ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา วงการนางงามมีความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ เมื่อ บริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ประกาศซื้อลิขสิทธิ์การจัดประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ จากอ้อมอก JKN Global รวมระยะเวลา 5 ปี ด้วยมูลค่า 180 ล้านบาท
ปฏิเสธไม่ได้ว่าหลายคนมองมิสแกรนด์และมิสยูนิเวิร์สนั้นเป็นคู่แข่งกัน แล้วตั้งคำถามว่าหลังจากนี้ทิศทางการประกวดและการหารายได้ของแต่ละเวทีจะมีการเปลี่ยนแปลงมากน้อยแค่ไหน
THE STANDARD WEALTH มีโอกาสสัมภาษณ์ ณวัฒน์ อิสรไกรศีล หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ บอสณวัฒน์ ผู้ก่อตั้งมิสแกรนด์ ภายใต้บริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MGI ผู้ที่จะมาเปิดที่มาของดีลลับดังกล่าว รวมถึงกูรูและนักวิเคราะห์ในวงการนางงาม ที่มาร่วมวิเคราะห์ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ด้วย
เปิดจุดเริ่มต้นก่อนจะเป็นดีลซื้อลิขสิทธิ์ MUT
ณวัฒน์’ เริ่มฉายภาพว่า เรื่องดีลของมิสยูนิเวิร์ส จริงๆ เมื่อ 14 ปีที่แล้ว เคยวนมาหาแล้วครั้งหนึ่ง ช่วงนั้นมีโอกาสได้เดินทางไปที่นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา แล้วได้พูดคุยกับเจ้าของลิขสิทธิ์มิสยูนิเวิร์ส แต่ด้วยเงื่อนไขช่วงนั้นค่อนข้างยาก โดยเราคาดว่าบริษัทคู่ค้าอาจจะมีความเสียเปรียบค่อนข้างสูง จึงไม่ได้สนใจ และหันมาจัดการประกวดมิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนลตั้งแต่ปี 2013 เป็นต้นมา
ณวัฒน์ อิสรไกรศีล ผู้ก่อตั้งมิส แกรนด์ ภายใต้บริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)
ผ่านมาหลายปี ได้มีการติดต่อกับ แอน-จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ เจ้าของลิขสิทธิ์ MUT และ Miss Universe ซึ่งต้องยอมรับว่ารู้จักกันมากว่า 10 ปี ก็มีการพูดคุยกันในเชิงของการจัดการธุรกิจมาอย่างต่อเนื่อง และเราเห็นว่าการจัดประกวดมิสยูนิเวิร์สที่ประเทศเม็กซิโกสิ้นสุดลงแล้ว สัญญาของคนถือลิขสิทธิ์ในไทยก็สิ้นสุดลงตามเงื่อนไขทันที
จากนั้นจึงเข้าไปคุยโมเดลธุรกิจกับแอน-จักรพงษ์อย่างจริงจัง ว่าจะสามารถช่วยอะไรกันได้บ้าง คุยกันใช้เวลาไม่นานก็ได้นำเข้าสู่กระบวนการทางตลาดหลักทรัพย์ เสร็จสิ้นขั้นตอนก็ได้แจ้งถึงการเข้าลงทุนซื้อลิขสิทธิ์การจัดประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ (MUT) จาก JKN Global Content Pte. Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาด สิงคโปร์ ถือหุ้นทั้งหมดโดย บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ของ แอน-จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ เจ้าของลิขสิทธิ์ MUT และ Miss Universe ระยะเวลาทั้งหมด 5 ปี ระหว่างปี 2568 – 2572 ด้วยมูลค่า 180 ล้านบาท
