ช่วงปลายปีนับเป็นเวลาแห่งเทศกาลลดราคาครั้งใหญ่ นั่นก็คือ Black Friday และ Cyber Monday ซึ่งเป็นหนึ่งในการตลาดที่หลายแบรนด์ชั้นนำพยายามนำสินค้ามาจัดโปรโมชันสร้างยอดขายให้กับธุรกิจ
ในปีนี้ยอดใช้จ่ายออนไลน์ช่วง Black Friday ในสหรัฐฯ พุ่งแตะ 8.6 พันล้านดอลลาร์ สะท้อนกำลังซื้อที่แข็งแกร่งกว่าคาด โดย Adobe Analytics ชี้ว่าตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นถึง 9.4% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และสูงกว่าเป้าการเติบโตก่อนหน้าที่ประเมินไว้ 8.3%
ขณะที่ผลสำรวจผู้บริโภคสหรัฐกว่า 1,000 คน พบว่าราวครึ่งหนึ่งเชื่อว่าโปรโมชันที่ดีที่สุดจะอยู่ในช่วง Black Friday ทำให้หลายคนเร่งซื้อสินค้าก่อนที่จะถึง Cyber Monday ส่งผลให้ดีมานด์ตลอดวันเติบโตเกินคาด
ทั้งนี้กระแสจับจ่ายที่ร้อนแรงในเทศกาล Black Friday ยังช่วยปูทางสู่ Cyber Week ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเทศกาลที่แบรนด์ใหญ่ๆ นำสินค้ามาลดราคาเช่นเดียวกัน โดย Adobe คาดว่ายอดใช้จ่ายในสัปดาห์ดังกล่าวจะคิดเป็น 17.2% ของยอดใช้จ่ายในช่วงเทศกาลทั้งหมด หรือมีมูลค่ารวม 4.3 หมื่นล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 6.3% จากปีก่อน
สำหรับสินค้าที่ขายดีที่สุดในปีนี้ครอบคลุมตั้งแต่โทรทัศน์ Nintendo Switch 2 รุ่นใหม่ Apple AirPods 4 ไปจนถึง Oura Ring 4 รวมถึงสินค้าในครัวอย่างเครื่องผสมอาหาร KitchenAid และภาชนะจัดเก็บอาหาร ขณะเดียวกัน สินค้าชิ้นใหญ่ เช่น เครื่องซักผ้า เครื่องอบผ้า จักรยาน และแป้นบาสเกตบอล ก็ได้รับความนิยมเช่นกัน
จากการสำรวจ พบว่าผู้บริโภค 50% วางแผนซื้อเสื้อผ้า รองลงมาคือของเล่น 40% และคอมพิวเตอร์หรือสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ 36% แรงซื้อส่วนหนึ่งมาจากส่วนลดที่มากกว่าที่นักวิเคราะห์ประเมิน โดยกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ลดสูงสุด 29% ของเล่นลด 28% เสื้อผ้าลด 25% โทรทัศน์ลด 24% ขณะที่คอมพิวเตอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์ และอุปกรณ์กีฬา ลดราคาลง 19-23%
อีกหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนยอดขายคือการใช้งาน AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ Adobe ระบุว่าทราฟฟิกจากลิงก์ที่ผู้บริโภคคลิกผ่านผู้ช่วย AI เพิ่มขึ้นถึง 600% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยส่วนใหญ่จะใช้ AI เพื่อหาข้อมูลสินค้า ค้นหาดีลต่างๆ ทำให้ เทคโนโลยี AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของการช็อปปิ้งช่วงเทศกาลไปแล้ว
นอกจากนี้ การช็อปปิ้งผ่านมือถือยังคงเป็นช่องทางหลัก โดยคิดเป็น 58.6% ของยอดขายออนไลน์ทั้งหมด คิดเป็นมูลค่า 5.1 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 11.3% จากปีก่อน และสูงกว่าอัตรา 55% ในปีที่แล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น บริการ Buy Now Pay Later (BNPL) หรือ บริการซื้อก่อนจ่ายทีหลัง ยังช่วยกระตุ้นกำลังซื้อ โดยคาดว่าจะเพิ่มยอดขายในวัน Black Friday ถึง 761.8 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 11% จากปีก่อน โดยธุรกรรมกว่า 82.4% เกิดขึ้นผ่านอุปกรณ์มือถือ หมวดสินค้าที่ใช้ BNPL มากที่สุด ได้แก่ อิเล็กทรอนิกส์ เสื้อผ้า ของเล่น และเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งสะท้อนการแพร่หลายของบริการผ่อนชำระในหมู่ผู้บริโภคทุกช่วงวัย
ภาพ: Alyona Shu/shutterstock
อ้างอิง:


