วันนี้ (21 มกราคม) ที่ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) เปิดเผยความคืบหน้ากรณี พ.ต.ท.คริษฐ์ ปริยะเกตุ และ พ.ต.อ.อาริศ คูประสิทธิ์รัตน์ อดีตผู้ใต้บังคับบัญชาของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (อดีตรอง ผบ.ตร.) เข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่กองบังคับการปราบปราม เพื่อดำเนินคดีในข้อหาทำร้ายร่างกาย
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ระบุว่า เบื้องต้นผู้ร้องทุกข์ได้มอบพยานหลักฐานเป็นใบรับรองแพทย์เพื่อประกอบการดำเนินคดีแล้ว จากการสอบปากคำพบข้อมูลว่าเหตุการณ์ทำร้ายร่างกายเกิดขึ้นต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2560 ซึ่งใบรับรองแพทย์ระบุร่องรอยการถูกทำร้ายหลายครั้ง จนเป็นอันตรายต่อร่างกายและจิตใจ
อย่างไรก็ตาม ในประเด็นว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายสาหัส หรือไม่นั้น พนักงานสอบสวนจำเป็นต้องเข้าสอบปากคำแพทย์ผู้ตรวจรักษาอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อให้ได้ความเห็นทางการแพทย์ที่ชัดเจน โดยคาดว่าจะมีความคืบหน้าภายในสัปดาห์นี้
ผบช.ก. ชี้แจงถึงขั้นตอนการดำเนินคดีว่า หากผลการสอบสวนแพทย์ระบุว่าอาการไม่ถึงขั้นสาหัส พนักงานสอบสวนจะดำเนินการออกหมายเรียกผู้ถูกกล่าวหาให้มารับทราบข้อกล่าวหา แต่หากไม่มาตามหมายเรียกจึงจะพิจารณาออกหมายจับต่อไป ทั้งนี้ ยืนยันว่าจะเร่งรัดดำเนินการให้รวดเร็วและเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย
เมื่อถามถึงประเด็นระยะเวลาการก่อเหตุที่ผ่านมานานกว่า 8 ปี อาจมีผลต่อคดีหรือไม่ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ อธิบายว่า ต้องพิจารณาเรื่องอายุความประกอบ หากยังอยู่ในอายุความก็สามารถดำเนินคดีได้ตามกฎหมาย
ส่วนการออกมาแจ้งความในช่วงเวลานี้อาจถูกมองว่าเป็นการกลั่นแกล้งหรือไม่ ผบช.ก. ให้ความเห็นว่า ต้องแยกประเด็นออกจากกัน ระหว่างคดีทำร้ายร่างกายซึ่งเป็นเรื่องส่วนตัวที่ผู้เสียหายประสงค์จะร้องทุกข์ กับคดีสินบนทองคำที่เป็นอีกสำนวนหนึ่ง
“เรื่องนี้ต้องแยกกัน ในส่วนของการทำร้ายร่างกาย เป็นกรณีที่ผู้ร้องมาให้ปากคำ ซึ่งเป็นเรื่องส่วนตัวทางสอบสวนกลางไม่มีความกังวลในการดำเนินคดี ไม่ว่าจะเป็นคดีอะไรหรือดำเนินคดีกับใคร จะดำเนินคดีตามข้อเท็จจริงอย่างเคร่งครัด” พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าว
สำหรับสถานะของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ จากการตรวจสอบข้อมูลร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติและสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ล่าสุดยังไม่พบข้อมูลการเดินทางออกนอกประเทศ
ส่วนความคืบหน้า คดีสินบนทองคำ นั้น ทาง บช.ก. ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนและเร่งรัดติดตามผลทุกสัปดาห์ แต่ในส่วนการพิจารณาของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ขณะนี้ยังไม่มีความเคลื่อนไหวเพิ่มเติม