ปรับโครงสร้างบริษัท-หาโอกาสสร้างการเติบโตเพิ่ม
ณวัฒน์กล่าวต่อไปว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเวทีจัดประกวดนางงามในไทยมีอยู่ 2 แบรนด์ คือ มิสยูนิเวิร์สและมิสแกรนด์ ที่แข่งกันแย่งชิงพื้นที่เม็ดเงินและความนิยมของฐานแฟนคลับ แต่ตอนนี้บริษัทได้ปรับโครงสร้างธุรกิจภายในของกลุ่มบริษัท ควบรวมถือ License ทั้ง 2 เวทีไว้ด้วยกันแล้ว
อีกหนึ่งจุดแข็งที่บริษัทได้มาคือฐานลูกค้าใหม่จากมิสยูนิเวิร์ส โดยไม่ต้องไปค้นหาลูกค้าเพิ่ม ซึ่งมองว่าเป็นสัญญาณบวกของธุรกิจ เพราะหลังจากมีข่าวออกมาก็มีสปอนเซอร์ให้ความสนใจอย่างมากและเป้าหมายจากนี้ทั้งสองเวทีคือต้องเติบโตไปด้วยกัน
หากพูดถึงความแตกต่างของแต่ละเวที คือมิสแกรนด์ จะมีเอกลักษณ์ของความน่ารัก สนุกสนาน สามารถออกความเห็นในสังคม ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ ส่วนมิสยูนิเวิร์สจะมีเอกลักษณ์ที่เรียกสั้นๆว่า Elegance
นางงามขาลง แต่ E-commerce ช่วยดันให้คึกคักขึ้น
ณวัฒน์’ กล่าวต่ออีกว่า จริงๆแล้วเทรนด์ของนางงามเป็นช่วงขาลง ถ้าเทียบกับสมัยก่อนที่ยังไม่มีตัวเลือกของเอนเตอร์เทนเมนต์ แต่ปัจจุบันการเสพความบันเทิงมีตัวเลือกหลากหลาย ทั้งรายการประกวดร้องเพลงต่างๆ ในทุกแพลตฟอร์ม เพราะฉะนั้นการประกวดในปัจจุบันจึงเน้นความสามารถเป็นหลัก
ต่างจากสมัยก่อนที่จะมองแค่ภาพภายนอก หน้าตาสวย ผิวดีก็ชนะแล้ว แน่นอน ว่าเมื่อเป็นขาลง แต่พอมี E-commerce เข้ามาเกี่ยวข้องกับนางงามตั้งแต่ปี 2022 ก็ช่วยผลักดันตลาดให้คึกคักขึ้น ช่วงนั้นกระแสออนไลน์บูมมาก ส่วนทีวีก็ดับหายไป
ถ้าไม่มีคอมเมิร์ซมาเกี่ยวก็จะยิ่งเป็นขาลงอีก ตอนนี้เราก็เลยพยายามเอาคอมเมิร์ซมาดันให้นางงามไม่ตกไปมากกว่านี้ ส่วนเวทีอื่นถ้าไม่ทำคอมเมิร์ซยังไงก็ตก ยิ่งในยุคที่เม็ดเงินอยู่กลางอากาศ ใครๆ ก็ทำได้ ยกตัวอย่างผู้เข้าประกวดที่ประสบความสำเร็จ อย่าง อิงฟ้า วราหะ ตอนนี้ค่าจ้างในรูปแบบของพรีเซนเตอร์ สัญญา 1 ปี ค่าตัวอยู่ 8 ล้านบาท เรียกว่าโด่งดังเร็วมีฐานแฟนคลับและมีงานอีเวนต์ทั้งในและต่างประเทศ
อิงฟ้า วราหะ
นางงามมิสยูนิเวิร์ส X มิสแกรนด์ ต้องขายสินค้าผ่าน E-commerce ได้
สำหรับทิศทางต่อจากนี้ทั้งมิสยูนิเวิร์สและมิสแกรนด์นอกจากเวทีการประกวดแล้วจะต้องโฟกัสการขายสินค้าผ่าน E-commerce ปัจจุบันสัดส่วนรายได้ของบริษัทมาจากการขายสินค้าผ่าน E-commerce กว่า 60% ส่วนอีก 40% มาจากการออกงาน พรีเซนเตอร์ ถ่ายโฆษณา อีเวนต์ต่างๆ และสปอนเซอร์
