฐกิจให้ประชาชน หรือเพื่ออุดรอยรั่วทางการคลังของรัฐบาลเอง
นอกจากนี้ การที่เงินสำรองถูกผลาญไปในช่วง 4 เดือนแรก ได้สร้างปัญหาใหญ่ต่องบรายจ่ายประจำ ศิริกัญญาเปิดเผยว่า ขณะนี้งบสำหรับชำระดอกเบี้ยและบำนาญข้าราชการ ขาดแคลนอยู่ถึง 5.1 หมื่นล้านบาท ซึ่งเชื่อว่าจะเกิดภาวะจ่ายล่าช้าหรือตกเบิกอย่างแน่นอน รวมถึงกองทุนประชารัฐที่ใช้เติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในปีงบ 2569 ก็ถูกตั้งไว้เพียง 3.5 หมื่นล้านบาท
หากไม่ปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ก็ขออย่าเก็บเพิ่ม
ในด้านวิกฤตพลังงาน ศิริกัญญา ได้วิจารณ์ท่าทีของรัฐบาลที่ยืนกรานไม่ยอมลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ทั้งที่การลดเพียง 2 บาทก็สามารถช่วยชะลอการปรับขึ้นราคาสินค้าได้ พร้อมเตือนว่าหากไม่ปรับลด ก็ขอร้องว่าอย่าจัดเก็บเพิ่มได้หรือไม่ และเรียกร้องความชัดเจนเรื่องการเก็บ ‘ภาษีลาภลอย’ จากกลุ่มพลังงาน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะหนี้เบ่งบานจนเกินรับไหว
ในช่วงท้าย รองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้ทิ้งท้ายด้วยการตั้งข้อสังเกตถึงการชดใช้หนี้ หากรัฐบาลเดินหน้ากู้เงิน 5 แสนล้านบาทจริง ว่าอาจนำไปสู่การผลักภาระให้ประชาชนผ่านการขูดรีดภาษีรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การเก็บภาษีเดินทางออกนอกราชอาณาจักร การเพิ่มภาษีสรรพสามิตน้ำมัน หรือแม้กระทั่งการปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ในอนาคต