ที่ผ่านมามิสแกรนด์กลยุทธ์หลักของผู้เข้าประกวด Miss Grand Thailand จะต้องเป็นมากกว่านางงาม คือต้องเป็นแม่ค้าออนไลน์ได้ด้วย ต่างจากเวทีมิสยูนิเวิร์สที่ยังไม่เคยทำในลักษณะนี้ ตอนนี้ได้เริ่มทำแล้ว
ล่าสุด วีนา หนึ่งในผู้เข้าประกวดได้ไลฟ์ขายสินค้าของ MGI SHOP ทั้งน้ำพริก ปลาสลิดนางงาม, น้ำปลาร้าอิงฟ้า ฯลฯ สามารถทำยอดขายทะลุ 1 ล้านบาท ภายในไม่กี่ชั่วโมง โดยบริษัทก็มีทีมหลังบ้านมาช่วยสนับสนุนในด้านการขาย
ต้องยอมรับว่าการแข่งขันในช่องทาง E-commerce สูงมาก จากการเข้ามาของสินค้าจีนและรัฐบาลก็ยังให้กฎหมายสินค้าไม่เกิน 1,500 บาท ไม่ต้องเสียภาษี แน่นอนว่าผู้ประกอบการในไทยเราเสียเปรียบมาก แต่เมื่อเราใช้นางงามมาเป็นตัวแทนในการขายก็จะช่วยผลักดันสินค้าไทย ไม่ให้สินค้าจีนเข้ามาครอบคลุมมากเกินไป
“ทั้งนี้ในช่วงเวลาปีแรกที่ถือลิขสิทธิ์การจัดประกวดมิสยูนิเวิร์ส ประเมินว่าภาพรวมค่าบัตรสปอนเซอร์ทุกอย่างคาดว่าจะทำรายได้อยู่ที่ 250 ล้านบาท ซึ่งจะได้ทุนคืนทั้งหมด หลังจากนั้นจะได้เป็นกำไร และเพื่อรักษาเป้าหมายใหญ่ของบริษัทจะต้องพา MGI ทำรายได้และมีกำไรต่อปีเพิ่มขึ้น เพื่อให้เป็นไปตามข้อตกลงในวันที่ยื่น IPO ผลกำไรจะแบ่งคืนให้ผู้ถือหุ้น 40%”‘ณวัฒน์ ย้ำ
แบรนด์ในแถบเอเชียทุ่มงบหนุนเวทีนางงาม
ธเนษฐ ลักษณะวิลาศ ผู้เชี่ยวชาญด้านการประกวดนางงาม กล่าวกับ THE STANDARD WEALTH ว่า คนในวงการจะรู้มาตลอดว่าบอสณวัฒน์มีความฝันที่จะถือลิขสิทธิ์มิสยูนิเวิร์สมานานแล้ว แต่ด้วยความที่ตัวเขาเป็นผู้ก่อตั้งมิสแกรนด์ที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก พอมีข่าว MGI ประกาศซื้อลิขสิทธิ์การจัดประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ออกมา ก็สร้างเสียงฮือฮาในวงการนางงามไม่น้อยเลยทีเดียว
ธเนษฐ ลักษณะวิลาศ ผู้เชี่ยวชาญด้านการประกวดนางงาม
หากย้อนไปในอดีต แฟนนางงามเจอการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง โดยในแต่ละเวที ก็มีการเปลี่ยนมือตามยุคสมัยซึ่งก็จะมีบริบทและไดเรกชันเปลี่ยนแปลงไป ตามผู้ถือลิขสิทธิ์ในช่วงเวลานั้นๆ โดยทุกเวทีจะต้องมีลายเซ็นหรือที่เรียกว่าเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง โดย บอสณวัฒน์ ก็ย้ำว่าเอกลักษณ์ของมิสยูนิเวิร์สก็จะยังอยู่เหมือนเดิม
และด้วยประสบการณ์ของ บอสณวัฒน์ ที่มีความเชี่ยวชาญของเวทีนางงาม จากนี้เราอาจจะได้เห็นโปรดักชันที่อลังการและการประกวดจะเป็นที่จับตาของทั่วโลก
ในส่วนของบรรดาสปอนเซอร์ จะเห็นว่ามีแบรนด์ใหญ่ๆ เข้ามาสนับสนุนการจัดประกวดนางงาม ซึ่งโดยปกติแบรนด์ในแถบประเทศเอเชียค่อนข้างให้ความสนใจกับเวทีนางงามอยู่แล้ว เพราะนางงามเป็นเอนเตอร์เทนเมนต์ที่คนสนใจรับชมกันทั่วโลก
ธุรกิจนางงามถ้าอยากสำเร็จต้องรู้จักต่อยอด
สุวัฒน์ สินสาฎก กรรมการผู้จัดการ บริษัท หลักทรัพย์โกลเบล็ก วิเคราะห์กับ THE STANDARD ว่า ถ้าดูผลประกอบการ MGI ในปี 2566 ที่ผ่านมา กำไรสุทธิราว 120 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นถึงอัตรากำไรที่ถือว่าดี จะเห็นได้ว่าบริษัทมีการต่อยอดจากการจัดประกวดนางงามไปสู่การขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์
เมื่อเจาะลึกมาดูรายได้ในส่วนของบันเทิงลดลงชัดเจน ส่วนรายได้จากการจัดประกวด เพิ่มขึ้น 61% ส่วนใหญ่มาจากการขายลิขสิทธิ์ไป 77 จังหวัด ควบคู่กับหารายได้จากสปอนเซอร์และมีถ่ายทอดสดในวันประกวด แน่นอนว่าการเข้าไปซื้อลิขสิทธิ์การจัดประกวดมิสยูนิเวิร์สมาก็ถือเป็นการนำมาต่อยอดกันกับมิสแกรนด์
เกิดคำถามว่า มิสยูนิเวิร์ส ตอนอยู่กับ JKN ในเชิงธุรกิจทำไมไม่สำเร็จ แม้จะเก็บค่าไลเซนส์เหมือนกันแต่ถือว่าน้อย เพราะโมเดลธุรกิจเดิมการหาเงินอยู่ที่การประกวดอย่างเดียว และเมื่อหลังจากประกวดเสร็จก็ไม่ได้นำตัวบุคคลไปต่อยอด ทำให้ทุกปีเรามักจะจำไม่ได้ว่าใครเป็นนางงามจักรวาล
ต้องยอมรับว่าปัจจุบันคนไม่ค่อยตื่นเต้นกับนางงามจักรวาลแล้ว เพราะถ้าตื่นเต้นมิสแกรนด์คงไม่เกิด เนื่องจากการจัดประกวดมิสยูนิเวิร์สใช้วิธีเหมือนเดิม ไม่แปลกใหม่ แต่ก็มีข้อดีคนรู้จักมานานถ้าต่อยอดไปได้ก็จะง่าย
สุดท้ายเมื่อ MUT มาอยู่ในมือ บอสณวัฒน์ ด้วยความสามารถของการต่อยอดธุรกิจจะช่วยทำให้รายได้จากการประกวดเพิ่มขึ้น แล้วธุรกิจอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เช่น ขายสินค้า บันเทิงและธุรกิจจัดการศิลปินก็จะเติบโตขึ้นด้วย
อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาการจัดการประกวดทุกครั้ง นอกจากสร้างรายได้แล้ว ยังได้คน ได้ทรัพย์สิน ยกตัวอย่าง อิงฟ้า วราหะ หลังจากประกวดและอยู่ในวงการมา 4-5 ปี ก็สามารถสร้างเม็ดเงินได้ต่อเนื่อง ทั้งหมดถือเป็นฝีมือของณวัฒน์ที่เก่งเรื่องการ ต่อยอดธุรกิจ
ส่องรายได้ MGI ย้อนหลัง 5 ปี
ปี 2562 รายได้รวม 131,433,313.38 บาท กำไรสุทธิ 7,718,416.49 บาท
ปี 2563 รายได้รวม 341,671,848.38 บาท กำไรสุทธิ 44,295,689.23 บาท
ปี 2564 รายได้รวม 345,095,122.00 บาท กำไรสุทธิ 29,005,574.00 บาท
ปี 2565 รายได้รวม 319,855,363.88 บาท กำไรสุทธิ 47,851,510.09 บาท
ปี 2566 รายได้รวม 617,040,746.05 บาท กำไรสุทธิ 119,441,551.08 บาท
แสดงให้เห็นว่าผลประกอบการในปี 2566 ซึ่งเป็นปีที่มีการแปรสภาพมาเป็นมิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดถ้าเทียบ กับปี 2565